เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1320 ลาออกจากต าแหน่งเจ้านิกาย
พลังหยินที่ปรากฏออกมาฉับพลันทำให้ทุกคนในที่นี้ตื่น
ตระหนกกันหมด
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายที่มาคือยมทูตขาวดำ สีหน้าทุกคนล้วน
เปลี่ยนไป
ซู่เซี่ยงหยางเอียงคอแนะนำให้ผู้บังคับบัญชาเก่าฟังเบา ๆ
ผู้บังคับบัญชาเก่าเลิกคิ้วขึ้น แต่ไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น
“ฉู่ลั่ว!” ไจ๋ฉางตวาดเสียงกร้าว “เธอดูผลงานของตัวเองสิ มัน
ถึงกับสั่นสะเทือนไปถึงยมโลกแล้ว”
คนที่เหลือต่างมีความคิดเห็นเหมือนกับไจ๋ฉาง พวกเขาพากัน
มองฉู่ลั่วด้วยสายตาเย็นเยียบ
นักพรตหงฟางลุกขึ้นยืน พลางเดินไปอยู่ตรงหน้ายมทูตขาวดำ
ด้วยตัวเอง แล้วเอ่ยขึ้น “ท่านทั้งสอง เรื่องราวในครั้งนี้เป็นเพราะการ
จัดการที่หละหลวมของพวกเรานิกายเต๋า ถึงปล่อยให้เศษสวะใน
นิกายออกไปก่อเรื่องก่อราวข้างนอก จนส่งผลกระทบไปถึงที่ยมโลก”
เขาชำเลืองฉู่ลั่วแล้วเอ่ยต่อ “พวกเราจะจัดการให้ดีครับ ถ้า
ยมโลกยังไม่พอใจ เราจะส่งเธอไปที่ยมโลกแล้วปล่อยให้ยมโลก
จัดการเธอเอง”
สิ้นเสียง สายตาที่เขาทอดมองฉู่ลั่วก็เปี่ยมด้วยความมุ่งร้าย
ขอเพียงยมทูตขาวดำบอกความประสงค์ของยมราชมา พวกเขา
ก็สามารถลงมือจัดการฉู่ลั่วทันที
ยมทูตขาวดำมองนักพรตหงฟางด้วยสายตาเฉยชา นัยน์ตา
พิศวงและใบหน้าซีดขาวไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด เพียงชั่วพริบตานั้น
ยมทูตขาวดำก็ไปโผล่อยู่ข้างกายฉู่ลั่วแล้ว
นักพรตชิงหยางผุดตัวลุกขึ้นทันที “ท่านทั้งสอง เจ้านิกายอายุยัง
น้อย ไม่ค่อยรู้เรื่องกฎระเบียบในนิกายเต๋า ถ้าเผลอล่วงเกินอะไรไป
ขอให้พวกท่านโปรดอย่าถือสา ถ้ายมโลกไม่พอใจ ผมยินดีลงไป
อธิบายที่ยมโลกด้วยตัวเองครับ”
ยมทูตขาวดำมองนักพรตชิงหยางด้วยสีหน้าที่ดีขึ้นมาบ้าง
“ปรมาจารย์” ยมทูตขาวพูดกับฉู่ลั่วด้วยความนอบน้อมว่า “สิบ
วังยมราชได้กำชับพวกเรา ให้แจ้งเรื่องฟ้องคดีทิพย์ต่อนิกายเต๋า
ด้วย”
“ผมเห็นว่าคนในนิกายเต๋าอยู่ที่นี่กันหมดจึงเดินทางมา คงไม่ได้
รบกวนการทำงานของปรมาจารย์ใช่หรือเปล่า”
ฉู่ลั่วตอบ “เปล่าเลย นี่เป็นแค่การประชุมธรรมดาค่ะ ไม่มีเรื่อง
ใหญ่ให้อะไรต้องจัดการหรอก”
เมื่อได้ยินคำตอบของฉู่ลั่ว เสียงของยมทูตดำก็ยิ่งเย็นยะเยือก
อีกทั้งสีหน้าพลันอึมครึมลงไปใหญ่
“ขอแจ้งต่อทุกท่าน ณ ที่นี้ ยมโลกรับคดีทิพย์จากการใช้เคล็ด
วิชาเอาชนะคนชั่วพันลี้”
ทุกคน “…”
ไจ๋ฉางเอ่ย “ก่อนหน้านี้ทำไม่ได้ไม่ใช่เหรอครับ กฎที่ปฏิบัติมา
เป็นพันปียังไม่ยอมรับ ทำไมอยู่ ๆ ถึงรับได้ล่ะครับ”
เขาเริ่มสงสัยแล้วว่ายมทูตขาวดำตรงหน้านี้ใช่ยมทูตขาวดำตัว
จริงไหม
“นี่เป็นกฎใหม่ของยมโลก แค่มาแจ้งให้ทุกท่านทราบเพียง
เท่านั้น”
ยมทูตขาวดำพูดจบ น้าเสียงก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง “ปรมาจารย์ หน
นี้พวกเราจะเตรียมการเป็นอย่างดี ไม่ให้เหมือนครั้งก่อนแน่นอน”
หลังฉู่ลั่วผงกหัวให้เล็กน้อย ยมทูตขาวดำก็หายวับไปทันที
เหมือนกับตอนที่พวกเขามา ขณะทุกคนยังไม่ทันตั้งสติได้ เสียง
เซ็งแซ่ในห้องประชุมก็เงียบลงไปแล้ว
ทุกคนในนิกายเต๋าต่างมองหน้ากัน
“เจ้านิกายครับ กฎใหม่ของยมโลกที่เปลี่ยนไป เป็นเพราะคุณ
เหรอครับ” ถึงแม้น้าเสียงของจี้ไจ่จะดูสั่น ๆ แต่กลับรู้สึกเหมือนเขา
คาดอะไรไว้ไม่ผิด
ฉู่ลั่วเอ่ยตอบ “แค่ไปบอกความจำเป็นของการร้องเรียนที่ยมโลก
ให้ฟังก็เท่านั้นค่ะ”
นักพรตชิงหยางไม่อาจรักษาสีหน้าของผู้อาวุโสไว้ได้อีกต่อไป
เขากะพริบตาปริบ ๆ แล้วเอ่ยถาม “เจ้านิกาย แค่ไปบอกเล่าความ
จำเป็นให้ยมโลกฟัง ยมโลกก็ตกลงจะเปลี่ยนกฎใหม่เลยอย่างนั้น
เหรอ”
“ใช่ค่ะ”
เธอปรายตามองสมาชิกนิกายเต๋าที่มีสีหน้าแตกต่างกันไป แล้ว
หันมองซู่เซี่ยงหยางกับผู้บัญชาการทหาร “ถ้าฉันลาออกไปตอนนี้
ไม่รู้ว่าจะส่งใครมารับหน้าที่นี้ต่อจากฉันคะ”
ซู่เซี่ยงหยางมีสีหน้ากึ่งยิ้ม “ถ้าเจ้านิกายลาออก ไม่รู้ว่าใครใน
นิกายเต๋าที่มีความสามารถพอจะรับตำแหน่งต่อจากเจ้านิกายบ้างนะ
ครับ”
“ฝั่งของนิกายเต๋าพวกเราไม่รู้หรอก แต่สำหรับองค์กร ตอนนี้ยัง
ไม่มีคนที่สามารถทำให้ยมโลกยอมเปลี่ยนกฎปรากฏตัวออกมาได้”
“พวกเราไม่มีทางยอมให้เจ้านิกายไปไหนหรอกครับ”
ผู้บัญชาการทหารยังคงรักษารอยยิ้มเปี่ยมเมตตาเอาไว้ “ถ้าเจ้า
นิกายฉู่ต้องการเปิดสำนักของตัวเอง ก้คงไม่อาจดูแลทั้งเรื่องใน
องค์กรและเรื่องในนิกายเต๋าได้ทั้งหมดจริง ๆ ถ้าอย่างนั้นจะลาออก
จากตำแหน่งเจ้านิกายก็ได้”