เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1279 รายงาน
เขาถลึงตามองฉู่จิง “แกบอกว่ารวบรวมหลักฐานได้หมดแล้ว
ไม่ใช่เหรอ? ทำไมยังไม่ส่งเธอเข้าคุกอีก?”
ฉู่จิง “ผมไม่อยากให้เธอเข้าคุกแบบสบาย ๆ ขนาดนั้นครับ”
เขาหาคนไปยุยงแม่แท้ ๆ ของฉู่หร่านและเตรียมนักข่าวเอาไว้ให้
เธอแล้วด้วย
เขาอยากให้ฉู่หร่านลิ้มรสความรู้สึกของการถูกทำลายชื่อเสียง
จนย่อยยับ และอยากให้เธอรับรู้ว่าการถูกแม่แท้ ๆ แทงข้างหลังมัน
เป็นยังไงดูบ้าง
แต่น่าเสียดาย…
“แม่แท้ ๆ ของฉู่หรานกับคนในครอบครัว ตายหมดแล้วครับ”
สีหน้าของคนตระกูลฉู่เปลี่ยนไปทันที
ซ่งเชียนหย่ามีสีหน้าย้าแย่ที่สุด เธอลุกขึ้นยืน “ตายหมดแล้ว?
ทั้งหมดเลยเหรอ?”
“ครับ! ผมได้รับข้อมูลจากคนในมาว่าเป็นสภาพการตายที่น่า
อนาถมาก” ฉู่เหิงเงียบไปชั่วขณะ “และมันคือเหตุผลที่ลั่วลั่วมาเมือง
เจียง”
ซ่งเชียนหย่าจับแขนเขาไว้ด้วยความกังวล “ฉู่หร่านเป็นคนทำ
หรือเปล่า?”
“ไม่มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าเธอเป็นคนทำครับ”
ซ่งเชียนหย่าจับเขาแน่นกว่าเดิม “เธอให้ใครมาช่วยหรือเปล่า?
ลูกได้บอกลั่วลั่วไหม? ทำไมเธอถึงมาที่บ้านกะทันหัน เพราะมีใคร
บอกอะไรเธอหรือเปล่า? หรือคิดจะทำอะไรหรือเปล่า?”
คนตระกูลฉู่มองหน้ากันด้วยสีหน้าวิตกกังวล
ฉู่เหว่ยฮ่าวรีบพูดว่า “ผมไม่ได้รับผลกระทบอะไรนะ ผมเกลียด
ฉู่หร่านมาก”
ซ่งเชียนหย่า “ฉันเกลียดจนอยากให้เธอตายไปเลยด้วยซ้า”
ฉู่จิง “ผมก็ไม่มีปัญหาอะไรนะครับ”
ฉู่จ้านหัวเราะเสียงเย็นชา “ผมไม่ได้รับผลกระทบอะไรครับ”
ทุกคนมองไปที่ฉู่เหิงเป็นตาเดียว ฉู่เหิงกางมือทั้งสองข้างออก
“ทุกคนคิดว่าผมจะได้รับผลกระทบเหรอครับ?”
จากนั้นพวกเขาก็ถอยหายใจอย่างโล่งอก
ทันใดนั้นซ่งเชียนหย่ากลับกังวลขึ้นมาอีกครั้ง “ยังมีลั่วลั่วอีกคน!
ลั่วลั่วได้รับผลกระทบอะไรไหม? เธอถูกฉู่หร่านใช้กลอุบายอะไรมา
ทำร้ายหรือเปล่า?”
ฉู่เหิงเห็นซ่งเชียนหย่าร้อนใจจนหน้าซีด จึงปลอบประโลม “แม่
ครับ เรื่องทางนี้ลั่วลั่วเข้าใจดียิ่งกว่าพวกเราเสียอีก แม่ไม่ต้องกังวล
หรอกครับ!”
ได้ฟังคำพูดนี้แล้วซ่งเชียนหย่าถึงสบายใจได้ “แต่ก็เตือนลั่วลั่ว
หน่อยเถอะนะ”
“ครับ”
หลังจากฉู่ลั่วรับสายโทรศัพท์จากฉู่เหิงและบอกว่าตัวเองเข้าใจ
แล้วถึงได้ตัดสายไป เธอมองไปยังซู่เซี่ยงหยางที่ยืนอยู่ตรงข้าม
ซู่เซี่ยงหยางถอนหายใจ “แผนการที่ภูเขาซีติ่งสมบูรณ์แบบมาก
แต่ความสามารถในการปฏิบัติภารกิจของผมยังไม่ดีพอ จึงทำให้
ภารกิจครั้งนี้ล้มเหลว”
“ครั้งนี้ผมจะไปทบทวนตัวเองกับเบื้องบน อาจจะ…”
เขามองฉู่ลั่ว “อาจจะให้ย้ายผมออกไป แล้วเปลี่ยนเอาคนที่
เข้าใจลัทธิเต๋ามากกว่าเข้ามาแทน”
ฉู่ลั่วขมวดคิ้ว “คนที่เข้าใจลัทธิเต๋ามากกว่าเหรอคะ?”
ซู่เซี่ยงหยางพยักหน้า เขาลูบผมสั้นของตัวเอง “เฮ้อ! ผมไม่
เข้าใจเลยจริง ๆ สร้างเรื่องวุ่นวายให้คุณทุกครั้งไม่พอ ยังช่วยอะไร
ไม่ได้อีก!”
“พวกคุณพูดอะไร ผมก็ไม่เข้าใจ!”
“พวกคุณทำอะไร ผมก็ไม่รู้เรื่องเลย!”
“ยังต้องให้พวกคุณอธิบาย ผมถึงจะเข้าใจได้”
“เปลี่ยนเอาคนที่เข้าใจมากกว่ามาแทน หรือไม่ก็คนที่ร่วมงาน
กับพวกคุณได้เข้าขาจะดีกว่า”
“คุณดีมากแล้วค่ะ!” ฉู่ลั่วพูดออกมาตามตรง “องค์กรเพิ่งก่อตั้ง
ขึ้นมา ฉันเข้าใจแต่เรื่องในลัทธิเต๋า เรื่องอื่น ๆ ไม่เคยจัดการมาก่อน”
“คุณสามารถดูแลจัดการนักพรตกับเจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้ดี มัน
คือความสามารถของคุณ”
“ถ้าเปลี่ยนคน อาจจะจัดการไม่ได้แบบนี้”
ความขัดแย้งระหว่างลัทธิเต๋ากับคนธรรมดา จะว่าใหญ่ก็ไม่ใหญ่
จะว่าเล็กก็ไม่เล็ก
แต่เมื่อเข้ามาในองค์กรและอยู่ภายใต้การจัดการของซู่เซี่ยง
หยาง กลับไม่เคยได้ยินเรื่องความขัดแย้งระหว่างนักพรตกับ
เจ้าหน้าที่ในองค์กรเลย
แม้กระทั่งพวกเซียนพู่กันกับเทพเจ้าอู่ทงก็ปรับตัวเข้ากับองค์กร
ได้รวดเร็วมาก
มันคือความสามารถของซู่เซี่ยงหยาง
ซู่เซี่ยงหยางนิ่งไป เขารู้สึกเขินอายเล็กน้อย “ผมแค่ทำเรื่องที่
ควรทำเท่านั้นเอง”
“เรื่องที่ผมไปรายงานกับเบื้องบนอย่างเพิ่งบอกพวกเขานะครับ
รอให้ผลออกมาก่อน ค่อยบอกออกไป”
“ค่ะ”
ซู่เซี่ยงหยางปรับท่าทางของตัวเองให้หลังตรง พลางทำความ
เคารพแบบทหารให้ฉู่ลั่ว ทั้งยังหัวเราะเสียงดัง “ต่อไปคงต้อง
มอบหมายองค์กรให้เจ้านิกายแล้ว”