เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1321 โรงเรียนใหม่
ไจ๋ฉางพลันได้สติ เขาเอ่ยด้วยน้าเสียงแข็งกระด้าง “ไม่ใช่ใครก็
เปิดสำนักได้นะครับ หรือทางรัฐบาลจะฝ่าฝืนระเบียบของนิกายเต๋า
ตอนที่จัดตั้งองค์กรเราคุยกันไว้ชัดเจนเลยนะครับว่ารัฐบาลต้อง
เคารพกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในนิกายเต๋า”
ผู้บัญชาการทหารไม่นึกโกรธ เขาพูดขึ้นว่า “ถ้าเปิดสำนักไม่ได้
ก็ไม่เป็นไร ไม่รู้ว่าเจ้านิกายฉู่สนใจตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ไหมครับ”
“รัฐบาลตั้งใจก่อตั้งโรงเรียนเต๋าขึ้นมาแห่งหนึ่ง เป้าหมายหลัก ๆ
คือบ่มเพาะนักเรียนให้มีความรู้ทางเต๋า หลังจากเรียนจบก็จะให้พวก
เขาทำงานที่องค์กร”
พูดจบก็ไม่รอให้คนในนิกายเต๋าส่งเสียงอะไรอีก เขากล่าวต่อ
“วางใจได้ หลังจบจากโรงเรียนแล้ว นอกจากทำงานในองค์กร พวก
เขายังจะไม่ทำงานที่เกี่ยวข้องกับนิกายเต๋า”
“แต่…”
“ก่อนหน้านี้ทางนิกายเต๋าก็พูดไว้อย่างชัดเจน ว่าจะสนับสนุนทุก
อย่างที่ช่วยให้องค์กรได้ดำเนินการไปอย่างราบรื่น” ผู้บัญชาการ
ทหารอมยิ้มมองสมาชิกนิกายเต๋าทุกคน “หลังเจ้านิกายฉู่ลาออกจาก
ตำแหน่งแล้ว ก็จะมาเป็นอาจารย์ใหญ่ในโรงเรียนใหม่พอดี”
ซู่เซี่ยงหยางเอนหลังด้วยท่าทางผ่อนคลายพลางเอ่ย “เจ้านิกาย
ของเราไม่มีอาจารย์ ไม่ได้รับสืบทอดวิชา แค่ทำให้ยมโลกเปลี่ยนกฎ
ได้ก็เท่านั้น มีสิทธิ์เป็นผู้นำนิกายที่ไหนล่ะครับ”
“คนจะเป็นผู้นำนิกายได้ ต้องเก่งกาจกว่าเจ้านิกายของเราอยู่
แล้ว ไม่รู้ว่าทุกท่านตั้งใจให้ใครมารับตำแหน่งผู้นำนิกายเหรอครับ
ถือว่าพวกเราจะได้เปิดหูเปิดตาไปด้วยเลย”
น้าเสียงของเขาเปี่ยมด้วยความนับถือ แต่สีหน้ากลับแสดงความ
ดูแคลนสุด ๆ “ถึงยังไง ด้วยประสบการณ์ของปุถุชนอย่างผม ก็รู้สึก
ว่าแค่ทำให้ยมโลกยอมเปลี่ยนกฎใหม่ก็สุดยอดมากแล้วล่ะครับ”
ทุกคนในนิกายเต๋า “…”
สมาชิกนิกายเต๋าอย่างพวกเขาก็ได้เปิดหูเปิดตาครั้งใหญ่
เหมือนกันนะ!
พวกเขาก็รู้สึกสุดยอดเหมือนกัน!
แต่จะบอกไปตามตรงอย่างนี้ก็ไม่ได้
พวกเขาได้แต่หันมองนักพรตหงฟางซึ่งมีสถานะสูงสุด
นับตั้งแต่ยมทูตขาวดำมองข้ามเขา เขาก็เริ่มคงสีหน้าราบเรียบ
ไว้ไม่ไหว
โดยเฉพาะหลังรู้ว่ายมโลกยอมเปลี่ยนกฎใหม่เพราะฉู่ลั่ว แม้แต่
สายตายังเย็นเยียบลง
“เจ้านิกายฉู่ต้องเป็นผู้นำให้นิกายเต๋าของเราอยู่แล้ว”
นักพรตหงฟางไม่ทันปริปาก นักพรตชิงหยางก็เอ่ยแกมหัวเราะ
ขึ้นมา “การที่เรามาในครั้งนี้ แค่อยากถามเรื่องคดีทิพย์กับเจ้านิกาย
ให้แน่ชัด ในเมื่อเข้าใจกันแล้ว ตำแหน่งผู้นำจะเปลี่ยนส่งเดช…”
“นักพรตชิงหยางคะ”
ฉู่ลั่วมองเขาพลางเอ่ย “ตำแหน่งผู้นำเกินความสามารถของฉัน
จริง ๆ ตั้งแต่ฉันรับตำแหน่งเจ้านิกายมา ก็ไม่สามารถทำให้ทุกคน
ยอมรับได้ สู้ให้คนที่มีความสามารถมากพอมารับตำแหน่งนี้ไปดีกว่า
ค่ะ”
“ฉันจะได้มีเวลาไปดูแลองค์กรกับโรงเรียนใหม่ด้วย”
ไม่ใช่ทำให้ทุกคนยอมรับไม่ได้
แต่นิกายเต๋าไม่เคยเห็นฉู่ลั่วเป็นผู้นำเลย
นักพรตชิงหยางเข้าใจสถานการณ์ที่ฉู่ลั่วเผชิญอยู่ คิ้วเขาขมวด
เป็นปม “เจ้านิกาย ช่วยให้เวลาพวกเราสักหน่อยเถอะ เรื่องนี้ใหญ่
หลวงมาก”
เขาจ้องมองฉู่ลั่ว
ฉู่ลั่วขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า
“ได้ค่ะ”
นักพรตชิงหยางจึงโล่งอก แล้วพาคนของนิกายเต๋ากลับไปทันที
พวกเขาเพิ่งเดินออกจากห้องประชุม ก็เห็นตัวอักษรสีดำ
มากมายลอยอยู่ในอากาศ
ไม่รู้ว่านิกายเต๋าจะให้ใครมารับหน้าที่แทนเจ้านิกาย?
ต้องเป็นคนที่เก่งกว่าเจ้านิกายแน่ ๆ !
เจ้านิกายทำให้ยมโลกเปลี่ยนกฎได้เชียวนะ ไม่รู้ว่าผู้นำคนใหม่
จะสุดยอดขนาดไหน ถึงกล้าพอจะไล่เจ้านิกายออก
ต้าอีหัวเราะเสียงเย็น “กลัวแต่คนบางคนจะไม่มีฝีมืออะไรสัก
อย่าง แต่กลับอยากไล่เจ้านิกายไปนี่แหละ”
ต้าเอ้อร์เอ่ย “ใครว่าเขาไม่มีฝีมือกัน เขารู้จักโพส์ตคลิปประณาม
คนอื่นในโลกออนไลน์อยู่ไม่ใช่หรือไง”
ด้านนอกห้องประชุมเงียบสงัด เสียงของพวกเขากระทบโสต
ประสาทของสมาชิกนิกายเต๋าอย่างแจ่มแจ้ง
เพียงพริบตาเดียว พลังวิญญาณมวลหนึ่งก็ถาโถมประชิดต้าอี
ขณะที่พลังวิญญาณนั้นกำลังจะกระแทกตัว ยันต์แผ่นหนึ่งได้พุ่งมา
จากด้านข้าง ขวางอยู่ด้านหน้าต้าอีเอาไว้
“นักพรตหงฟาง คุณคิดจะทำอะไร” นักพรตชิงหยางมองนักพรต
หงฟางที่เป็นคนลงมือด้วยความตกใจ
นักพรตหงฟางมองเซียนพู่กันกับเทพอู่ทงด้วยสายตาเย็นชา
“ปีศาจร้ายบังอาจมากำแหงต่อหน้าผู้บำเพ็ญนิกายเต๋า ไม่เท่ากับ
รนหาที่ตายเหรอ”
“ถ้าไม่กำจัดพวกเขา นิกายเต๋าอย่างเราจะมีที่ยืนได้ยังไง”
นักพรตชิงหยางมีสีหน้าร้อนใจ อยากจะเกลี้ยกล่อมนักพรตหง
ฟางต่อ
แต่ไม่ทันได้เอ่ยปาก นักพรตหงฟางก็ยกมือโจมตีใส่ต้าอี เขา
เคลื่อนไหวว่องไว พลังวิญญาณเจือไว้ด้วยจิตสังหารขั้นรุนแรง
“ต้าอี!”
“นักพรตหงฟาง!”
ขณะที่มือของนักพรตหงฟางกำลังจะสัมผัสต้าอี กลับมียันต์อีก
แผ่นขวางหน้านักพรตหงฟางไว้
ทว่า ยันต์นั้นหยุดยั้งได้เพียงเสี้ยววินาที พลังวิญญาณของ
นักพรตหงฟางก็ฉีกกระชากยันต์ออก แล้วโจมตีใส่ต้าอีอีกครั้ง
เสี้ยววินาทีนั้น ฉู่ลั่วรีบดึงต้าอีออกมาแล้วยกมือรวบรวมพลัง
วิญญาณ สกัดการจู่โจมอันดุดันของนักพรตหงฟาง