เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1280 ลาออก
กลับมาอยู่ที่ตี้จิงได้สองวัน ฉู่ลั่วก็ได้รับโทรศัพท์จากไจ๋โหรว
เธอรีบมาที่องค์กร ก็เห็นพวกไจ๋โหรวกับจี้ไจ่ต่างมีสีหน้าย่าแย่
เล็กน้อย
ยังไม่ทันได้เดินเข้าไปใกล้ กลับได้ยินเสียงร้องอุทานด้วยความ
ประหลาดใจ
“ว้าว! นี่คือเซียนพู่กันในตำนานเหรอ! ยังเป็นเซียนพู่กันที่
แตกต่างจากเซียนพู่กันตนอื่นอีกนะเนี่ย…ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมจริง ๆ
!”
“ที่แท้พวกคุณก็คือเทพเจ้าอู่ทง!”
เป็นเสียงของปี้ฮั่นอิน
“เจ้านิกาย!”
“เจ้านิกาย!”
เมื่อเห็นฉู่ลั่วเข้ามา เหล่าเจ้าหน้าที่ต่างก็ร้องเรียกอย่างดีอกดีใจ
ไจ๋โหรววิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาอยู่ข้างฉู่ลั่ว แล้วทำท่าเหมือนกำลังจะฟ้อง
“จู่ ๆ ที่ปรึกษาปี้ก็มาปรากฏตัวที่องค์กรค่ะ เขาบอกว่า…ต่อไปผู้กองซู่
อาจจะไม่ได้เป็นผู้นำให้กับพวกเราแล้ว เขาจะเป็นผู้นำแทน”
จี้ไจ่ก็เดินเข้ามาเช่นกัน “เพราะเรื่องที่ภูเขาซีติ่งครั้งก่อนหรือ
เปล่าครับ?”
ฉู่ลั่วพยักหน้าตอบ
จี้ไจ่เอ่ย “ความผิดพลาดที่ภูเขาซีติ่งไม่ใช่ความผิดของผู้กองซู่
คนเดียว แต่เพราะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่พวกเราไม่คาดคิดต่างหาก”
“ถ้าเบื้องบนต้องการให้ใครสักคนรับผิดชอบความผิดพลาดนี้
คนคนนั้นไม่ควรเป็นผู้กองซู่คนเดียว”
ฉู่ลั่วมองปี้ฮั่นอินที่กำลังพูดคุยกับเทพเจ้าอู่ทงและเซียนพู่กัน
“คุณคิดว่าซู่เซี่ยงหยางรับผลที่ตามมาเพียงลำพังเหรอ?”
จี้ไจ่ “…”
“เจ้านิกายหมายความว่า…” ดวงตาคู่สวยของไจ๋โหรวเบิกกว้าง
มองปี้ฮั่นอินอย่างไม่อยากจะเชื่อ
ระหว่างกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ซู่เซี่ยงหยางก็เดินเข้ามาจากอีก
ด้านหนึ่ง
ในมือเขาถือกล่องกระดาษมาด้วย ในกล่องใส่สิ่งของหลายอย่าง
ของเขาเอาไว้
“ที่ปรึกษาปี้ ผมเก็บห้องทำงานเรียบร้อยแล้ว จากนี้คุณสามารถ
ย้ายเข้าไปใช้ได้เลย”
ปี้ฮั่นอินโบกมือไปมา “คุณไม่ต้องรีบร้อนขนาดนี้หรอกครับ
เบื้องบนแค่ให้ผมมาทำความคุ้นเคยดูก่อน ไม่แน่ว่าผมอาจจะไม่
คุ้นเคยก็ได้”
“ผมเป็นคนสบาย ๆ มาก ให้ผมอยู่ที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น”
“แทนที่จะอยู่ในห้องเล็ก ๆ นั่น ไม่สู้มาอยู่กับพวกคุณทุกคน
ดีกว่า”
ในที่สุดเขาก็ปล่อยมือ เซียนพู่กันจึงลอยออกไปไกล จนกระทั่ง
มาหยุดอยู่ข้างฉู่ลั่ว
ซู่เซี่ยงหยางทำสีหน้าเฉยเมย “ต่อไปคุณต้องดูแลองค์กร
จำเป็นต้องมีห้องทำงานครับ”
“ผู้กองซู่คิดจะไปจริงเหรอครับ?”
“ทำไมล่ะคะ?”
“เรื่องที่ภูเขาซีติ่ง พวกเรารายงานต่อเบื้องบนไปชัดเจนแล้ว ว่า
มันไม่ใช่ความผิดของผู้กองซู่คนเดียว!”
บรรดาเจ้าหน้าที่ห้อมล้อมซู่เซี่งหยางเอาไว้
ในขณะที่ปี้ฮั่นอินเดินมาอยู่ข้างกายฉู่ลั่ว “ท่านปรมาจารย์ เซียน
พู่กันเหมือนจะสนิทสนมกับคุณมากนะครับ? แต่มันไม่ยอมสนิทกับ
ผมเลยนี่สิ?”
เขามองเซียนพู่กันซึ่งลอยอยู่ข้างฉู่ลั่วด้วยแววตาอิจฉา
เซียนพู่กันลอยถอยออกไปไกลอีกหน่อย
ปี้ฮั่นอิน “ดูสิครับ! ท่านปรมาจารย์…”
ทว่าเขายังไม่ทันจะพูดออกมา ก็เห็นฉู่ลั่วเดินไปไกลแล้ว
ตัวอักษรหมึกก้อนหนึ่งลอยมาปรากฏต่อหน้าต่อตาเขาอย่าง
ชัดเจน
[ไม่ใช่แค่ฉันที่ไม่อยากสนิทกับนาย เจ้านิกายก็ไม่อยากสนิทกับ
นายด้วย]
[คนทั้งองค์กรไม่มีใครอยากสนิทกับนายทั้งนั้น]
ตัวอักษรสองแถวปรากฏตรงหน้าเขา ตามมาด้วยเสียงดังป๊อก
จากนั้นรอยหมึกก็หายไปแล้ว
เซียนพู่กันลอยส่ายไปมาผ่านตัวเขา แล้วติดตามอยู่ข้างกาย
ฉู่ลั่ว
แววตาของปี้ฮั่นอินวูบไหวเล็กน้อย
ทางด้านเจ้าหน้าที่ขององค์กรซึ่งกำลังล้อมรอบซู่เซี่ยงหยาง
เอาไว้ เมื่อเห็นฉู่ลั่วปรากฏตัวพวกเขาจึงหลีกทางให้
“เจ้านิกาย ทำไมให้ผู้กองซู่ต้องลาออกล่ะครับ? เรื่องที่ภูเขาซีติ่ง
ไม่ใช่ความผิดของผู้กองซู่คนเดียวนี่ครับ?”
“เจ้านิกาย ต้องให้ผู้กองซู่ลาออกจริง ๆ เหรอคะ?”
คนที่มีผูกพันระหว่างกันแล้วต่างก็ขอบตาแดงก่า
“เพราะเรื่องที่ภูเขาซีติ่งอย่างเดียวเหรอคะ?” ฉู่ลั่วหันไปเอ่ยปาก
ถามซู่เซี่ยงหยาง
ซู่เซี่ยงหยางเพียงถอนหายใจเบา ๆ “เรื่องที่ภูเขาซีติ่งเป็นความ
ผิดพลาดครั้งใหญ่ ต้องมีคนรับผิดชอบ อีกอย่าง…”
แม้เขาไม่ได้พูดออกมา แต่ฉู่ลั่วกับคนในองค์กรก็เหมือนจะ
เข้าใจความหมายของเขาอย่างแจ่มแจ้ง
นับตั้งแต่องค์กรก่อตั้งขึ้นมา แม้จะจัดการเรื่องเหนือธรรมชาติไป
ไม่น้อย แต่จนถึงตอนนี้ เรื่องสำคัญที่สุดอย่างเรื่องของหุบเหวเทพ
มรณะ กลับยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ เลย