เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1358 ล่อเสือออกจากถ ้า
“ฉันรู้ค่ะ”
“รู้แล้วคุณยังจะไปอีก!” ซู่เซี่ยงหยางขมวดคิ้ว “อีกฝ่ายทำทุก
วิถีทางเพื่อล่อคุณออกจากการประลองนี้ ก็เพราะพวกเขารู้สึกว่าถ้า
การประลองนี้มีคุณอยู่ ต้องส่งผลดีต่อแผนการของพวกเขาแน่ ๆ”
พูดไป เขายังดึงฉู่ลั่วออกมาอีกหน่อย
“เรื่องของซุนหย่าจิ้งน่าเศร้าจริง ๆ แต่ให้เฉิงยวนพาหูเสี่ยวหลี
และจิ่งเจียเหยียนไปก็ได้นี่ครับ”
“พวกเธอเป็นถึงผีสาวพันปี ปีศาจจิ้งจอกพันปี และปีศาจงูใต้
พระพุทธศาสนา ถ้าพวกเธอทั้งสามยังจัดการเรื่องนี้ไม่ได้…”
“อีกฝ่ายทำเพื่อบีบให้ฉันไปจากที่นี่ค่ะ” ฉู่ลั่วตัดบทซู่เซี่ยงหยาง
“ถ้าฉันไม่ไป อีกฝ่ายต้องลงมืออีกแน่”
“แล้วการประลอง…” ซู่เซี่ยงหยางร้อนใจ
ฉู่ลั่วกล่าว “ศึกชิงตำแหน่งราชาปีศาจถูกจัดขึ้นเพื่อประโยชน์
การรับสมัครของเราอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าเราหมายตาตำแหน่งราชาปีศาจ
จริง ๆ”
ซู่เซี่ยงหยางมองปีศาจทั้งหลายนอกลาน แล้วนึกไปถึงหมิงคุน
และเทพเอกเก้าญาณ เขาเอ่ยขึ้น “ราชาปีศาจคงอยู่ระหว่างหมิงคุน
กับเทพเอกเก้าญาณนั่นแหละครับ”
ส่วนจะเป็นใครในพวกเขานั้น
ภาพของหมิงคุนที่อารมณ์ร้ายแต่ซื่อบื้อผุดเข้ามาในหัวซู่เซี่ยง
หยาง ตามมาด้วยภาพของเทพเอกเก้าญาณที่ลงมืออย่างอำมหิตแต่
ก็เห็นแก่กิน
เขาตัวสั่นอย่างอดไม่ได้
ไม่ว่าใครในพวกเขาได้เป็นราชาปีศาจ ก็ไม่ใช่เรื่องน่ายินดี
เท่าไรนัก
เขานึกย้อนถึงข้อมูลโลกปีศาจในหัวหนึ่งรอบ แล้วคว้าตัวฉู่ลั่วไว้
“ไม่อย่างนั้น คุณก็ให้จิ่งเจียเหยียนหรือหูเสี่ยวหลีอยู่นี่สักคนสิครับ
แล้วผมจะควบคุมจากวงใน ให้หนึ่งในพวกเธอเป็นราชาปีศาจก็จบ”
ฉู่ลั่วพยักเพยิดไปทางปีศาจสองตนที่ยืนอยู่อีกด้านแล้วเอ่ย “คุณ
ไปพูดกับพวกเธอเองเถอะค่ะ”
หูเสี่ยวหลีด้านนั้นหน้าตาเย็นเยียบ สายตาจดจ้องแท็บเล็ต
จิ่งเจียเหยียนก็เม้มปากไม่พูดจา
ฉู่ลั่วเอ่ยต่อ “พวกเธอเป็นเพื่อนกับซุนหย่าจิ้ง แต่เพื่อนต้องมาตา
ยอย่างทารุณ ฉันคงไม่อาจพูดให้พวกเธอไม่ไปค่ะ”
ซู่เซี่ยงหยาง “…”
เขาหันมองฉู่ลั่ว “แล้วเธอก็เป็นเพื่อนของคุณด้วยใช่ไหมครับ”
ฉู่ลั่วไม่ตอบ เพียงแต่กำชับกับเขา “ด้วยสถานะของเทพเอกเก้า
ญาณ เขาไม่จำเป็นต้องมารับตำแหน่งราชาปีศาจเลย บางทีหมิงคุน
อาจพอสู้กับเขาได้ แต่ตอนสู้ ต้องปกป้องดูแลความเรียบร้อยของอิ๋
งเซียงให้ดีนะคะ”
เมื่อเห็นฉู่ลั่วตัดสินใจแน่วแน่ไปแล้ว ซู่เซี่ยงหยางจึงเลิกเกลี้ย
กล่อม “ผมเข้าใจแล้วครับ ถ้าถึงตาหมิงคุนสู้ตัดสินกับเทพเอกเก้า
ญาณจริง ๆ ผมจะให้หลางกานสร้างม่านพลังขึ้นมา”
“คุณวางใจแล้วไปเถอะ ที่นี่มีผม…แล้วก็ประธานฮั่วด้วยครับ”
เขาเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง แล้วจับแขนฉู่ลั่วอีกครั้ง “คุณจะเหลือ
ประธานฮั่วไว้ให้ผมใช่ไหมครับ”
ฉู่ลั่วส่งเสียงตอบ “ฉันพาไปแค่หูเสี่ยวหลีและจิ่งเจียเหยียนค่ะ คน
อื่น ๆ จากคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวันอยู่ที่นี่หมด ถ้ามีความจำเป็น
ให้ไปหาเฉิงยวนค่ะ”
“ได้ครับ”
หลังฉู่ลั่วกำชับเสร็จสิ้น ก็เดินออกไปสองก้าว ก่อนจะเห็นฮั่ว
เซียวหมิง
ฮั่วเซียวหมิงกำลังคุยกับเลขา เห็นฉู่ลั่วเดินมา จึงบอกให้เลขาไป
ก่อน “ผมทราบเรื่องแล้ว มีอะไรให้ช่วยไหม”
ฉู่ลั่วส่ายหัว “อีกฝ่ายตั้งใจล่อเสือออกจากถ้า แสดงว่าพุ่งเป้ามา
ที่การประลองนี้ พอฉันไป พวกคุณก็จะปลอดภัยขึ้น”
ฮั่วเซียวหมิงพยักหน้า “คุณไปจัดการธุระตัวเองอย่างสบายใจ
เถอะ การประลองนี้ ผมกับหัวหน้าซู่จะดูแลความเรียบร้อยให้เอง”
“คนของสำนักงานต้องรู้จักยืนด้วยขาตัวเองบ้าง พวกเขาจะหวัง
พึ่งคุณไปทุกเรื่องไม่ได้”
ฉู่ลั่วมองฮั่วเซียวหมิง แล้วเผยอยิ้มออกมา “ฉันจะรีบจัดการให้
เสร็จแล้วกลับมาหาค่ะ”
“อืม”
หลังกำชับทุกอย่างไว้แล้ว ฉู่ลั่วก็พาหูเสี่ยวหลีและจิ่งเจียเหยียน
ไปจากที่นี่
…
เขาจินหลี่
ขุนเขารายล้อม ป่าไม้ขึ้นสูง
ทิศเหนือกำลังอยู่ในฤดูหนาวเหน็บ แต่เขาจินหลี่ในเมืองอวิ๋นก
ลับเป็นสีเขียวชอุ่ม ต้นไม้ขึ้นกันอยู่เรียงราย
“พวกคุณรู้จักคุณหนูรองหวัง ลูกสาวราชาการท่องเที่ยวของ
ประเทศไหม”
ภายในถ้าภูเขาอันมืดมิด สายลมหยินโชยพัด เสียงร้องไห้คร่า
ครวญของวิญญาณดังมาให้ได้ยินเป็นระยะ
และในตรงกลางสุดของถ้า มวลแสงสีทองก้อนหนึ่งโอบล้อมร่าง
วิญญาณโปร่งแสงร่างหนึ่งเอาไว้
ร่างวิญญาณนั้นนั่งขัดสมาธิ บอกเล่าอย่างออกรส
และรอบ ๆ แสงสีทอง คือฝูงผีที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าแตกต่างกัน
ไป มีทั้งเพศชายเพศหญิง คนแก่และเด็ก
ทุกตนต่างตั้งสมาธิจดจ่ออยู่กับมวลแสงสีทองนั้น