เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1288 สลับวิญญาณ
ท่ามกลางสายตาที่ทั้งสงสัยและนับถือของทุกคน จิ่งเจียเหยียน
ลังเลเพียงสองวินาทีเท่านั้น ก่อนจะพยักหน้าอย่างแน่วแน่ “ใช่แล้ว!
ทั้งหมดนี้ล้วนอยู่ในแผนการของฉัน”
เธอแสร้งทำทีเป็นสุขุมลุ่มลึกขณะเอ่ย “ฉันรู้แต่แรกแล้ว ว่านาย
รวมหัวกับนักพรตคนนั้น ถึงได้จงใจบอกตำแหน่งของเขากับหูเสี่ยว
หลี”
พูดจบยังไม่ลืมพยักหน้าหนักแน่น
หมูขาวได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งคร่าครวญเสียงดังเข้าไปใหญ่
เฉิงยวนตบบ่าจิ่งเจียเหยียนด้วยความละเหี่ยใจ “ไม่ต้องพูดแล้ว!
เลิกยั่วยุอารมณ์มันสักที มันน่าสงสาร!”
จิ่งเจียเหยียน “…”
ทุกคนรอกันในห้องรับแขกพักหนึ่ง ผ่านไปไม่นานก็มีรถประจำ
ตำแหน่งแล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์
เฉิงยวนรีบไปเปิดประตู
ครู่เดียวก็พาคนในชุดนักวิจัยสีขาวสามสี่คนก้าวเข้ามาฉับไว
คนสุดท้ายถือเชือกติดมือด้วย
สิ่งที่คล้องกับเชือกคือคนในชุดนักพรต มือเท้าเกาะกับพื้น คืบ
คลานไปตามพื้นอย่างรวดเร็ว
ทั้งคลาน ทั้งกระดิกจมูกไปพลางด้วย
นักวิจัยด้านหลังแทบดึงมันไว้ไม่อยู่แล้ว “อย่าวิ่ง อย่าวิ่งสิ!”
หลังนักวิจัยสองคนก่อนหน้าเข้ามาก็ได้ทักทายพวกฉู่ลั่ว แล้วจด
จ่อกับหมูขาวที่อยู่ตรงมุมห้องด้วยสายตาเร่าร้อน
สายตาหมูขาวกลับทอดลงบนกายหยาบตัวเอง
รอจนเห็นร่างกายตัวเองหมอบอยู่กับพื้น จมูกที่ดุนกับพื้นไปก็
โหยหวนออกมาทันที “สลับตัว สลับตัวเดี๋ยวนี้เลย”
เขาไม่อาจทนเห็นกายหยาบตัวเองมีพฤติกรรมเช่นนี้
ฉู่ลั่วไม่เสียเวลา หยิบยันต์ออกมาทันทีแล้วสะกดร่างกายนั้นไว้
ก่อนจะพาหมูขาวไปข้างกายหยาบตัวเอง
พวกซู่เซี่ยงหยางตั้งท่ารับมืออย่างขึงขัง
จี้ไจ่วาดค่ายกลระหว่างหมูขาวและกายหยาบของมัน รอจนการ
สลับวิญญาณเสร็จสิ้น ก็สามารถจับกุมผู้บำเพ็ญนอกรีตทันที
กระทั่งได้เห็นเจ้าหมูขาวบริกรรมคาถา และใช้กีบของมันวาด
ยันต์กลางอากาศ
แสงสีทองจาง ๆ พาดผ่าน วิญญาณสองดวงสลับที่กันอย่าง
รวดเร็ว
นักพรตลืมตาในบัดดล ยกมือโจมตีค่ายกล
ค่ายกลซึ่งเคยแข็งแรงทลายลงแทบจะทันทีที่เขาโจมตี
“จะหนีเหรอ!”
ขณะจี้ไจ่กำลังลงมือ ก็เห็นเงาร่างทั้งหลายในห้องไล่ตามเข้าไป
อย่างรวดเร็ว
เฉิงยวนในชุดสีแดงดวงตาแดงก่า ผมยาวดกดำปล่อยสยาย
ร่างของจิ้งจอกนั้นใหญ่มหึมา ปลายหางคลี่แผ่กลางอากาศ ราว
กับสามารถบดบังดวงตะวันได้
ส่วนอีกด้านคืองูขาวที่เชิดศีรษะงูขึ้นสูง แลบลิ้นเข้าออกอย่าง
ว่องไว นัยน์ตางูคู่นั้นอึมครึมถึงขีดสุด
ทั้งสามร่างขับให้ผู้บำเพ็ญนอกรีตซึ่งอยู่ตรงกลางดูตัวเล็กลงเป็น
พิเศษ
“บังอาจบุกเข้ามาถึงคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวันแบบนี้ คงต้อง
ขอดูสักหน่อยว่าเจ้ามีปัญญาออกไปได้หรือไม่” สิ้นเสียง เฉิงยวนก็
ปรี่เข้าโจมตี
หูเสี่ยวหลีและจิ่งเจียเหยียนลงมือเข้าขากับเฉิงยวน
ด้านนอกนั่นกำลังสู้กันจนฝุ่นตลบอบอวล เสียงร้องโหยหวนปน
คร่าครวญดังไม่หยุดหย่อน
ซู่เซี่ยงหยางเอียงคอ ถามฉู่ลั่วอย่างแผ่วเบา “คุณจะไม่เข้าไป
ห้ามหน่อยเหรอครับ”
ฉู่ลั่วตอบ “วางใจได้ พวกเธอไม่ทำถึงตายหรอก”
ผ่านไปไม่นาน ก็เห็นจิ่งเจียเหยียนใช้หางม้วนรัดผู้บำเพ็ญเพียร
ที่เหลือลมหายใจอึดสุดท้ายเข้ามา ก่อนจะเหวี่ยงเขาลงพื้น
ซู่เซี่ยงหยางรีบสั่งให้สมาชิกองค์กรคุมตัวผู้บำเพ็ญเพียรนอกรีต
คนนี้พากลับไป
………
ณ ที่ทำการ
ห้องสอบสวน
ผู้บำเพ็ญนอกรีตหลับตาสนิท นั่งขัดสมาธิ
ถึงแม้ทั้งมือและเท้าล้วนถูกล่ามโซ่ แต่เขาทำเหมือนไม่รู้สึกรู้สา
ยังคงหลับตาบำเพ็ญตบะต่อไปโดยไม่สนสิ่งอื่น
ไม่ว่าพวกซู่เซี่ยงหยางถามอะไร เขาก็ไม่ปริปากสักคำ
ซู่เซี่ยงหยางออกแรงตบโต๊ะ โมโหจนลุกขึ้นยืนแล้วก้าวอาด ๆ
ออกจากห้องสอบสวน
“จับเขากลับมาได้ก็จริง แต่ไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย ทำไมคน
คนนี้ถึงได้ปากแข็งขนาดนี้นะ”
ขณะที่พูด เขาก็เห็นฉู่ลั่วพาหูเสี่ยวหลีเข้ามา เขารีบเดินเข้าไป
เล่าผลการสอบสวนที่ไม่ได้อะไรให้ฟัง
หูเสี่ยวหลีเขย่ามือถือตัวเองพลางกล่าว “วางใจได้ ฉันจะไปถาม
เอง รับรองว่าได้คำตอบทุกเรื่องที่พวกคุณอยากรู้แน่นอน”
ซู่เซี่ยงหยางมองพินิจหูเสี่ยวหลีขึ้นลง “ไม่ใช่ว่าผมดูถูกคุณนะ
ครับ แต่ผู้บำเพ็ญนอกรีตนคนนี้ต่างจากผู้บำเพ็ญคนอื่นที่พวกเรา
เคยพบมา”