เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1361 ท าไมพวกคุณถึงเพิ่งมา
“เขาจินหลี่ไม่เหมือนกับเขาที่อื่น เขาแห่งนี้มีพลังหยินรุนแรง
มาก ๆ อีกทั้งยังถูกผู้บำเพ็ญนอกรีตคนนั้น สร้างค่ายกลมาไว้ฝึกฝน
อีก ผู้บำเพ็ญทั่วไปเข้ามาไม่ได้หรอก”
ซุนหย่าจิ้งจึงบอกไป “นี่ไม่ใช่ผู้บำเพ็ญทั่วไปนะ นี่คือปรมาจารย์
เทพธิดาน้อยไง เทพธิดาน้อยที่เก่งสุด ๆ คนที่ฉันเล่าให้พวกคุณฟัง
เป็นเธอนั่นแหละ! เธอมาช่วยฉัน!”
พวกผี “…”
สีหน้าของพวกเขาต่างปรากฏความสงสารขึ้นมา
“เห้อ เธอเพิ่งมา จะคิดแบบนี้ได้ก็ไม่แปลกหรอก”
“รอไปอีกสักสองสามปี…หลายสิบปี…หลายร้อยปีเดี๋ยวก็ดีแล้ว”
“จะว่าไป ดูพฤติกรรมเธอไม่ค่อยปกติหรือเปล่านะ เธอคิดว่า
เทพธิดาน้อยที่อยู่ในเรื่องเล่านั้นเป็นจริงซะด้วย เหอะ ถ้ามีเทพธิดา
น้อยปรมาจารย์ฉู่อะไรนั่นจริง ๆ ฉันจะยอมเอาของที่ซ่อนอยู่ในหลุม
ศพของฉันออกมาให้หมดเลย”
“เรื่องนี้แค่ฟังก็แล้วไปเถอะ อายุยังน้อยก็ได้เป็นเจ้านิกายแล้ว
แบบนั้น มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน! พวกคนหัวโบราณในนิกายจะยอม
ให้ผู้หญิงสาว ๆ มาเป็นเจ้านิกายได้ยังไง!”
“อาการของเธอคงไม่ใช่โรคซึมเศร้าหลังจากตายหรอกนะ เธอ
เกิดภาพหลอนแล้วเนี่ย! แบบนี้ไม่ได้การแล้ว! ทำเอาขวัญหนีดีฝ่อไป
หมด ไม่ได้การ ๆ รีบรักษาเธอเร็วเข้า”
ซุนหย่าจิ้งที่อยู่ด้านข้างได้ยินอย่างชัดเจน จึงมองค้อนพวกผี
เหล่านั้นไป
นี่พวกเขากล้าคิดว่าเรื่องที่เธอเล่ามายืดยาวขนาดนั้นเป็นเรื่อง
โกหกเหรอ!
“โธ่! ฉันจะบอกคุณให้นะ เขาจินหลี่ไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก คุณ
อยู่ไปนาน ๆ เดี๋ยวก็รู้เองว่ามันก็สนุกดีนะ”
“ใช่ ๆ พวกเราล้วนเป็นผีที่มาก่อน เราเคยประสบในสิ่งที่คุณ
ประสบมาหมดแล้ว เดี๋ยวผ่านไปอีกสักสองสามปีก็ดีเอง”
ซุนหย่าจิ้งจึงตะโกนเสียงดังขึ้นมา “จะต้องเป็นเทพธิดาน้อยแน่ ๆ
! ฉันรู้สึกได้ ไม่ใช่แค่เทพธิดาน้อย เพื่อน ๆ ของฉันก็จะมาช่วย
เหมือนกัน”
ซุนหย่าจิ้งตะโกนเสียงดังอยู่ในวงแสงทองนั้น จนกระทั่งเรื่องการ
ต่อสู้ใกล้เข้ามาและยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
ภูเขาทั้งลูกก็เริ่มสั่นสะเทือนบ่อยขึ้นด้วย
เธอตะโกนอีกครั้ง แล้วเปิดเผยยันต์ที่อยู่ในตัวของตนเอง
จากนั้นก็ก้าวเท้าวิ่งไปนอกปากถ้า
พวกผีด้านหลังก็ตามเธอมากันหมดเลย
“นี่! เธอโง่หรือเปล่า! เธอเปิดเผยยันต์แบบนี้ มันก็เป็นการเปิด
โอกาสให้ผู้หญิงบ้าคนนั้นลงมือไม่ใช่เหรอ?”
“รีบกลับมาเร็วเข้า!”
ท่ามกลางเสียงร้องแหลมของผีเหล่านั้น ซุนหย่าจิ่งที่วิ่งไปจนถึง
ประตูจู่ ๆ ก็ยืนนิ่ง แล้วเงยหน้ามองไปที่ท้องฟ้าด้านนอก
พวกผีก็วิ่งมาถึงปากถ้ากันหมดแล้วเช่นกัน ในตอนที่กำลัง
เตรียมจะปลอบใจซุนหย่าจิ้งอยู่นั้น พวกเขากลับต้องชะงักไปเพราะ
แสงสีทองแยงตาเข้ามาเสียก่อน
พวกผีเงยหน้าขึ้น เห็นว่าบนท้องฟ้าของเขาจินหลี่นั้น มีจิ่งอันฉิ
งซึ่งถูกล้อมไว้ทั้งสามด้านอยู่
ทั้งงูขาว จิ้งจอกแดง แล้วก็คนหนึ่งคนกำลังปิดล้อมจิ่งอันฉิงไว้
ตรงกลาง
ซุนหย่าจิ้งชะงักอยู่ที่เดิมสักพัก ก่อนจะร้องไห้ออกมา “ทำไม
พวกคุณถึงเพิ่งมาเนี่ย!”
“ปรมาจารย์ เจียเหยียน เสี่ยวหลี เธอนั่นแหละ…เธอนั่นแหละที่
วางแผนทำร้ายฉัน! เธอนั่นแหละที่ทำร้ายฉันจนทำให้ต้องถูกขังอยู่
ที่นี่!”
เธอตะโกนขึ้นไปบนฟ้า
จิ่งอันฉิงก้มลงไปมองซุนหย่าจิ่งตรงปากถ้า แล้วก็มองพวกฉู่ลั่ว
“มนุษย์คนหนึ่งทำให้พวกคุณต่อสู้ได้ด้วยเหรอ?”
“ซุนหย่าจิ้งก็แค่คนไม่ดีไม่ใช่หรือไง ฉันฆ่าเธอไปแล้ว พวกคุณรู้
ไหมว่าคนบนอินเตอร์เน็ตตั้งเท่าไหร่ที่รู้สึกยินดี? พวกคุณรู้ไหมว่า
คนบนอินเตอร์เน็ตกี่คนที่กำลังบอกกันว่าเธอตายไปก็ดีแล้ว?”
“คนแบบเธอสมควรตายแล้ว!”
“ฉันเป็นตัวแทนจัดการให้สวรรค์ยังไงล่ะ!”
“คนเลว ๆ ไม่ควรได้ตายดีหรอก!”
ฉู่ลั่วมองจิ่งอันฉิงที่แผ่พลังหยินอยู่ทั่วทั้งตัว แล้วสบกับดวงตา
แดงก่าของอีกฝ่าย ยังมีพลังหยินแผ่ออกมาจากบาดแผลบนตัวเธอ
ด้วย
“คุณกลายเป็นสิ่งไม่ดีแล้ว คุณ…ไม่ใช่มนุษย์แล้ว”
จิ่งอันฉิงหัวเราะ แล้วพูด “มนุษย์เหรอ? เป็นมนุษย์มันดียังไง?
เป็นสิ่งชั่วร้ายมันไม่ดียังไง? ในเมื่อเป็นสิ่งชั่วร้ายแล้วฉันอยากจะทำ
อะไรก็ได้ ใครที่มันกล้าไม่เชื่อฟังฉัน ฉันก็ทำให้มันตายไปซะ!”
พอสิ้นเสียงของเธอ หางงูสีขาวก็กระตุกขึ้นมา “จะพูดจาไร้สาระ
ยืดยาวไปทำไม แก้แค้นให้หย่าจิ้งสิ!”
หางของหูเสี่ยวหลีก็ขยับเตรียมพร้อมเช่นกัน
ฉู่ลั่ว “…”
มันไม่มีโอกาสให้เธอได้ลงมือเลย!