เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1357 เหมือนเป็นอุบาย
น้าเสียงซู่เซี่ยงหยางฟังดูโศกเศร้าอยู่บ้างเหมือนกัน
บรรยากาศพลันหนักอึ้งจนถึงขีดสุด
หงอินดิ้นทุรนทุรายอยู่ข้าง ๆ โดยมีสมาชิกองค์กรคอยกดเอาไว้
เขาเบี่ยงตัวหลบเลี่ยง ไม่สนใจบาดแผลบนร่างกายตัวเอง รีบกลับคืน
ร่างเดิมแล้วเดินโซซัดโซเซไปอยู่ตรงหน้าฉู่ลั่ว
“หลังผมรู้ตัวว่าเกิดเรื่องกับเธอก็รีบไปหา แต่ไม่รู้ทำไม พอไปถึง
กลับไม่เจอวิญญาณของเธอในที่เกิดเหตุ”
“เธอถูกสังหารอย่างทารุณ คงสูญเสียสติและกลายเป็นผีร้ายได้
ง่ายมาก”
“คุณต้องช่วยเธอนะ”
“เธอทำความดีไว้มากมาย ช่วยคู่รักไว้ตั้งเยอะ ไม่ควรมีจุดจบ
อย่างนี้สิ”
ฉู่ลั่วจ้องมองใบหน้าที่ยังละอ่อนและเต็มไปด้วยบาดแผลของหง
อิน แล้วพูดว่า “ฉันให้ยันต์กับเธอไปสองใบ…”
ดวงตาของหงอินแดงก่า “ตอนที่เธอไปสวัสดีปีใหม่คุณแม่ของถัง
เจียว เธอเห็นว่ามีสัมภเวสีมาตามติดคุณแม่ของถังเจียวอยู่ จึงได้ยก
ยันต์แผ่นหนึ่งให้คุณแม่ของถังเจียวไป”
พูดมาถึงตรงนี้ หงอินก็เริ่มสะอื้น “ต่อมา เธอได้เจอสัมภเวสีตน
นั้น เหมือนจะเป็น…คนที่ชื่อจิ่งอันฉิง”
“เธอบอกว่า คุณกำลังสืบเรื่องจิ่งอันฉิงคนนี้อยู่ จึงส่งผมไปดู”
บาดแผลบนตัวเขาล้วนเป็นฝีมือของจิ่งอันฉิงคนนั้น
“กว่าผมจะกลับมา ก็เกิดเรื่องกับเธอแล้ว…”
เฉิงยวนขมวดคิ้ว “เหตุใดถึงฟังเหมือนเป็นอุบายเลยล่ะ จิ่งอันฉิง
ผู้นี้…”
ซู่เซี่ยงหยางรีบบอก “คนของเรายังจับตาดูจิ่งอันฉิงอยู่นะครับ
ช่วงนี้เธอออกไปปีนเขา”
เฉิงยวนกลอกตามองบน “คนออกไปปีนเขาทั้งที่มีหิมะเช่นนี้
พวกเจ้าไม่รู้สึกผิดปกติบ้างหรือ”
“เรารู้ว่ามันผิดปกติ แต่พวกเราจะไปห้ามเธอไม่ได้นะครับ! นี่เป็น
เสรีภาพของเธอ”
ใบหน้าเฉิงยวนพลันเย็นเยียบ “มิน่า นิกายเต๋าถึงไม่เห็น
สำนักงานของพวกเจ้าในสายตา นอกจากลั่วลั่วแล้ว มีใครในพวก
เจ้าที่มีฝีมือเข้าตาบ้าง”
“เมื่อคราวให้จับตาดูฉู่หร่าน ฉู่หร่านก็ถูกฆ่าตาย”
“ตอนที่จับตาดูจิ่งอันฉิง จิ่งอันฉิงก็ฆ่าคน”
“พวกเจ้าจับตาดูอะไรอยู่ จับตาดูอากาศธาตุหรือ”
ซู่เซี่ยงหยาง “…”
สมาชิกองค์กร “…”
ไจ๋โหรวส่งเสียงแผ่วเบาอยู่ข้างหลัง “ความจริงพวกเราสืบจนได้
เรื่องแล้วว่า มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่จิ่งอันฉิงจะเป็นคนฆ่าซุนหย่าจิ้ง”
“ช่วงนี้ซุนหย่าจิ้งไลฟ์สตรีมช่วยคนที่มีความรักเอาไว้เยอะ คน
มากมายใช้รูปของเธอตั้งเป็นหน้าจอโทรศัพท์ ซ้ายังมีคนแอบไหว้
เธอและจุดธูปให้เธอด้วย”
ไจ๋โหรวเว้นจังหวะสักพัก ก่อนจะพูดต่อ “ในเน็ตมีมุกหนึ่งบอกว่า
คนบูชาซุนหย่าจิ้งเยอะกว่าผู้เฒ่าจันทราเสียอีก”
“นี่อาจเป็นเหตุผลที่ซุนหย่าจิ้งโดนจิ่งอันฉิงหมายหัวก็ได้”
ฉู่ลั่วเงียบไม่พูดจา หูเสี่ยวหลีซึ่งยืนฟังอยู่ข้าง ๆ มาพักหนึ่งจึง
เดินเข้าไป หยิบแท็บเล็ตมาแล้วจดจ้องรูปถ่ายที่กำลังแสดงอยู่
“วิญญาณไม่อยู่แล้ว เป็นไปได้ว่าคงถูกใครบางคนจงใจเอาไป”
“เธอมีผลบุญมาก แถมในดวงยังมีเคราะห์ชีวิตอยู่ สามารถบง
การให้ทำอะไรได้หลายอย่าง”
“หากเธอกลายเป็นผีร้าย ก็จะถูกผู้บำเพ็ญกำจัด ผลบุญบนตัวก็
จะถูกผู้บำเพ็ญแย่งชิงไป”
หูเสี่ยวหลีออกแรงกำแท็บเล็ตแน่นขึ้น พร้อมกับหันไปถามไจ๋
โหรว “นังจิ่งอันฉิงเวรตะไลนั่น ตอนนี้อยู่ที่ไหน”
ไจ๋โหรวรีบบอกพิกัดทันที
หูเสี่ยวหลีก้มหน้าครุ่นคิด “ถ้าคิดจะเร่งให้วิญญาณธรรมดา
กลายเป็นผีร้าย ก็ต้องอยู่ในพื้นที่ที่พลังหยินชุกชุม…”
ฉู่ลั่วเอ่ยขึ้น “เขาจินหลี่”
หูเสี่ยวหลีเก็บแท็บเล็ตพลางกล่าว “ปรมาจารย์ ฉันจะไปเอง”
จิ่งเจียเหยียนกัดฟันบอก “ฉันจะไปด้วย!”
หงอินก็มองฉู่ลั่วด้วยสายตาคาดหวัง
ฉู่ลั่วบอกกับหงอิน “คุณบาดเจ็บสาหัส คอยอยู่ที่นี่แหละ”
“ฉันจะพา…เสี่ยวหลีและเจียเหยียนไป” พูดจบ เธอก็หันไปมอง
เฉิงยวน “คุณอยู่ดูพวกเขาที่นี่”
เฉิงยวนพยักหน้ารับ
ฉู่ลั่วหันมองซู่เซี่ยงหยางอีกครั้งพลางกล่าว “จับตาดูเทพเอกเก้า
ญาณไว้ ถ้าจำเป็น ให้ปล่อยหมิงคุนออกมาค่ะ”
ซู่เซี่ยงหยางมองทุกคนที่อยู่ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด ก่อน
จะดึงฉู่ลั่วไปอีกด้านแล้วเอ่ยเสียงเบา “คุณไม่รู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังล่อ
เสือออกจากถ้าเหรอครับ ฝ่ายนั้นจงใจล่อคุณออกจากศึกชิง
ตำแหน่งราชาปีศาจชัด ๆ”