เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1340 กระดิ่งช าระวิญญาณ
หัวหว่านมองเขาด้วยความเป็นกังวล
สายตาทั้งสองคู่สบประสานกัน
เฉิงยวนลอยไปอยู่ข้างฉู่ลั่ว แล้วพูดเสียงเบาราวกับสายลมพัด
ผ่านว่า “ถ้าข้ามองไม่ผิด วิญญาณที่ล่องลอยไปดูเหมือนจะเปื้อนหนี้
เลือดแล้ว!”
ฉู่ลั่ว “อืม”
“ดูแล้ว น่าจะไม่ใช่แค่ชีวิตเดียว”
หล่อนเดาะลิ้นสองที “วิญญาณล่องลอยนี้ค่อนข้างมี
ความสามารถนะ!”
ฟู่ปู้เสวี่ยนมองหัวกว่านอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะแย้มยิ้มอย่างสดใส
“ฉันไม่ได้เปลี่ยนไป ฉันยังอยากอยู่กับเธอและอยากอยู่กับฉู่ลั่ว”
หัวหว่าน “…”
ฟู่ปู้เสวี่ยนที่อยู่ตรงหน้ากับคนเมื่อก่อนเหมือนจะไม่มีอะไรที่
แตกต่างไป แต่กลับมีบางอย่างที่ดูไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ตอนที่เธอรู้สึกโล่งใจนั้น ก็แอบถอนหายใจกับตัวเองอย่างเงียบ ๆ
เช่นกัน
“แล้วแต่นายเถอะ!” เธอพูดจบก็ยกกระเป๋าเดินทางของตัวเองไป
ที่ห้องของตน “แต่ถึงยังไงตอนนี้นายก็สามารถจัดการตระกูลฟู่ได้
ด้วยตัวเองแล้ว”
ฟู่ปู้เสวี่ยนรีบพูด “ฉันทำไม่ได้!”
เขาเดินตามหลังหัวหว่านไป ไม่ว่าเธอจะเดินไปไหนเขาเดินตาม
ทุกที่
จนกระทั่งพวกเขาทั้งสองคนหายไปตรงมุมบันได จิ่งเจียเหยียน
ถึงได้เดินเข้ามาหาพูดคุยด้วย “หนี้เลือดนี้…เยอะเกินไปหน่อยหรือ
เปล่า!”
“วิญญาณที่ล่องลอยออกไปต้องฆ่าคนมาไม่น้อยแน่ ถึงได้มีหนี้
เลือดหนักขนาดนี้!” จิ่งเจียเหยียนลูบขนบนแขนลุกชันตัวเองหลาย
ครั้ง “แต่โชคดีที่ฟู่ปู้เสวี่ยนสามารถผสานเข้ากับวิญญาณของตัวเอง
ได้…”
“มันก็ใช่…แต่หนี้เลือดหนักหนาขนาดนี้ ทำลายศีลธรรมไปได้
เลยนะ!”
เฉิงยวนลูบคางตัวเองด้วยท่าทางลึกซึ้งยากจะคาดเดา “วิธีการนี้
ถือว่าปราดเปรื่องมาก! ดึงวิญญาณ ย้ายวิญญาณ ฆ่าคน…ถุย ถุย
ถุย ต่อให้วิญญาณกลับมาอยู่ที่เดิม แต่ก็มีหนี้เลือด ไม่ได้ตายดี
หรอก”
“แผนการแบบนี้จะไม่ปรบมือให้ได้ยังไงกัน!”
ฉู่ลั่วมองไปยังจุดที่ฟู่ปู้เสวี่ยนยืนอยู่บนชั้นสอง แล้วดึงสายตา
กลับมา “ฉันจะไปยมโลกสักหน่อยนะ”
พูดจบ เธอก็หายตัวไปทันที
จิ่งเจียเหยียนเกาะไหล่เฉิงยวนพลางเอ่ย “อีกฝ่ายคาดการณ์ไว้
เป็นพันเป็นหมื่น แต่คาดไม่ถึงว่าฟู่ปู้เสวี่ยนจะมาอยู่กับลั่วลั่วของพวก
เรา ลั่วลั่วของพวกเราเก่งกาจมากจริง ๆ”
“เธอมีความสัมพันธ์ที่ดีมากกับทางยมโลก แค่เรื่องเล็กน้อยแบบ
นี้ ต้องจัดการได้อยู่แล้ว”
เฉิงยวนยกยิ้ม “สมกับเป็นผู้ขายเชื่อ”
ถ้าไม่ใช่พ่อบุญธรรมของฟู่ปู้เสวี่ยนเลือกทางออกให้ฟู่ปู้เสวี่ยน
ด้วยการให้มาอยู่กับฉู่ลั่ว
เกรงว่าถ้าฟู่ปู้เสวี่ยนคงถูกคนตระกูลฟู่ตามกลับไป หลังจากนั้น
ต่อให้วิญญาณของเขากลับมาอยู่ที่เดิม แต่ชีวิตคงจบสิ้นไปแล้ว
หนี้เลือดหนักหนาขนาดนี้ มีชีวิตอยู่ก็กระทบกับศีลธรรม เมื่อ
ตายไปก็ยังต้องรับโทษทัณฑ์ในนรก
อีกฝ่ายคาดเดาเรื่องของฟู่ปู้เสวี่ยนได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
แต่น่าเสียดายที่เขามาเจอผู้ขายเชื่อเสียก่อน
สองชั่วโมงต่อมา ฉู่ลั่วก็กลับมาแล้ว ในมือของเธอยังถือสร้อย
ข้อมือเส้นหนึ่งมาด้วย
เธอส่งให้ฟู่ปู้เสวี่ยน
“รับไป สิ่งนี้สามารถระงับไอสังหารบนตัวนายได้ มันคือกระดิ่ง
ชำระวิญญาณได้มาจากยมโลกโดยตรง”
หัวหว่านพลันตกใจ “กระดิ่งชำระวิญญาณ! ทำไมเขาต้องพก
กระดิ่งชำระวิญญาณด้วยล่ะคะ!”
เฉิงยวนเล่าสถานการณ์แปลก ๆ ซึ่งเกิดขึ้นกับวิญญาณที่หลุด
ลอยออกไปของฟู่ปู้เสวี่ยนให้ฟังตามตรง
หัวหว่านได้ยินดังนั้น สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปอย่างมาก
“วิญญาณที่หลุดออกไปมีปัญหา แล้วถ้ากลับมาอยู่ที่เดิมแล้ว…”
ถ้ารู้แบบนี้ตั้งแต่แรก เธอคงไม่บังคับให้ฟู่ปู้เสวี่ยนเอาวิญญาณ
กลับคืนร่างไปหรอก
เฉิงยวนบอกต่อ “เขาขาดวิญญาณไปหนึ่งดวง ย่อมมีอาการ
ย่าแย่กว่าคนปกติ อีกอย่าง…หากสามจิตเจ็ดวิญญาณไม่ครบถ้วน ก็
จะถูกวิญญาณร้ายเข้าสิงร่างได้ง่าย”
ก่อนหน้านี้ฟู่ปู้เสวี่ยนได้พ่อบุญธรรมของเขาคอยปกป้อง ตอนนี้
ฉู่ลั่วก็กำลังปกป้องเขาอยู่
แต่ไม่อาจรับประกันได้ว่าจะมีสถานการณ์พิเศษอะไรหรือไม่
หัวหว่านยังคงหวาดกลัวอยู่ เธอหยิบกระดิ่งชำระวิญญาณด้วย
ความระมัดระวัง แล้วใส่ให้ฟู่ปู้เสวี่ยนพลางกำชับ “นายต้องใส่เอาไว้
ให้ดีนะ ต้องใส่ไว้ตลอดเวลา เข้าใจไหม?”
ทันทีที่สวมกระดิ่งชำระวิญญาณให้ ฟู่ปู้เสวี่ยนก็รู้สึกได้ว่า
ความรู้สึกอึดอัดบนตัวเขาจางหายไปไม่น้อย
“ฉันจะใส่เอาไว้อย่างดีเลย”