เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1364 เธอต้องตกนรกขุมที่สิบแปด
หูเสี่ยวหลีเดินไปเตะจิ่งอันฉินซึ่งนอนเลือดไหลไม่หยุดอยู่ที่พื้น
แล้วพูดว่า “เธอคงจะไม่เสียเลือดจนตายหรอกนะ”
จิ่งอันฉิงอยู่บนพื้นจ้องมองหูเสี่ยวหลีอย่างนิ่ง ๆ
บนร่างกายของเธอเป็นบาดแผลที่เกิดจากดาบชิงเจวี๋ยแทง และ
เลือดสีดำ ๆ กำลังไหลออกมา
ฉู่ลั่วตอบ “ไม่หรอก เธอเป็นผู้บำเพ็ญนอกรีตแล้ว แค่เลือดไหล
ไม่ทำให้เธอตายหรอก”
หูเสี่ยวหลีเอาเท้าเตะจิ่งอันฉิงไปอีกครั้ง “อย่างนั้นก็ดี จากหนี้
เลือดบนตัวเธอ ถ้าตายไปแบบนี้มันจะเอาเปรียบเธอไปหน่อย”
การแทงของดาบชิงเจวี๋ยโจมตีเข้าที่การจองจำบนร่างกายของ
จิ่งอันฉิง
ทำให้หนี้เลือดบนร่างกายของเธอชัดเจนจนคนที่บำเพ็ญเพียร
มองเห็นมันได้อย่างชัดเจน
ใบหน้าของจิ่งเจียเหยียนเต็มไปด้วยความรังเกียจ “หนี้เลือดทั่ว
ตัวขนาดนี้เธอต้องตกนรกขุมที่สิบแปดแน่นอน”
แต่จิ่งอันฉิงซึ่งนอนอยู่ที่พื้นกลับมีสีหน้าไม่เกรงกลัวสิ่งใด “พวก
คุณคิดว่าฉันจะตายแล้วลงนรกไปจริง ๆ เหรอ? เหอะ!ไม่รู้อะไรซะ
เลย”
สายตาของเธอเลื่อนกลับไปที่ตัวของฉู่ลั่ว “คนอื่นจะไร้เดียงสา
จนไม่รู้เรื่องก็ช่างเถอะ แต่คุณที่เห็น ๆ อยู่ว่ารู้ไปเสียหมดทำไมถึงยัง
ไร้เดียงสาได้ขนาดนี้ล่ะ?”
ฉู่ลั่วเหลือบมองเธอนิ่ง ๆ แล้วพูดกับพวกซุนหย่าจิ้งต่อ
การเมินเฉยของฉู่ลั่วทำให้สีหน้าของจิ่งอันฉิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“หรือฉันพูดอะไรผิดไป? พวกคุณล้วนเป็นคนที่สวรรค์เลือกนี่ ฉู่ลั่ว
ทั้งหมดเป็นเพราะคุณ ฉันตกต่าลงมาถึงขั้นนี้ก็เป็นเพราะถูกคุณทำ
ร้าย”
“ในตอนแรกถ้าคุณรับปากว่าจะร่วมมือกับฉัน ฉันก็ไม่ต้องคิด
หาวิธีไปทำร้ายคุณ”
“แล้วฉันก็จะไม่มีทางมาอยู่ในจุดนี้”
ทันทีที่เธอพูดสิ่งนี้ออกมา ซุนหย่าจิ้งก็กระโดดออกมาจาก
ด้านหลังของฉู่ลั่วแล้วชี้หน้าด่าเธอทันที “คำพูดของเธอมันหน้าไม่
อายเกินไปหรือเปล่า! เธออยากจะร่วมมือกับปรมาจารย์ของเรา อย่าง
นั้นถ้าเธอมาขอร้องปรมาจารย์ของเรา ปรมาจารย์จะไม่ร่วมมือกับ
เธอแน่นอนเหรอ?”
“พอไม่ร่วมมือกับเธอ เธอก็มาทำร้ายคนอื่น นี่มันตรรกะอะไร
กัน? เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร?”
“เป็นเจ้าโลกเหรอ?”
จิ่งอันฉิงยิ้มอย่างเย็นชาแล้วบอก “ฉันนี่แหละเป็นเจ้าโลก”
ซุนหย่าจิ้งชะงักไปครู่หนึ่ง สายตาของเธอมองไปที่ใบหน้าของจิ่ง
อันฉิงแล้วเลื่อนลงไปอย่างช้า ๆ จากนั้นก็เลื่อนขึ้นมาบนใบหน้าเธอ
อีกครั้งอย่างช้า ๆ
แล้วเธอก็หันกลับไปมองทางจิ่งเจียเหยียนกับหูเสี่ยวหลี “เมื่อกี้
เหมือนว่าหูฉันจะมีปัญหานะ เหมือนจะได้ยินเธอพูดว่าเธอเป็นเจ้า
โลก”
จิ่งเจียเหยียนพูดขึ้นมา “คนที่หลงตัวเองเกินไปก็เป็นแบบนี้แหละ
นี่ดูเหมือนว่าจะเป็นโรคทางจิตชนิดหนึ่งนะ ฉันเคยเห็นจิตแพทย์พูด
ถึงโรคนี้กันเยอะเลย เห็นบอกว่าโรคแบบนี้ไม่ต่างอะไรกับโรคที่
เจ็บป่วยระยะสุดท้ายเลยนะ มันรักษาไม่หาย”
หูเสี่ยวหลีพูดขึ้นมา “สนใจด้วยเหรอว่าเธอคิดยังไง!”
ซุนหย่าจิ้ง “ฉันก็แค่จินตนาการไม่ออกเลยว่าจะมีคนที่ตกต่า
จนถึงขั้นนี้ แถทยังคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าโลกอีก”
เธอมองไปทางจิ่งอันฉิงแล้วพูด “ขอถามหน่อยว่าเจ้าโลกจะเป็น
แบบนี้เหรอ? ยังไงโลกก็ต้องช่วยเจ้าโลกสิ!”
จิ่งอันฉิงส่งเสียงอย่างเย็นชา “คุณรู้ได้ยังไงว่าจะไม่มีใครมาช่วย
เจ้าโลกอย่างฉัน?”
“มีคนมาเหรอ? จะมีคนมาช่วยเจ้าโลกอย่างเธอเหรอ?” ซุนหย่า
จิ้งทำมือเป็นรูปแตรแล้วตะโกนไปในป่าเขาที่ว่างเปล่า
“ถ้าไม่มีคนก็มีผีสักตัวก็ยังดี! มีผีไหม? รีบมาช่วยเจ้าโลกที!”
แต่เสียงที่ตอบกลับเธอมาเป็นเสียงลมซ่า ๆ
เธอกางมือทั้งสองออกแล้วพูดกับจิ่งอันฉิงอย่างจนใจ “ดู
เหมือนว่าทั้งคนทั้งผีจะไม่ได้คิดมาช่วยเจ้าโลกอย่างเธอเลยนะ”
“ให้ฉันตะโกนเรียกปีศาจให้อีกไหม?”
จิ่งเจียเหยียน “ไม่ต้องเรียกปีศาจแล้ว! ปีศาจนับแสนไปรวมตัว
กันอยู่ที่อิ๋งเซียงแล้ว ต่อให้เรียกก็ไม่มาหรอก”
ซุนหย่าจิ้ง “อย่างนั้นให้ฉันเรียกเทพไหม?”
หูเสี่ยวหลี “แดนเทพตัดขาดกับโลกมนุษย์ไปตั้งนานแล้ว เรียก
ไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก”