เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1277 ยุแยงให้พวกเราสงสัยเธอ
“ท่านปรมาจารย์ คุณยังมีเคล็ดลับอะไรที่ไม่ได้บอกผมหรือ
เปล่า?” ปี้ฮั่นอินเข้าไปอยู่ตรงหน้าฉู่ลั่ว น้าเสียงที่ถามนั้นจริงใจมาก
“ท่านปรมาจารย์ จู่ ๆ คุณก็มีพลังวิญญาณขึ้นมา แถมนิสัยยัง
เปลี่ยนไปด้วย ทั้งหมดเป็นเพราะสระน้านี่เหรอครับ ผมเองก็อยาก
เป็นเหมือนท่านปรมาจารย์…”
เขาหัวเราะคิกคักขณะมองฉู่ลั่ว
ตอนนั้นสีหน้าคนตระกูลฉู่เปลี่ยนไปกระทันหัน
“ลั่วลั่ว คนนี้คือ…”
ฉู่ลั่ว “ที่ปรึกษาขององค์กรค่ะ แซ่ปี้”
“ที่แท้ก็ที่ปรึกษาปี้นี่เอง” ฉู่เหิงยิ้มจาง ๆ “ข้อสงสัยของที่ปรึกษาปี้
ผมคิดว่าผมตอบให้ได้นะครับ”
ปี้ฮั่นอินเบิกตากว้างมองฉู่เหิง เขาพิจารณาอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรด
เท้า “คุณไขข้อสงสัยของผมได้เหรอครับ? หรือคุณก็เป็นผู้บำเพ็ญ
เหมือนกัน?”
เขาส่ายหน้า “ตามที่ผมรู้มา ตระกูลฉู่เหมือนจะมีแค่ท่าน
ปรมาจารย์คนเดียวที่รู้เรื่องเวทมนตร์ ตระกูลฉู่ที่ผ่านมาหลายรุ่นไม่มี
ผู้บำเพ็ญเลยสักคน”
“ถึงผมจะไม่ใช่ผู้บำเพ็ญ แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่เข้าใจหลักการพื้นฐาน
ของลัทธิเต๋า” ฉู่เหิงชี้ไปยังสระว่ายน้า “ว่ากันว่าพระพุทธองค์ถูก
กำหนดมาให้ตรัสรู้ บางทีสระน้าของตระกูลฉู่ของพวกเรา คงมีแค่คน
ตระกูลฉู่เท่านั้นที่ก้าวข้ามได้!”
ปี้ฮั่นอิน “…”
ฉู่เหิงกวักมือเรียกพ่อบ้านหยาง “ในเมื่อเรื่องราวกระจ่างแล้ว ครั้ง
นี้พวกเราจะไม่สืบสาวเอาความกับเรื่องที่ที่ปรึกษาปี้บุกรุกเข้ามาใน
บ้านของเราก็แล้วกันครับ”
“อีกอย่าง บ้านตระกูลฉู่ของพวกเราไม่ใช่สวนสาธารณะ ถ้า
ปล่อยให้ใครที่ไหนเข้ามาได้ตามใจ หากพูดออกไปไม่รู้ว่าคน
ภายนอกจะมองตระกูลฉู่ลั่วของพวกเรายังไงนะครับ”
เขารับเสื้อผ้าที่พ่อบ้านหยางส่งมาให้ “เสื้อผ้าของที่ปรึกษาปี้
เปียกหมดแล้ว นี่เป็นเสื้อผ้าสะอาดตัวใหม่ครับ”
“ที่ปรึกษาปี้เปลี่ยนเสร็จแล้วก็รีบกลับเถอะนะครับ ด้วยสภาพ
อากาศแบบนี้ คุณอยู่ในน้ามาทั้งคืนต้องไม่สบายแน่ครับ”
ไม่รอให้ปี้ฮั่นอินพูดอะไรอีก ฉู่เหิงก็เอาถุงใส่เสื้อผ้าในมือยัดให้ปี้
ฮั่นอิน
จากนั้นเขาจึงหันไปสั่งกับพ่อบ้านหยาง “ช่วยพาที่ปรึกษาปี้ไป
เปลี่ยนเสื้อผ้าหน่อยนะครับ”
พ่อบ้านหยางมีสีหน้ายิ้มแย้มอย่างรักษามารยาท “ที่ปรึกษาปี้
เชิญทางนี้ครับ”
ปี้ฮั่นอิน “…”
มุมปากของเขายิ้มค้างอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเดินตามพ่อบ้านหยาง
ออกไป
เดินไปไม่กี่ก้าว เขาก็หันกลับมามองฉู่ลั่วที่ถูกคนตระกูลฉู่รุม
ล้อม แววตาของเขามืดมนลง
“เกิดอะไรขึ้นกับที่ปรึกษาปี้คนนั้น?” ฉู่เหิงขมวดคิ้ว “เธอมี
ปัญหาในที่ทำงานหรือเปล่า? เพื่อนร่วมงานมุ่งเป้ามาที่เธอเหรอ?”
ฉู่ลั่วส่ายหน้า “เปล่าค่ะ เขาก็แค่…”
“เธอไม่เคยอยู่ในสังคมทำงานมาก่อน เธอคงไม่เข้าใจ” ฉู่จิงกอด
อก พลางหัวเราะเสียงเย็นชา “ในคำพูดเขามีความหมายแฝงอย่าง
เห็นได้ชัด และกำลังบอกเป็นนัยว่าเธอไม่ใช่ฉู่ลั่ว คงอยากยุแยงให้
พวกเราสงสัยเธอ…”
ฉู่จ้าน “คนแซ่ปี้คนนี้ มีความเป็นมายังไง? เขามากระโดดลงสระ
น้าบ้านคนอื่นกลางดึกไม่พอ ยังจะยุแยงพวกเราอีก…”
พวกเขาพูดกันคนละประโยคและปักใจแล้วว่า ปี้ฮั่นอินเป็นเพื่อ
ร่วมงานที่พุ่งเป้าจะหาเรื่องให้ฉู่ลั่ว
ซ่งเชียนหย่าขมวดคิ้วมุ่น เธอถามด้วยความเป็นห่วง “ลั่วลั่ว เขา
ไม่ได้รังแกลูกจริงเหรอ? เขากล้ามาสร้างความแตกแยกในบ้าน
โจ่งแจ้งขนาดนี้ ตอนลูกทำงาน เขาไม่ได้ทำให้ลูกลำบากใจใช่ไหม?”
เธอสะกิดฉู่เหว่ยฮ่าวที่อยู่ข้างกัน “อีกเดี๋ยวคุณไปตรวจสอบเรื่อง
ของที่ปรึกษาปี้อะไรนั่นด้วยนะคะ ฉันเห็นท่าทางเขาบ้า ๆ บอ ๆ คงไม่
น่าใช่คนดีแน่”
ฉู่เหว่ยฮ่าว “ผมรู้แล้ว”
ฉู่เจิ้งกับอู๋ไฉ่ซึ่งอยู่ข้าง ๆ ก็พึมพำสองสามประโยค
จนกระทั่งปี้ฮั่นอินเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ห้องรับแขกที่เคยคึกครื้นก็
พลันเงียบลงทันที
ปี้ฮั่นอินสาวเท้าเดินเข้ามาหาฉู่ลั่ว แต่เดินมาได้ครึ่งทางกลับถูก
ฉู่เหิงขวางเอาไว้
“ที่ปรึกษาปี้ ผมจะไปส่งนะครับ!”
เขาขัดขวางไม่ให้ปี้ฮั่นอินพูดอะไร
แต่ปี้ฮั่นอินยังเอ่ย “ผมอยากคุยกับท่านปรมาจารย์…”
“ลั่วลั่วไม่ได้กลับบ้านมานานแล้ว ครอบครัวของเราอยากอยู่กัน
พร้อมหน้าพร้อมตากัน ส่วนเรื่องงาน รอให้ถึงเวลางานค่อยคุยจะ
ดีกว่านะครับ!” ฉู่เหิงจงใจหยุดไปชั่วขณะ “ที่ปรึกษาปี้มาหาลั่วลั่ว
เพราะเรื่องงานใช่ไหมครับ!”
ปี้ฮั่นอิน “…”