เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1282 หมูธรรมดาตัวหนึ่ง
เพิ่งมาถึงหน้าประตูคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวัน ก็เห็นกลุ่มผี
กำลังรออยู่ด้านนอก ทุกตนไม่สนใจภัยคุกคามของค่ายกลแม้แต่
น้อย แต่กลับพากันเกาะอยู่ตรงขอบค่ายกล พลางยื่นหน้าเข้าไปดู
ด้านใน
“ว้าว ว้าว ว้าว! ปีศาจงูสมกับเป็นปีศาจงู การสะบัดหางนี้ สุดยอด
มาก!”
“ปีศาจจิ้งจอกต่างหากที่เก่งกาจ! ดูการกระโดดสิ สวยงาม
ทัดเทียมกับแชมป์โอลิมปิกเลยล่ะ!”
“อ้ากกกก! อย่าทำอาหารของฉันเละเทะนะ! ไม่ง่ายเลยว่าจะถึง
คิวของฉันน่ะ!”
“ท่านปรมาจารย์กลับมาแล้ว!”
“ท่านปรมาจารย์ คุณต้องจัดการกับพวกเธอสองคนนั่นนะ! จะตี
กันก็ไม่ควรไปตีข้างในบ้าน ตอนนี้ข้าวของพังเสียหายไปไม่น้อยเลย!
ถ้าจะตีกันก็ออกมาตีกันข้างนอกสิ!”
ฉู่ลั่ว “…”
เพียงเธอก้าวเดินเข้าไปในคฤหาสน์ เฉิงยวนก็ลอยเข้ามาหาแล้ว
ดึงแขนเธอไว้ พาเธอไปที่สวนดอกไม้อย่างรวดเร็ว พลางเอ่ยด้วย
น้าเสียงหวีดแหลมของเธอว่า
“หยุดตีกันได้แล้ว หยุดตีกันได้แล้ว! ลั่วลั่วกลับมาแล้วนะ!”
ประโยคนี้หยุดจิ่งเจียเหยียนกับหูเสี่ยวหลีที่กำลังสู้กันดุเดือดอยู่
กลางอากาศได้เป็นอย่างดี
ปีศาจงูร่อนลงมาจากบนฟ้า ส่วนปีศาจจิ้งจอกก็เก็บพวงหาง
ใหญ่โตและสง่างามเช่นกัน
ทันทีที่ลงมาถึงพื้นพวกเธอก็กลายร่างเป็นมนุษย์
“ลั่วลั่ว เธอรังแกฉัน”
จิ่งเจียเหยียนวิ่งเข้ามาฟ้อง พลางชี้ไปยังหูเสี่ยวหลีด้วยใบหน้าไม่
พอใจมาก
หูเสี่ยวหลีก็ทำหน้าเอือมระอา “สรุปว่าเธอรังแกฉันหรือฉันรังแก
เธอกันแน่! ท่านปรมาจารย์ คุณรู้ไหมคะว่าเธอทำอะไรลงไป?”
จากนั้นก็หันไปตำหนิปีศาจงูที่อยู่ข้าง ๆ “จิ่งเจียเหยียน ถึงปกติ
เธอมักจะก่อปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ช่างเถอะ! แต่ฉันเคยบอกกับเธอ
แล้วไม่ใช่เหรอว่าหมูตัวนั้นสำคัญมาก มันเป็นหมูที่ทั้งสถาบันวิจัยให้
ความสำคัญ”
“เพื่อมันแล้ว เธอรู้หรือเปล่าว่านักวิจัยหลายคนสูญเสียเงินไปตั้ง
เท่าไหร่?”
หูเสี่ยวหลีโกรธจนหน้าแดง “ท่านปรมาจารย์คะ ครั้งนี้คุณจะโอน
อ่อนผ่อนปรนให้เธอไม่ได้แล้วนะคะ ต้องให้บทเรียนกับเธอบ้าง!
เพราะตั้งแต่เธอเป็นปีศาจมา มีคนคอยปกป้องเธอมากเกินไป ถึงได้
กลายเป็นปีศาจที่มีนิสัยไม่รู้ผิดชอบชั่วดีแบบนี้!”
จิ่งอันฉิงทำน้าเสียงเย็นชา “เห็นกันอยู่ชัด ๆ ว่าเป็นพวกเธอ
ต่างหาก พวกเธอเอาปีศาจที่มีสติปัญญาแล้วมาทำการทดลอง มี
สติปัญญาแล้ว มันก็ไม่ใช่หมูธรรมดาอีกต่อไป แต่พวกเธอยังทำ
เหมือนมันเป็นหมูธรรมดา ทำให้มันรู้สึกกลัว!”
หูเสี่ยวหลีโต้กลับ “มันยังไม่มีสติปัญญา เป็นแค่หมูธรรมดาตัว
หนึ่ง!”
“มันมีสติปัญญาแล้ว”
“ไม่มี!”
“มีแล้ว!”
เห็นทั้งสองคนทะเลาะและต่อสู้กันอีกครั้ง เฉิงยวนจึงตะโกนเสียง
ดัง “เลิกทะเลาะกันได้แล้ว!”
ทั้งสองคนรีบหยุดมือลงทันที พลางมองฉู่ลั่วด้วยความคับข้องใจ
“ลั่วลั่ว เธอต้องทวงความยุติธรรมให้ฉันนะ”
“ท่านปรมาจารย์ คุณจะปล่อยเธอไปง่าย ๆ ไม่ได้นะคะ”
ฉู่ลั่วเอ่ย “ลองเล่ามาก่อนว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
คนหลายคนกลับไปที่ห้องรับแขก ส่วนจิ่งเจียเหยียนกับหูเสี่ยว
หลีนั่งตัวตรง มองฉู่ลั่วด้วยแววตาน่าสงสาร
“เล่ามา มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
จิ่งเจียเหยียนกำลังจะเอ่ยปาก ฉู่ลั่วกลับชี้นิ้วไปหาหูเสี่ยวหลี
“เธอพูดก่อน”
จิ่งเจียเหยียนเหลือบมองฉู่ลั่วด้วยสายตาเสียใจ ก่อนจะก้มหน้า
ลงเงียบ ๆ
หูเสี่ยวหลีเลิกคิ้วได้ใจ “ก่อนหน้านี้ฉันพาเธอไปที่สถาบันวิจัยใช่
ไหมล่ะคะ หมูตัวนั้นมันกำลังอารมณ์ไม่ดี ไม่อยากถูกขังเอาไว้ใน
เรือนกระจก พวกเราเลยพามันออกไปเดินเล่นค่ะ”
“จิ่งเจียเหยียนไม่มีอะไรจะทำ เธอรู้สึกเบื่อ พวกเราจึงให้เธอพา
หมูไปเดินเล่น สองวันแรกก็ดีอยู่หรอกค่ะ แต่วันที่สอง เธอกลับพาหมู
หนีไปแล้ว”
พูดจบ เธอก็ถลึงตามองจิ่งเจียเหยียนอย่างดุร้าย
จิ่งเจียเหยียนทำเสียงไม่พอใจ “พวกเธอนั่นแหละ พวกเธอเอาหมู
ที่มีสติปัญญามาทำการวิจัยไม่ใช่หรือยังไง?”
เธอหันไปมองฉู่ลั่ว แล้วพูดความคิดของตัวเองออกมา “ลั่วลั่ว
เธอบอกมา หมูที่มีสติปัญญาแล้วเอาไปวิจัยได้เหรอ แถมยังบังคับให้
มันผสมพันธ์กับหมูตัวเมียอีก มันไม่ยินยอมนะ!”