เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1291 ค่ายกลดับวิญญาณ
ฉู่ลั่วค่อย ๆ ลืมตาขึ้น น้าเสียงที่เอื้อนเอ่ยนั้นเจือไปด้วยความเย้ย
หยัน “ฉันลงคาถาไว้กับตัวฉู่หร่าน เมื่อไหร่ที่เธอไปข้องแวะกับคน
ที่ตั้งค่ายกลให้เธอในอดีต ฉันจะสัมผัสได้ทันที”
ระบบยังคงกล่าวชมไม่หยุด [โฮสต์ช่างเยี่ยมยอดจริง ๆ]
แต่ฉู่ลั่วกลับหัวเราะเสียงเย็น เธอหันกลับมามองเงาร่างพิศวงที่
สะท้อนออกจากห้อง “ฉันก็เหมือนกับเธอ เป็นแค่หมากตัวหนึ่ง
เท่านั้น”
“พวกเราต่างอยู่บนกระดาน ไม่รู้แม้กระทั่งใครคือผู้กุมหมากอยู่
เบื้องหลัง”
ระบบหยุดทำเสียงดีใจไป […]
“ตอนนี้เธอถูกทำให้เป็นหมากตัวหนึ่งที่ถูกเขี่ยทิ้ง ไม่แน่ว่าวัน
พรุ่งนี้อาจเป็นคราวของฉันก็ได้”
เสียงของระบบละล่าละลัก [ฉู่หร่านจะเทียบกับโฮสต์ได้ยังไง
โฮสต์ไม่มีทางกลายเป็นหมากที่ถูกเขี่ยทิ้งหรอก โฮสต์น่ะ…]
ไม่รอให้ระบบกล่าวจบด้วยน้าเสียงอันเจื้อยแจ้ว ฉู่ลั่วก็ผลักประตู
เข้าไป
ตอนนี้ฉู่หร่านซึ่งกลายเป็นผีร้ายกำลังเอียงคอ แขนขาลากยาว
กับพื้น ดวงตาพิศวงของเธอแดงก่า จดจ้องฉู่ลั่วอย่างเอาเป็นเอาตาย
ส่วนด้านข้างของเธอ มีหัวกะโหลกโดดเดี่ยวอยู่หัวหนึ่ง
ถึงแม้กะโหลกนั้นจะแหลกไปแล้วครึ่งซีก แต่ก็ยังคงมองออกว่า
มันคือหัวของฉู่หร่าน
สายตาฉู่ลั่วทอดไปที่มุมต่าง ๆ ของโถงปีก และเห็นแขนขาพร้อม
กับอวัยวะของฉู่หร่านถูกจัดวางอยู่ในค่ายกล
“อ๊าก!”
ฉู่หร่านผู้กลายเป็นผีร้ายปรี่เข้ามาโจมตีใส่ฉู่ลั่ว
ฉู่ลั่วรีบยกดาบชิงเจวี๋ยขึ้นป้องกัน
เสียงระบบเอ่ยเตือนอย่างหาได้ยาก [นี่คือค่ายกลดับวิญญาณ]
คล้อยตามเสียงของระบบที่ดังในจิตธรรมญาณ ทั้งอาศรมติ้ง
เทียนก็มีหมอกควันสีแดงสดลอยฟุ้งขึ้นบาง ๆ
ค่ายกลแห่งหนึ่งถูกตั้งขึ้น
เสียงของระบบฟังดูร้อนรนทันที [โฮสต์ รีบออกไปจากที่นี่เถอะ!]
แต่ฉู่ลั่วกลับไม่ยอมขยับเขยื้อน เธอก้าวเท้าเข้าหาฉู่หร่าน
เท่านั้น
ระบบในจิตธรรมญาณของเธอร้อนใจจนทนแทบไม่ไหวแล้ว [รีบ
ออกไปเถอะโฮสต์! พวกเขาจงใจใช้ฉู่หร่านตั้งค่ายกลหลอกล่อคุณ
มาที่นี่ ก็เพื่อจะฆ่าคุณนั่นแหละ!]
ระบบเอ่ยต่อ [ถ้าคุณออกไปตอนนี้ ยังมีโอกาสรอดนะ]
เสียงของระบบดังอย่างต่อเนื่อง [โฮสต์ รีบ ๆ ออกไปเถอะ!]
ฉู่ลั่วต้านรับพลังหยินอันดุดันรุนแรง ย่างเท้าไปข้างหน้าทีละก้าว
ดาบชิงเจวี๋ยในมือตวัดปัดป้องพลังหยินคลื่นแล้วคลื่นเล่าที่จู่โจมเข้า
มา
ระบบเอ่ย [โฮสต์…]
ฉู่ลั่วตอบกลับ “ฉันไม่อยากเป็นหมากที่ถูกคนอื่นบงการ”
ระบบเงียบเสียงไปในทันที
ฉู่ลั่วกล่าวต่อ “และฉันก็ไม่อยากเป็นหมากที่จะถูกเขี่ยทิ้งได้ทุก
เมื่อ!”
ผีร้ายฉู่หร่านคิดจะโจมตีอีกครั้ง แต่แล้วก็ถูกดาบชิงเจวี๋ยของ
ฉู่ลั่วปัดวิญญาณเธอออกไป
เธอก้าวเข้ามาจนกระทั่งอยู่ใจกลางเนตรค่ายกล
หมอกสีแดงสดจาง ๆ นั้นเข้มขึ้นเรื่อย ๆ รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
ท่ามกลางม่านหมอกบางสีแดงสด สัมภเวสีที่รายล้อมอยู่รอบตัว
ต่างกลายเป็นผีร้ายกันหมด
บริเวณตรงกลางเนตรค่ายกลคือหัวกะโหลกของฉู่หร่าน
ซึ่งมันถูกกระแทกกับเนตรค่ายกลอย่างแรง
เธอถูกตัดหัวตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ดังนั้นดวงตาจึงยังเบิกโพลงเป็น
พิเศษ
ชิ้นส่วนอวัยวะอื่น ๆ ในร่างกายของเธอ ล้วนกลายเป็นปัจจัยหนึ่ง
ของค่ายกลดับวิญญาณนี้
ผีร้ายฉู่หร่านวิ่งปราดเข้ามาอีกครั้ง
ฉู่ลั่วใช้จังหวะนั้นกวัดแกว่งดาบชิงเจวี๋ย ปลายดาบคมแทงเข้ากับ
ดวงวิญญาณของเธอ แล้วปักเธอเอาไว้กับพื้นไม่ให้มาขัดขวางอีก
เสียงกรีดร้องครวญครางของวิญญาณร้ายยิ่งแผดดังสะท้อนไป
มาภายในห้องโถงปีกแห่งนี้
เหล่าผีร้ายตนแล้วตนเล่ารีบพุ่งโถมทับเข้าใส่กลางเนตรค่ายกล
ฉู่ลั่วเอื้อมมือสัมผัสกับหัวกะโหลกฉู่หร่าน ก่อนจะถ่ายทอดพลัง
วิญญาณเข้าไปทันที
พลังวิญญาณแผ่ขยายไปทั่วทั้งค่ายกลดับวิญญาณผ่านเนตร
ค่ายกลอย่างรวดเร็ว
เสียงระบบในจิตธรรมญาณเริ่มสูญเสียการควบคุม มันไม่ใช่
เสียงของจักรกลอย่างปกติ แต่เป็นเสียงกึ่งชายกึ่งหญิงแทน [ฉู่ลั่ว สิ่ง
สำคัญที่สุดคือมีชีวิตรอดต่างหาก!]
สิ่งที่ตอบระบบไปคือพลังวิญญาณที่รุนแรงเข้มข้นยิ่งขึ้นของ
ฉู่ลั่ว
จนกระทั่งเริ่มมีเงาเลือนรางปรากฏในโถงปีก
มันเป็นภาพก่อนฉู่หร่านจะตาย…