เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1289 รู้จักหุบเหวเทพมรณะ
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอีกฝ่ายจิตใจเข้มแข็ง หรือเพราะไม่มีอะไรให้
ต้องเกรงกลัวจริง ๆ
กฎของนิกายเต๋าข่มขวัญเขาไม่ได้
กระทั่งวิชาอาคมแผ้วพานเขาไม่ได้เหมือนกัน
หูเสี่ยวหลีหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะตอบ “วางใจเถอะ ฉันมีของวิเศษ
อยู่”
ของวิเศษเหรอ
ของวิเศษอะไรกัน
หูเสี่ยวหลีเดินส่ายทรวดทรงองเอวด้วยท่าทางนวยนาดเข้าไปใน
ห้องสอบสวน
ผู้บำเพ็ญนอกรีตที่หลับตาในตอนแรกกลับเบิกตาโพลงด้วย
ความตกใจทันที วินาทีที่เห็นหูเสี่ยวหลีเข้ามา ลมหายใจเขาพลันเข้า
ออกถี่รัวเร็วขึ้นมาเสียอย่างนั้น
หูเสี่ยวหลีหยิบกระดาษออกมาแผ่นหนึ่ง พร้อมโบกมือให้กระจก
ด้านหลังตัวเอง
คำถามบนกระดาษแผ่นนี้ เป็นเรื่องที่พวกซู่เซี่ยงหยางต้องการ
สอบสวนคน
เธอนั่งบนเก้าอี้ด้วยท่าทางพราวเสน่ห์ กระดกขาตัวเองขึ้นอย่าง
ผ่อนคลาย แล้วใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบา ๆ “คุณชื่ออะไร”
ผู้บำเพ็ญนอกรีตเม้มปาก ถลึงตามองเธออย่างเคียดแค้น
หูเสี่ยวหลีหยุดเคาะโต๊ะ แต่เปลี่ยนไปเคาะที่มือถือเบา ๆ สองครั้ง
ผู้บำเพ็ญนอกรีตเหงื่อตก ก่อนเอ่ยตอบ “สมญานามเต๋า ซิง
หวาย”
ซู่เซี่ยงหยางด้านหลังกระจกพลันเบิกตาโต “หูเสี่ยวหลีมีของ
วิเศษอะไรเหรอครับ มันเป็นอาคมเฉพาะของจิ้งจอกที่ใช้สะกดจิต
มนุษย์ใช่ไหมครับ”
“เราขอศึกษาวิชานั้นได้ไหมครับ”
ถ้าศึกษาและนำมาใช้ได้ การสอบสวนหลังจากนี้ก็คงง่ายขึ้น
เยอะเลย!
คำถามบนกระดาษแผ่นนั้นถูกถามออกไปเรื่อย ๆ และนักพรตซิง
หวายก็ไม่มีปิดบังแม้แต่น้อย
จนกระทั่งหูเสี่ยวหลีชำเลืองคำถามถัดไป เธอถามออกไปด้วย
น้าเสียงเนิบนาบ “คุณรู้จักหุบเหวเทพมรณะไหม”
นักพรตซิงหวายที่ให้ความร่วมมือกับการตอบมาโดยตลอดกลับ
ดวงตาเบิกกว้างหลังได้ยินคำถามนี้ เขามองหูเสี่ยวหลีด้วยท่าทาง
ตระหนกเล็กน้อย
หูเสี่ยวหลีรอคอยคำตอบจากเขา
ลมหายใจนักพรตซิงหวายรัวเร็วอยู่หลายวินาที
หูเสี่ยวหลีขมวดคิ้วเล็กน้อย ใช้นิ้วจิ้มมือถืออีกครั้ง
“…รู้จัก”
เมื่อเขาตอบเช่นนี้ สีหน้าทุกคนหลังกระจกเปลี่ยนไปกันหมด
ซู่เซี่ยงหยางกดปุ่มสนทนาและพูดกับหูเสี่ยวหลี “ถามเขาว่าหุบ
เหวเทพมรณะมีภูมิหลังยังไง อยู่ที่ไหน แล้วหุบเหวเทพมรณะต้องการ
อะไรทีครับ”
หูเสี่ยวหลีเอ่ยทวนคำถามนั้นกับอีกฝ่าย
นักพรตซิงหวาย “…”
หูเสี่ยวหลีหยิบมือถือขึ้นมาแล้วส่ายเบา ๆ ราวกับเป็นการข่มขู่
โดยไร้สุ้มเสียง
นักพรตซิงหวายถอนหายใจอย่างหนักหน่วง ก่อนหลับตาแล้ว
ตอบไป “หุบเหวเทพมรณะคือ…”
คำพูดที่เหลือไม่ทันได้ออกจากปาก สีหน้าของเขากลับ
เปลี่ยนไปกะทันหัน ลูกตาขยายตัวในเสี้ยววินาที สองมือดีดดิ้น
กระเสือกกระสน
“นี่มัน…”
ไม่รอให้คนอื่นได้สติ ฉู่ลั่วก็รีบปราดเข้าไป มือข้างหนึ่งของเธอ
จับหูเสี่ยวหลี ส่วนมืออีกข้างสะบัดยันต์ออกไปกีดขวางเลือดเนื้อที่
กำลังระเบิด และพลังหยินหนาแน่นที่โฉบปะทะเข้ามา
นักพรตซิงหวายตัวระเบิดแล้ว!
พลังหยินนั้นจู่โจมเข้ามาหาหูเสี่ยวหลีด้วยความดุดันและ
โหดเหี้ยม
ถ้าไม่ใช่ฉู่ลั่วเคลื่อนไหวว่องไวจนสามารถป้องกันการโจมตีนั้น
ได้ ป่านนี้หูเสี่ยวหลีคง…
หูเสี่ยวหลีกุมหน้าอก หอบหายใจอย่างนึกกลัวไม่หาย “ไม่อยาก
ตอบก็ไม่ต้องตอบสิ ทำไมต้องระเบิดตัวเองด้วย! เขาตายไปแล้ว แล้ว
วิญญาณ…”
เธอถึงกับผงะไป หันมองเศษชิ้นเนื้อและคราบเลือดมากมายด้วย
สัญชาตญาณทันที จากนั้นก็กวาดตามองรอบ ๆ ห้องอย่างรวดเร็ว
“วิญญาณล่ะ”
วิญญาณของผู้บำเพ็ญนอกรีตตัวเบ้อเริ่มนั่นล่ะ?
“สลายเป็นจุณแล้ว”
ฉู่ลั่วดึงมือกลับ สายตาทอดลงบนเศษเลือดเนื้อเหล่านั้น
พวกซู่เซี่ยงหยางก็ปรี่เข้ามา มองภาพนี้ด้วยความตะลึงเช่นกัน
“พวกเราตรวจสอบดูแล้ว บนตัวเขาไม่มีผนึกครับ ไม่มีทางระเบิด
ตัวเองเพราะไปกระตุ้นผนึกอะไรเข้าแน่นอน”
จี้ไจ่ขมวดคิ้วเป็นปม
“ถ้าไม่มีผนึก แต่ซิงหวายยังระเบิดตัวเองได้แบบนี้ คงเหลือเพียง
ความเป็นไปได้เดียว…”
สายตาทุกคนเพ่งไปยังห้องสอบสวน
บนกำแพงและโซ่ตรวนภายในห้อง ต่างมีอักขระวาดลงไว้ยั้วเยี้ย
เวลานั้น เศษเลือดเนื้อที่ระเบิดออกตกลงบนอักขระ มันส่งเสียง
ดังเปรี๊ยะปร๊ะ
ไม่นานอักขระก็เลือนหายไปอย่างเงียบเชียบ
เสียงของซู่เซี่ยงหยางทุ้มต่าและเย็นยะเยือก “เป็นฝีมือของคนใน
องค์กร”