เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1350 เขาตั้งใจมาดวลกับเจ้านิกาย
มังกรดำพุ่งทะยานลงมาจากฟากฟ้า
กิ่งก้านของต้นหลางกานสั่นไหว จากนั้นกิ่งก้านก็พุ่งสูงขึ้นมา
“อ้ากกก! ผมสู้มันไม่ได้!”
หลางกานกรีดร้องคิดจะหยุดมังกรดำเอาไว้ แต่มังกรดำกลับ
หลบหลีกกิ่งก้านของมันได้อย่างง่ายดาย
ฉู่ลั่วมองซู่เซี่ยงหยาง ก่อนจะถือดาบเหาะขึ้นไป
“เป็นมันอีกแล้ว!”
“หมิงคุนคิดจะทำอะไรกันแน่?”
“ได้ยินว่าเขาตั้งใจมาดวลกับเจ้านิกายของลัทธิเต๋า? เจ้านิกาย
ของลัทธิเต๋ามาแล้วเหรอ? ได้ยินว่าเจ้านิกายของลัทธิเต๋าเก่งมาก แต่
ไม่รู้ว่าระหว่างเจ้านิกายกับหลางกานใครเก่งกว่ากันแน่?”
เพียงครู่เดียว ปีศาจจำนวนไม่น้อยที่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว
ต่างก็ออกมา คอยเฝ้ามองจากระยะไกล
ปีศาจบางตนถือของกินไว้ในมือ ปีศาจบางตนถือเสื้อผ้าคอล
เลคชั่นใหม่ล่าสุด ปีศาจบางตนถือเครื่องสำอางเอาไว้…
“นั่นคือฉู่ลั่วเหรอ?”
“เจ้านิกายของลัทธิเต๋าก็คือฉู่ลั่ว พวกนายไม่มีทางไม่รู้! บน
เว็บไซต์ 111 ก็บอกเอาไว้ชัดเจน ฉู่ลั่วมีพลังเวทย์แข็งแกร่งมาก เธอ
ชอบทรมานปีศาจอย่างพวกเราเป็นที่สุด”
“ฉู่ลั่วสมกับเป็นฉู่ลั่ว สามารถต่อสู้กับหมิงคุนได้อย่างสูสีเลย”
“ฉันหวังว่าหมิงคุนจะชนะ”
“ปีศาจต้องชนะสิ!”
“หมิงคุน! ทุบตีฉู่ลั่วให้ตายไปเลย! เพื่อแก้แค้นให้พวกปีศาจที่
ตายไป!”
“เพื่อความรุ่งโรจน์ของปีศาจอย่างพวกเรา”
“เพื่อความรุ่งโรจน์!”
หมิงคุนตะโกนตอบกลับดังก้องกลางอากาศ “ข้าไม่ใช่ปีศาจ จะ
สู้เพื่อความรุ่งโรจน์ของปีศาจไปทำไมกัน!”
ตามมาด้วยเสียงร้องคำรามดังสนั่น ก่อนที่แสงสีดำสายหนึ่งจะ
ตกลงมาจากท้องฟ้า
เหมือนกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ฉู่ลั่วคว้าเขาของหมิงคุนเอาไว้
กลางอากาศ ใช้พลังวิญญาณบังคับให้อีกฝ่ายกลายร่างเป็นมนุษย์
จากนั้นจึงเขามาหยุดอยู่ตรงหน้าซู่เซี่ยงหยาง
ทันทีที่ร่อนลงถึงพื้น ซู่เซี่ยงหยางก็พูดอย่างหนักแน่นว่า “ผม
บริสุทธิ์นะครับ ครั้งนี้ผมเตรียมการทุกอย่างไว้อย่างดีแล้วจริง ๆ”
ฉู่ลั่ว “…”
ซู่เซี่ยงหยาง “ถ้าคุณไม่วางใจ ผมสามารถตามจับตาดูเขาได้นะ
ครับ! เขาไปที่ไหน ผมก็ไปที่นั่น?”
ฉู่ลั่วกลอกตามองเขา ก่อนจะลากหมิงคุนไปยังที่ตั้งชั่วคราวของ
องค์กร
หมิงคุนซึ่งอยู่ข้างหลังพยายามขัดขืนอย่างหนัก “เจ้าปล่อยข้า!
ข้าจะบอกให้นะ ครั้งหน้าข้าต้องชนะเจ้าได้แน่!”
ฉู่ลั่วออกแรงเพียงเล็กน้อย หมิงคุนก็ส่งเสียงร้องเจ็บปวดออก
มาแล้ว
กลุ่มปีศาจ “…”
“ฉู่ลั่วก็คือฉู่ลั่ว! เก่งกาจมาก!”
“เมื่อกี้ฉันไม่ได้พูดอะไรเลยนะ แม้แต่สีหน้าของฉันก็ยังไม่เปลี่ยน
เลย เธอคงไม่โกรธเคืองฉันหรอกใช่ไหม!”
“แย่แล้ว แย่แล้ว โลกปีศาจสิ้นหวังแล้ว! กระทั่งมังกรดำยังถูกตี
จนแพ้ราบคาบ! หรือว่าพวกเราจะหวังพึ่งคนคนนั้นได้แค่คนเดียว?”
“น่าเสียดาย คนคนนั้นไม่ยอมออกมาง่าย ๆ น่ะสิ”
กลุ่มปีศาจมองมาทางฉู่ลั่ว ก่อนจะถอยหลังออกไปโดยอัตโนมัติ
เมื่อเธอเดินผ่านบริเวณที่พัก ก็ได้ยินเพียงเสียงปิดประตูหน้าต่าง
ดังปึงปัง มันรวดเร็วราวกับได้รับการฝึกฝนจนเป็นมืออาชีพ
ซู่เซี่ยงหยางเดินตามหลังมาพลางกล่าวว่า “ชื่อเสียงของคุณใน
โลกปีศาจแย่เกินไปแล้ว!”
เจ็ดสิบสองสำนักเซียนแห่งลัทธิเต๋าที่มีชื่อเสียงเรื่องจับปีศาจ ยัง
ไม่ปฏิบัติแบบนี้ในโลกปีศาจเลย
ฉู่ลั่วลากตัวหมิงคุนเข้าไปในสำนักงานชั่วคราวแล้ว
เมื่อพวกเจ้าหน้าที่เห็นใบหน้าเย็นชาของฉู่ลั่ว ก็รีบใส่กุญแจ
มือหมิงคุน แปะยันต์ และมัดด้วยเชือกทันที
และภายใต้การจ้องมองของฉู่ลั่ว พวกเขาลากหมิงคุนเข้าไปใน
ห้องขัง
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งกระซิบบอกกับหมิงคุนเบา ๆ ว่า “กุญแจมือ
แน่นเกินไปหรือเปล่าครับ! รอเจ้านิกายออกไปแล้ว พวกเราจะมาปรับ
ให้หลวมขึ้นหน่อยนะครับ”
“ยันต์นี้เจ้านิกายวาดด้วยตัวเอง ทรงพลังมาก คุณอย่าแตะต้อง
สุ่มสี่สุ่มห้านะครับ! ระวังจะถูกยันต์ทำให้บาดเจ็บ”
ตกกลางคืน
หมิงคุนที่อยู่ในห้องข้งก้มหน้าลง จ้องกุญแจมือบนข้อมือของ
ตนเองโดยไม่ขยับเขยื้อน
และอีกมุมหนึ่ง มังกรขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือตัวหนึ่ง กำลังเคลื่อน
ตัวช้า ๆ และออกไปด้านนอกห้องขัง
ขณะที่เลื้อยออกไปก็หัวเราะเยาะเสียงเย็นชาไปด้วย “ไม่รู้หรือไง!
มังกรอย่างพวกข้าสามารถดึงเกล็ดได้”
เกล็ดทุกอันที่ถูกดึงออกมายังมีกลิ่นอายวิญญาณของเขา
คิดจะควบคุมเขาหมิงคุนผู้นี้เอาไว้ด้วยยันต์งั้นหรือ ฝันไปเถอะ!