เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1342 คุณก็จะลืมผมไปจนหมดใช่ไหม
หัวหว่านมองฉู่ลั่ว หลังจากฉู่ลั่วพยักหน้า เธอจึงโทรตามทุกคน
มาที่นี่
คนแรกที่มาถึงคือซุนหย่าจิ้งกับหงอิน
ซุนหย่าจิ้งวิ่งเข้ามา เธอวิ่งตรงเข้าไปกอดซ่งเมี่ยวเมี่ยว “อ้ากกก!
เมี่ยวเมี่ยว หนูน่ารักที่สุดในโลกเลย พี่คิดไม่ถึงเลย ว่าตอนหนู
ออกแบบเสื้อผ้า จะคิดถึงพี่ด้วย!”
“หนูเป็นนางฟ้าลงมาจุติบนโลกใช่ไหม!”
หงอินเดินมาหยุดข้างจิ่งเจียเหยียน พลางเอียงคอเล็กน้อย เขา
ถามเสียงเบา “การแข่งขันชิงตำแหน่งราชาปีศาจของเธอเป็นยังไง
บ้าง?”
จิ่งเจียเหยียนทำมือเป็นรูปโอเค “ทุกอย่างราบรื่นดี”
“จิ่วฉานล่ะ?”
“ไปเรียน!”
“หูเสี่ยวหลีล่ะ?”
“ออกไปทำงานแล้ว”
หงอินมองพิจารณาจิ่งเจียเหยียน
จิ่งเจียเหยียนเบิกตากว้างทันที “สายตาแบบนี้ของนาย
หมายความว่ายังไง ฉันไม่ได้ขี้เกียจนะ ฉันก็ทำงานเหมือนกัน! ฉัน…
ฉัน…”
หงอินทำเสียงเย็นชา “ชีวิตดีจริงนะ! ก่อนหน้านี้ในวัดจิ่งไท่ก็มี
คนช่วยเธอบำเพ็ญ ตอนนี้ออกมาแล้ว ยังมีคนเลี้ยงดูเธอฟรีอีก!”
ปีศาจเหนือปีศาจ น่าโมโหจะตายอยู่แล้ว!
จิ่งเจียเหยียนมีความสุขอยู่ที่นี่ ในขณะที่เขาต้องติดตามซุนหย่า
จิ้งไปที่นั่นที่นี่ ต้องไลฟ์สตรีมทุกวัน
ชีวิตลำเค็ญ!
จิ่งเจียเหยียนทำเสียงเย็นชา ก่อนจะลากหงอินไปสู้กันในสวน
ในห้องรับแขกครึกครื้นมาก
ฉู่ลั่วนั่งอยู่บนโซฟาตรงมุมหน้าต่างที่สูงตั้งแต่พื้นจรดเพดาน
มองดูภาพความคึกคักตรงหน้าด้วยสายตาอ่อนโยน
“ที่จริงผมอยากพาคุณไปทานมื้อเย็นส่งท้ายปีเก่าที่บ้านผม” ฮั่ว
เซียวหมิงนั่งอยู่บนพนักวางแขนของโซฟา วางมือข้างหนึ่งลงบน
พนักพิง กำลังมองดูภาพความสนุกสนานพร้อมกับฉู่ลั่ว
“แต่ช่างเถอะ”
ฉู่ลั่วหันมามองเขา
“ผมโทรไปหาพ่อแม่ของผมให้มาทานมื้อเย็นส่งท้ายปีเก่า
ด้วยกันนะ!” ฮั่วเซียวหมิงก้มหน้ายิ้มจาง ๆ “พวกเราจะพาพ่อครัวกับ
วัตถุดิบมาเอง”
ฉู่ลั่วตอบรับว่าอืมคำเดียว
รอยยิ้มในแววตาฮั่วเซียวหมิงลึกซึ้งขึ้น “ตระกูลฉู่ติดต่อมาหา
คุณไหม?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า “พี่ใหญ่โทรมาหาฉัน ถามว่าฉันจะกลับไปไหม?
แต่ฉันปฏิเสธแล้ว พี่ใหญ่เลยไม่ได้ถามอะไรอีก”
เธอพิงพนักโซฟา สายตาของเธอค่อนข้างว่างเปล่า “ที่จริงชะตา
กรรมตั้งแต่ชาติปางก่อนของฉันกับตระกูลฉู่ สิ้นสุดกันไปตั้งนาน
แล้ว”
เธอตายไปตั้งแต่ตอนที่ตกลงไปในสระน้าแล้ว
ความเกลียดก็ดี!
ความรักก็ดี!
ความคาดหวังก็ดี!
เธอไปบำเพ็ญเซียนที่ต่างโลกมาร้อยปี ทุกอย่างมันเบาบางลงไป
มากแล้ว
ฉู่ลั่วกะพริบตา “เวลาทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป…กลายเป็นเรื่องไม่
สำคัญ”
เพิ่งพูดจบ มือข้างหนึ่งก็วางลงบนไหล่ของเธอ
ฉู่ลั่วมองฮั่วเซียวหมิงด้วยความไม่เข้าใจ เธอเห็นสีหน้าของเขา
มืดครึ้มลง คิ้วสวยยกขึ้น “ผมบำเพ็ญไม่ได้…”
ฉู่ลั่วพยักหน้าเล็กน้อย
ฮั่วเซียวหมิง “เพราะฉะนั้นผมจะตายเร็วกว่าคุณ”
ฉู่ลั่ว “…”
ฮั่วเซียวหมิง “คุณกำลังบอกเป็นนัยกับผมใช่ไหม ว่าหลังจากผม
ตายไป ในช่วงชีวิตอันยาวนานของคุณ คุณจะลืมผมไป?”
ริมฝีปากสีชมพูของฉูลั่วอ้าออกเล็กน้อย ดวงตากะพริบปริบ ๆ
“ฉัน…”
“ด้วยความสัมพันธ์ของพวกเราในตอนนี้ หลังจากผมตายไป
หลายปี คุณก็จะลืมผมไปจนหมดใช่ไหม?”
ฉู่ลั่ว “ฉันไม่ได้หมายความแบบนี้ ฉันอยากบอกว่า…”
ฮั่วเซียวหมิง “กี่ปี! ด้วยความสัมพันธ์ของพวกเราในตอนนี้ หลัง
ผมตายไปคุณจะจำผมได้ถึงสิบปีหรือเปล่า?”
ฉู่ลั่ว “…”
เห็นสีหน้าจริงจังของฮั่วเซียวหมิง ดูไม่หมือนกำลังล้อเล่น
เธอจึงก้มหน้าพิจารณาอย่างจริงจังพักหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้น
พูดด้วยน้าเสียงจริงจังว่า “เกินยี่สิบปี”
ยี่สิบปี เป็นระยะเวลาที่เธอค่อย ๆ ลืมความเกลียดชัง และความ
คาดหวังที่มีต่อตระกูลฉู่
ฮั่วเซียวหมิงเบิกตากว้าง “ยี่สิบปี!”
ฉู่ลั่วพยักหน้า
ฮั่วเซียวหมิงเม้มริมฝีปากบางแน่น เขาจ้องมองใบหน้าจริงจังของ
ฉู่ลั่วอยู่พักหนึ่ง “เป็นความผิดของผมเอง”
ฉู่ลั่ว “…”
“น้าหนักของผมในหัวใจของคุณเบาเกินไป”
ยี่สิบปี!
ใช้เวลาเพียงยี่สิบปีเท่านั้น!
ฉู่ลั่วอธิบาย “เกินยี่สิบปีต่างหาก!”
ฮั่วเซียวหมิง “…”
ฉู่ลั่ว “แล้วคุณคาดหวังไว้กี่ปีล่ะ?”
“หนึ่งร้อยปี!”
เขาพูดเน้นย้า “อย่างน้อยหนึ่งร้อยปี ฉู่ลั่ว อย่างน้อยหลังจากผม
ตายคุณต้องจำผมให้ได้อย่างน้อยหนึ่งร้อยปี!”