เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1293 ช่วยฉันฆ่าฉู่ลั่ว
“แบบนี้สิเด็กดี!” ปี้ฮั่นอินลูบหัวฉู่หร่านอย่างใจดี น้าเสียง
เปลี่ยนเป็นเศร้าสร้อย “ดูเธอสิ ดื้อด้านจริง ๆ ฉันให้เธอชิงดวงชะตา
ของทุกคนในตระกูลฉู่มา แล้วดูสิว่าเธอทำอะไรลงไป”
“ด้ายแดงบุพเพ หมุนพลิกพื้นดวง วาสนาสามชาติสามภพ…ฉัน
จัดสรรค์รูปการณ์ที่ดีที่สุดให้เธอแล้ว ต่อให้เป็นแค่หมูตัวหนึ่งก็คงไม่
มีทางแพ้หรอก!”
“แต่เธอก็ยังแพ้ให้ฉู่ลั่ว!”
“เฮ้อ”
เขาส่ายหัวช้า ๆ “ฉันผิดหวังมากนะ”
ร่างฉู่หร่านกระตุกไปทั้งตัว “ฉันผิดไปแล้ว ผิดไปแล้วค่ะ!”
“รู้ตัวว่าผิดก็ดีแล้ว” ปี้ฮั่นอินมีท่าทางปลื้มปริ่ม “ในเมื่อรู้ตัวว่าผิด
เธอก็ชดใช้ซะ”
นิ้วของเขาปาดเช็ดน้าตาที่เล็ดออกจากหางตาฉู่หร่านเบา ๆ
“ช่วยฉันฆ่าฉู่ลั่วได้ไหม”
“…ได้”
“เด็กดี!”
ฉู่หร่านไม่เข้าใจว่าคำว่า ‘ได้’ ของตัวเองมีความหมายยังไง เธอ
แค่รู้สึกเจ็บ แค่อยากสลัดความทรมานนี้ให้พ้นออกไป
ตอนที่เธอคิดว่าปี้ฮั่นอินจะปล่อยเธอไป กลับเห็นปี้ฮั่นอินเรียกมีด
ขนาดเท่าฝ่ามือออกมาหนึ่งเล่ม
เขาเท้าด้ามจับของมีดด้วยท่าทางเกียจคร้าน “เธอยังไม่เข้ามา
ช่วยอีก พวกเราชิงดวงชะตาของฉู่หร่านไปไม่ได้แล้ว ถ้าอย่างนั้นก็
ฆ่าทิ้งซะเถอะ!”
จิ่งอันฉิงไม่แม้แต่จะมองฉู่หร่านที่กำลังตื่นกลัวอยู่บนพื้น “ฆ่าฉู่ห
ร่านเหรอ ดวงชะตาของเธอแข็งแกร่งออกขนาดนั้น จะให้ฆ่าเธอไป
ง่าย ๆ อย่างนี้เหรอ”
“พวกเราตามหามาตั้งนาน ถึงได้เจอคนที่ต้องตาสวรรค์อย่างฉู่ห
ร่าน…”
“จะให้ฆ่าทิ้งไปง่าย ๆ อย่างนี้เหรอ”
เธอหัวเราะพรืด
ปี้ฮั่นอินละเหี่ยใจ “คุณก็เห็นแล้วนะว่าแผนการล้มเหลว! ถ้าไม่
ฆ่าเธอแล้วจะให้เก็บเอาไว้ทำไมอีก”
“ดวงชะตาของเธอทรงพลังมากก็จริง แต่ว่า…” ปี้ฮั่นอินเลิกคิ้ว
“เธอถูกหุบเหวเทพมรณะประทับตราไปแล้ว หลังเธอตาย วิญญาณก็
จะเป็นของหุบเหวเทพมรณะ”
“ในชาติหน้าเธอก็ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของพวกเราอยู่ดี”
จิ่งอันฉิงดูจะไม่เต็มใจอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ไม่อาจไม่ทำตามสิ่งที่
ปี้ฮั่นอินบอก
เธอเดินเข้าไปมองฉู่หร่านราวกับกำลังมองสิ่งโสโครก “คุณ
จัดแจงไว้เรียบร้อยหมดแล้ว ยังไม่รีบลงมืออีกเหรอ”
“จะรอให้ฉู่ลั่วมาถึงก่อนหรือไง”
ปี้ฮั่นอินเอ่ย “ฉันจะตั้งค่ายกลดับวิญญาณ”
“ค่ายกลดับวิญญาณ!” จิ่งอันฉิงตะลึงงัน “ไหนคุณบอกว่า…”
“ด้วยความสามารถของฉู่ลั่ว ค่ายกลดับวิญญาณไม่อาจลบล้าง
วิญญาณของเธอออกไปได้ แต่เพียงพอลดทอนพลังวิญญาณของ
เธออยู่บ้าง”
“แต่…” สายตาปี้ฮั่นอินมองสลับไปมาระหว่างจิ่งอันฉิงกับฉู่หร่าน
“คุณจะทำลงหรือเปล่า”
จิ่งอันฉิงกลอกตาอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะรับมีดมาแล้วฟันลง
ไปอย่างไร้ปรานี แล้วจึงโยนให้ปี้ฮั่นอินที่ข้าง ๆ อย่างไร้อารมณ์
เหมือนเดิม “ยังไม่รีบลงมืออีก!”
จากนั้นเสียงกรีดร้องของฉู่หร่านก็ดังก้องไปทั่วทั้งอาศรมติ้ง
เทียน
เลือดสด ๆ สาดกระเซ็น
มีดแล้วมีดเล่า
กระทั่งฉู่หร่านเจ็บจนร้องไม่ออก
เธอเบิกตาโต คนทั้งคนจมอยู่กลางกองเลือด
แขนขาและอวัยวะส่วนอื่น ถูกหั่นออกไปทีละชิ้น
แต่ฉู่หร่านก็ยังไม่ตาย
อักขระบนท่อนไม้พันธนาการวิญญาณเธอไว้ให้อยู่ในร่างกายนี้
ต่อให้เหลือแค่หัวเธอก็ยังไม่ตาย
เธอต้องทนดูเลือดเนื้อตัวเองกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย และถูก
โยนไปยังมุมต่าง ๆ ของอาศรมติ้งเทียน
ปี้ฮั่นอินเดินเข้ามาจากด้านนอกพลางกล่าวว่า “ค่ายกลถูกวาง
เรียบร้อย เหลือแค่เนตรค่ายกลแล้ว”
จิ่งอันฉิงตวัดมีด จิกเส้นผมของฉู่หร่านขึ้นมา ดึงเอาหัวและ
ลำคอที่เหลืออยู่เล็กน้อยของเธอขึ้น
ปากของฉู่หร่านอ้า ๆ หุบ ๆ ในดวงตาที่มีหลั่งเลือดออกมา
ทันใดนั้นก็เกิดเสียงดังตึง
กะโหลกของเธอถูกปาเข้าไปกลางเนตรค่ายกลอย่างแรงจน
แตกร้าวไปครึ่งซีก ดวงตาเบิกกว้างถึงที่สุด
ไอหมอกสีขาวมวลหนึ่งลอยออกมาจากร่างของเธอ
“มีครรภ์ที่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างอยู่ด้วยเหรอเนี่ย”
น้าเสียงปี้ฮั่นอินผ่อนคลาย ตวัดปลายนิ้วเพื่อจะดึงสิ่งนั้นมา
แต่แล้วแววตาของเขากลับไหวระริก “มาเร็วจริง! ไปเถอะ”
จิ่งอันฉิงตามหลังไปติด ๆ ออกจากโถงปีก