เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1355 ควรอยู่บนสวรรค์
“เกิดอะไรขึ้น เกิดอะไรขึ้น”
“ปีศาจดอกบีโกเนียตนนี้ดูไม่ค่อยมีฝีมือเท่าไรเลยนี่ ฉันคิดว่าคง
ไม่สามารถจำแลงกายเป็นมนุษย์ด้วยซ้า แล้วทำไมถึงชนะได้!”
“ถึงแม้เทพอู่ทงเป็นภูตตามป่าเขา แต่ก็ได้รับการบูชามาบ้าง
ทำไมถึงพ่ายแพ้ให้กับปีศาจดอกบีโกเนียกระจอกแบบนี้”
“ข่าววงใน ปีศาจดอกบีโกเนียเป็นปีศาจจากคฤหาสน์เมฆใสเฝ้า
มองตะวัน”
เมื่อประโยคนี้ดังออกไป ฝูงปีศาจที่เคยสงสัยและส่งเสียงเซ็งแซ่
พลันเข้าใจกระจ่างกันหมด
ฉู่ลั่ว “…”
ชื่อเสียงแปดเปื้อนแล้ว!
พวกซ่งเมี่ยวเมี่ยวพากันพุ่งขึ้นเวทีทั้งหมด ตะโกนกู่ร้องโดยไม่
คิดเลี่ยงกระแสสักนิด
ฉู่ลั่วได้ยินเสียงของปีศาจด้านล่างเธอพยายามลดเสียง แต่ให้คน
รอบ ๆ ได้ยินกันหมดอย่างชัดเจนว่า “เห็นที่อยู่บนเวทีไหม นั่นน่ะคือ
ปีศาจและผีจากคฤหาสน์เมฆในเฝ้ามองตะวัน เธอคิดว่าทำไมเขาถึง
ชนะได้ล่ะ”
“ปีศาจจากคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวันออกโรงแล้ว ใครจะกล้า
ชนะ!”
“ฉันบอกแล้วว่าราชาปีศาจต้องถูกกำหนดไว้แน่ ๆ แต่ยังมีคนไม่
เชื่อ”
“คอยดูเถอะ เห็นท่าคงมีแต่มังกรดำและเทพเอกเก้าญาณเท่านั้น
ที่ชนะปีศาจดอกไม้ตนนี้ได้”
“เหอะ! ใช้เส้นสายชัด ๆ!”
“เบา ๆ หน่อย ถ้าฉู่ลั่วได้ยินเข้า ไม่รู้ว่าจะเล่นงานพวกเราขนาด
ไหน”
ฉู่ลั่ว “…”
ซู่เซี่ยงหยางมีสีหน้ากระอึกกระอัก เขาเอ่ยว่า “พวกต้าอีแค่ลง
แข่งเพราะนึกสนุกเท่านั้น ไม่ได้คิดจะสู้จริง ๆ เลยครับ”
“พอกลุ่มต่อไป ปีศาจตนอื่นออกโรงแล้วเอาชนะปีศาจดอกบีโก
เนีย พวกเขาจะรู้ว่าไม่มีการใช้เส้น และไม่ได้กำหนดตัวราชาปีศาจไว้
ก่อนเองครับ”
ฉู่ลั่วเอ่ยตอบ “…ฉันขอไปดูเทพเอกเก้าญาณก่อน”
การประลองอีกคู่ในยกเดียวกันยังคงดำเนินต่อ นี่ต่างหากคือการ
แข่งขันระหว่างปีศาจกับปีศาจแบบปกติ
การแข่งขันอย่างคู่ของเทพเอกเก้าญาณและปีศาจดอกบีโกเนีย
ถือว่าผิดปกติ
เทพเอกเก้าญาณพักอยู่ในสวนที่ติดชายขอบของอำเภออิ๋งเซียง
เนื่องจากเป็นปีศาจกันหมด สวนที่สร้างขึ้นจึงมีประเภทหลากหลาย
และสะดวกให้นักท่องเที่ยวเข้าพักในภายหน้า
ที่พักของเทพเอกเก้าญาณเป็นสวนประเภททุ่งหญ้า ตอนที่ฉู่ลั่ว
ผลักประตูเข้าไป มันกำลังนอนอยู่บนพื้นหญ้าเขียวขจีอย่างเกียจ
คร้าน กินอาหารชั้นเลิศอย่างผ่อนคลาย ทั้งเนื้อกวางและเนื้อวัวอย่าง
ดีล้วนถูกจัดอยู่ในจาน มันเพียงตวัดลิ้นก็กลืนเข้าไปทั้งชิ้น
“ฉันเพิ่งจ่ายค่าอาหารไปเมื่อวานไม่ใช่เหรอ ไม่พออีกแล้วหรือ
ไง” เทพเอกเก้าญาณเปิดตาขึ้นเล็กน้อย ไม่แม้แต่จะเหลือบมามอง
หน้าประตูก็ล้วงเอาวัตถุทำจากสำริดชิ้นหนึ่งโยนใส่ “นี่คงพอค่ากิน
ของฉันไปพักหนึ่ง”
มันเลียกรงเล็บตัวเองหนึ่งหนแล้วกล่าวขึ้น “ฉันถามมาแล้ว ของ
ชิ้นนี้แลกเงินได้ไม่น้อย พวกแกอย่ามาคิดหลอกฉันล่ะ”
พูดจบ มันกดปุ่มสั่งอาหารข้างกาย แล้วจิ้มเนื้อชั้นดีไปสิบกว่า
อย่างในรวดเดียว
ซู่เซี่ยงหยางเอียงคอกระซิบข้างหูฉู่ลั่ว “มันเป็นปีศาจกินเก่งที่สุด
ในกลุ่ม เหมือนไม่ได้กินเนื้อมาแปดร้อยปีอย่างนั้นเลยครับ ใครจะคิด
ว่ามันนี่แหละคือเทพเอกเก้าญาณ!”
ลำพังความเร็วและสภาพการกิน ใครจะเชื่อลง!
หลังสั่งอาหารเสร็จ เทพเอกเก้าญาณหมอบกับพื้นแกล้งหลับ รอ
ให้อาหารรสเลิศมาส่ง
ทุกอย่างในที่นี่น่าเบื่อไปหมด มีแค่ของกินที่ยังพอใช้ได้
จนกระทั่งฉู่ลั่วเดินมาอยู่ตรงหน้า มันถึงยอมลืมตา แววตาอสูร
สะท้อนภาพของฉู่ลั่ว มันหรี่ตาพินิจมอง ก่อนจะเอ่ยขึ้น “เธอ…คือ
ผู้นำนิกายที่พวกเขาพูดถึง ชื่อฉู่ลั่วใช่ไหม”
“ได้ยินว่าเธอมักเข่นฆ่าเผ่าปีศาจ วิธีการโหดเหี้ยมอำมหิต ฉันดู
แล้วไม่เห็นเธอมีหนี้ชีวิตติดตัวเลยนี่ สะอาดเอี่ยมดี!”
มันส่ายหน้าแล้วนอนหมอบบนขาหน้าตัวเองต่อไป หลับตารอให้
อาหารมาส่ง
ฉู่ลั่วย่อตัวลง “ด้วยฐานะของผู้อาวุโส ไม่จำเป็นต้องมาชิง
ตำแหน่งราชาปีศาจเลยนี่คะ”
เทพเอกเก้าญาณกล่าวตอบ “ต้องมาสิ”
“ผู้อาวุโสควรอยู่บนสวรรค์นี่คะ ตั้งแต่แดนสวรรค์ตัดขาดกับโลก
มนุษย์ ก็ไม่มีเทพเซียนจุติลงมาอีก แต่ผู้อาวุโสกลับยังอยู่ที่โลก
มนุษย์…”
คล้อยตามเสียงของฉู่ลั่ว เทพเอกเก้าญาณลืมตาขึ้นช้า ๆ
นัยน์ตาไร้อารมณ์แม้กระทั่งในยามต่อสู้กลับเริ่มเจือแววสังหาร
“มีแค่ความเป็นไปได้เดียว…”
เทพเอกเก้าญาณค่อย ๆ ลุกขึ้น
ซู่เซี่ยงหยางและสมาชิกองค์กรต่างจับยันต์และอาวุธตรงเอวด้วย
ความตึงเครียด
“ตั้งแต่นรกไท่ซานปกครองปรโลกอย่างสมบูรณ์ นรกเฟิงตูเก็บ
ตัวอยู่เบื้องหลัง ไท่อี่เทียนจุนเดินทางไปยังแดนสวรรค์ ผู้อาวุโสใน
ฐานะสัตว์พาหนะของไท่อี่เทียนจุน ก็ควรไปยังแดนสวรรค์ด้วยกันถึง
จะถูกไม่ใช่เหรอคะ”
หัวทั้งเก้าของเทพเอกเก้าญาณทยอยโผล่ออกมา
พลังวิญญาณไหลเวียนอยู่ใต้มือฉู่ลั่ว แต่เธอกลับยังคงเอ่ยต่อ
“นั่นก็เพราะผู้อาวุโสไม่ได้ตามไท่อี่เทียนจุนกลับไปยังแดนสวรรค์ แต่
ถูกทิ้งไว้ต่างหาก!”
“โฮก!”
หัวทั้งเก้าคำรามออกมาพร้อมกัน
ทุกคนตั้งรับอย่างขึงขัง
ในวินาทีหน้าสิ่วหน้าขวาน เสียงกึ่งรำคาญดังมาจากหน้าประตู
“มาแล้ว มาแล้ว ร้องทำไมเนี่ย! ผมไม่ได้มาเกินเวลาสักหน่อย ร้องทุก
รอบที่สั่งอาหารเลย…หัวหน้าผมคิดว่าผมทำหน้าที่ไม่ดีทุกรอบแล้ว
นะ…”
คนที่เข้ามาพร้อมเสียโอดครวญ คือหางเจียซิ่นที่เข็นรถเข็น
ขนาดใหญ่เข้ามา
ก่อนหางเจียซิ่นจะกะพริบตาปริบ ๆ “พี่ลั่ว นี่พวกคุณ…”