เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1284 เจอตัวนักพรตชั่ว
ทั้งสองคนเดินตามหลังฉู่ลั่วมาอย่างสงบเสงี่ยมโดยไม่กล้าพูด
อะไรมาก
พวกเธอเห็นฉู่ลั่วหิ้วหมูไปยังห้องรับแขก จากนั้นจึงร่ายคาถา
สองสามบทลงบนตัวหมู ก่อนจะหยิบแผ่นยันต์ออกมาแปะลงบนตัว
มัน
จิ่งเจียเหยียนเอ่ยน้าเสียงเบาราวกับยุง “เสี่ยวถุนเป็นหมูที่ดี ถ้า
มันตั้งใจบำเพ็ญจะต้องกลายร่างเป็นคนได้แน่นอน”
หูเสี่ยวหลีเอ่ย “หมูตัวนี้สำคัญมาก สำคัญมาก ๆ”
ฉู่ลั่วจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว จึงหยิบโทรศัพท์ออกมากด
เบอร์มือถือ และมองพวกเธอสองคนด้วยความสงสัย “พวกเธอพูด
อะไรนะ?”
“เปล่า”
“ไม่ได้พูดอะไรเลยค่ะ”
ทั้งคู่รีบส่ายหน้าปฏิเสธพร้อมกัน
ฉู่ลั่วจึงถอนสายตากลับไป แล้วพูดกับคนที่เธอติดต่อผ่านทาง
โทรศัพท์ว่า “ตามหาคนเจอแล้ว”
“ใช่ เป็นนักพรตชั่วคนนั้นแหละค่ะ”
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ซู่เซี่ยงหยางกับพวกจี้ไจ่ก็รีบรุดมาถึงแล้ว
พวกเขายืนล้อมเจ้าหมูตัวนั้นเอาไว้
ซู่เซี่ยงหยางขมวดคิ้ว “แน่ใจเหรอครับ? มันเป็นนักพรตชั่วคน
นั้นจริงเหรอ?”
จี้ไจ่เอ่ย “สัมผัสถึงพลังวิญญาณบนร่างกายของมันไม่ได้เลย
แม้แต่สัมผัสถึงพลังหยินเบา ๆ ก็ยังทำไม่ได้”
ปี้ฮั่นอินที่ตามมาด้วยอีกคน มองหมูตัวสีขาวและอวบอ้วนด้วย
แววตาแปลกประหลาด
“เป็นนักพรตชั่วคนนั้นแน่นอนค่ะ ฉันเคยประมือกับเขามาก่อน
วิญญาณที่อยู่ในตัวหมูตัวนี้ก็คือนักพรตชั่วคนนั้น”
น้าเสียงของฉู่ลั่วมีความมั่นใจมาก
จี้ไจ่ยังเดินวนรอบตัวเจ้าหมูขาวต่อไป
ซู่เซี่ยงหยางเริ่มโทรศัพท์ต่อสาย ให้ช่างเทคนิคนำอุปกรณ์เข้า
มา
“ท่านปรมาจารย์มั่นใจจริง ๆ ใช่ไหมครับ?” ทันใดนั้นปี้ฮั่นอินก็
เอ่ยปาก “ไม่แน่ว่ามันอาจจะเป็นแค่สัตว์เดรัจฉานที่มีสติสัมปชัญญะ
ขึ้นมาก็ได้นะครับ”
ฉู่ลั่วกวาดตามองหมูขาวด้วยสายตาเย็นชา “ฉันแน่ใจค่ะ”
ปี้ฮั่นอิน “ท่านปรมาจารย์ นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย ถ้าเกิดผิดพลาด
ขึ้นมา…”
“ฉันไม่สามารถดึงวิญญาณของหมูตัวนี้ออกมาได้” ฉู่ลั่วจ้อง
มองปี้ฮั่นอิน “ถ้าที่ปรึกษาปี้คิดว่าหมูตัวนี้เป็นหมูธรรมดา และเป็นแค่
หมูที่มีสติปัญญาขึ้นมาเท่านั้น คุณสามารถมีข้อโต้แย้งอะไรฉันได้
ไหมคะ?”
ปี้ฮั่นอิน “…”
“ถ้าแม้แต่เจ้านิกายยังดึงวิญญาณของมันออกมาไม่ได้ ถ้าอย่าง
นั้นหมูตัวนี้ก็ไม่ใช่หมูธรรมดาแน่นอน” จี้ไจ่สีหน้าเคร่งขรึม “พวกเรา
สัมผัสถึงพลังวิญญาณกับพลังหยินไม่ได้เลย นี่คือความสามารถของ
เขา”
กลุ่มคนทางหนึ่งกำลังมีสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง
ส่วนอีกด้าน จิ่งเจียเหยียนกับหูเสี่ยวหลีก็กำลังรวมหัวกันซุบซิบ
บางอย่าง
“เหมือนเสี่ยวถุนมันจะดูแปลกนิดหน่อยนะ ฉันบอกแล้วว่าเสี่ยว
ถุนมีสติปัญญา!”
หูเสี่ยวหลีกรอกตามองบน “ฉันจะพูดอีกครั้งนะ มัน ไม่มี
สติปัญญา!”
เธอมองไปทางกลุ่มคนอีกด้านอย่างเป็นกังวล “ไม่รู้ว่าท่าน
ปรมาจารย์คิดจะทำอะไรกับหมูตัวนี้? มันเป็นของทดลองที่สำคัญกับ
สถาบันวิจัยด้วยสิ”
พูดจบ ก็หันไปถลึงตาใส่จิ่งเจียเหยียน “ทั้งหมดเป็นเพราะเธอ
เลย ถ้าไม่ใช่เพราะเธอขโมยหมูทดลองออกมา เรื่องก็คงไม่เป็นแบบ
นี้”
“ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเธอเอาหมูที่มีสติปัญญาไปทดลอง ฉันคง
ไม่…” จิ่งเจียเหยียนเองก็ไม่ยอมแพ้
ทั้งสองคนทะเลาะกันอีกครั้ง แต่พยายามควบคุมน้าเสียงไว้ กลัว
จะดังไปถึงคนอีกกลุ่ม
หลังจากช่างเทคนิคเข้ามาและใช่เครื่องมือตรวจดูหมูตัวนี้อย่าง
ละเอียดก็พบว่า
“ไม่มีพลังวิญญาณกับพลังหยินแน่นอนครับ แต่พวกเราตรวจ
พบคลื่นค่ายกลพลังวิญญาณ”
“มันเป็นไปได้อย่างมาก ว่าจะใช้วิชาแบบอื่นที่พวกเราไม่รู้จัก
หรือไม่ก็เป็นค่ายกลพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งกว่าเครื่องมือของพวก
เรา ซึ่งใช้กดพลังวิญญาณกับพลังหยินเอาไว้ครับ”
“แบบนี้ก็หมายความว่า…” ซู่เซี่ยงหยางเหลือบมองเจ้าหมูที่นอน
อยู่บนพื้น เอ่ยด้วยน้าเสียงงงงวย “หมูตัวนี้อาจจะเป็น อาจจะเป็น
อาจจะเป็น…นักพรตชั่วคนนั้น”
อีกฝ่ายเลือกสัตว์ตัวไหนไม่เลือก กลับเลือกเจ้าหมูตัวนี้
“แล้วตอนนี้จะทำยังไงดีครับ? วิญญาณของเขาไม่สามารถดึง
ออกมาจากร่างหมูตัวนี้ได้เลยเหรอ? เราทำอะไรเขาไม่ได้เลยหรือ
ไง?”
จี้ไจ่หัวเราะเสียงเย็น “ดึงออกมาไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า
ทำลายไม่ได้ แค่ทำลายร่างเนื้อกับวิญญาณไปพร้อมกันก็ใช้ได้แล้ว
นี่”
“ไม่ได้!”
“ไม่ได้ค่ะ!”