เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1368 การแข่งขันชิงต าแหน่งราชาปีศาจเกิดปัญหาแล้ว
- Home
- เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
- บทที่ 1368 การแข่งขันชิงต าแหน่งราชาปีศาจเกิดปัญหาแล้ว
ผ่านไปสักพักหนึ่ง แถวตรงหน้าของฉู่ลั่วก็ยาวมาก ๆ
แต่ไม่ใช่ว่าผีทุกตนจะมีคุณสมบัติจะสามารถติดตามฉู่ลั่วออกไป
ได้
ฉู่ลั่วทำการตรวจสอบหนี้เลือด ทักษะความสามารถของแต่ละตน
แล้วสุดท้ายก็ต้องรอให้ทางยมทูตขาวดำระบุตัวตนผีทุกตนและทำ
การออกเอกสารให้ด้วย
เพื่อรับประกันว่าผีเหล่านี้จะสามารถทำอะไรบนโลกมนุษย์ได้ แต่
ทั้งหมดจะมีฉู่ลั่วคอยกำกับควบคุม
หลังจากนั้นสามวัน ผีที่เขาจินหลี่ก็ได้แยกตัวกันออกมา
ยมทูตขาวดำเห็นวิญญาณแถวยาวด้านหลังฉู่ลั่วแล้ว สายตาก็
พลันสั่นไหว
ครั้งนี้ปรมาจารย์พาวิญญาณไปด้วยอย่างน้อยก็นับร้อยดวง!
พวกเขาทำเกินไปหน่อยหรือเปล่า!
“ปรมาจารย์วางใจได้นะครับ พวกเราจะพยายามทำงานให้เสร็จ
โดยเร็วที่สุด แล้วรีบไปรับวิญญาณเหล่านี้บนโลกมนุษย์ ไม่มีทาง
ปล่อยให้วิญญาณเหล่านี้ รบกวนปรมาจารย์เป็นเวลานานเกินไป
แน่นอนครับ”
ฉู่ลั่วพยักหน้าแล้วสะบัดยันต์ออกไป
วิญญาณทุกดวงต่างก็มียันต์ติดอยู่บนตัว จากนั้นเธอก็เอ่ยท่อง
คาถาและพาวิญญาณพวกนั้นหายตัวไป
ยมทูตดำมองฉู่ลั่วที่พาตัววิญญาณนับร้อยจากไปในพริบตา
จากนั้นก็รู้สึกเศร้าใจมาก “ดูเหมือนปรมาจารย์จะเก่งกาจขึ้นเรื่อย ๆ
เลย”
“ตอนนี้ปรมาจารย์ได้ช่วยชีวิตพวกวิญญาณไปจำนวนหนึ่งแล้ว
ย่อมได้รับผลบุญสูงมาก พลังก็ย่อมต้องแข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน”
ยมทูตขาวพูดออกมาอย่างเศร้าสร้อย แล้วก้มหน้ามองเขาจินหลี่
ที่อยู่ใต้เท้า “พวกเขาทำไปกี่เรื่องกันแน่ แล้วให้ปรโลกฝังให้เท่าไร”
จากนั้นยมทูตดำก็ขมวดคิ้วมองไปรอบ ๆ เขาจินหลี่ “เรื่องนี้คง
ต้องให้ผู้บำเพ็ญบนโลกมนุษย์ออกหน้าเท่านั้น หากให้ปรโลกออก
หน้ามันจะไม่เหมาะ”
ยมทูตขาวดำสบตากัน ต่างก็เห็นความกังวลในสายตาของอีก
ฝ่าย…
…
ฉู่ลั่วพาวิญญาณนับร้อยไปปรากฏตัวที่อิ๋งเซียง
ทันทีที่ลงสู่พื้นดินก็พบว่าบนท้องฟ้าของอิ๋งเซียงกลายเป็นสีแดง
สดไปหมด
เมื่อมองดี ๆ แล้ว ที่แท้มันก็เต็มไปด้วยแผ่นป้ายนับพันนี่เอง
หูเสี่ยวหลียกมือขึ้นมาป้องหน้าแล้วมอง จากนั้นก็อ่านออกมาที
ละคำ “เบื้องลึกเบื้องหลัง เบื้องหลังแน่นอน!”
“เผ่าปีศาจมีความยุติธรรม!”
“เราต้องการอำนาจปีศาจ ต้องการความยุติธรรม ความเที่ยงตรง
และความโปร่งใส!”
“ถ้าปีศาจยุคสมัยนี้ไม่เพียรพยายาม ปีศาจในยุคต่อไปก็ไม่มีที่
ให้อยู่แล้ว”
หลังจากอ่านแผ่นป้ายสิบกว่าแผ่นนั้นแล้ว หูเสี่ยวหลีก็หัน
กลับมามองฉู่ลั่วที่ไม่มีแสดงสีหน้าใด ๆ แล้วพูดออกมาอย่างแน่วแน่
มากว่า “ฉันสามารถบอกได้เลย ว่าการแข่งขันชิงตำแหน่งราชา
ปีศาจเกิดปัญหาเข้าแล้วล่ะ”
เธอเน้นย้าอีกครั้ง “เกิดปัญหาใหญ่ขึ้นแล้ว”
หูเสี่ยวหลีเพิ่งพูดจบ ซู่เซี่ยงหยางก็พาเจ้าหน้าที่วิ่งเข้ามาด้วย
ท่าทางรีบร้อน
ฉู่ลั่วถาม “มีปัญหาอะไรกับการแข่งขันเหรอคะ? ทำไมบนฟ้าถึง
มีป้ายข้อความลอยอยู่เยอะขนาดนี้?”
ซู่เซี่ยงหยางกลืนไม่เข้าคลายไม่ออกอยู่สองสามวินาที “พูดไปก็
ยาวครับ”
“ถ้ายาวก็เล่าสั้น ๆ ค่ะ”
ซู่เซี่ยงหยางยังไม่เอ่ยปาก พวกเฉิงยวนก็ส่งเสียงโห่ร้องขึ้นมา
ซู่เซี่ยงหยางกัดฟัน “คุณถามพวกเธอเถอะ! พวกเธอรู้เรื่องนี้
ชัดเจนกว่าผม”
เฉิงยวนยังไม่ทันวิ่งเข้ามา ซ่งเมี่ยวเมี่ยวก็วิ่งมาหาด้วยความดีใจ
เธอกระโจนไปอยู่บนตัวฉู่ลั่ว “พี่ลั่วลั่ว หนูจะบอกให้ หนูจะบอกให้…พี่
รู้ไหมคะว่าราชาปีศาจคือใคร?”
เธอเก็บซ่อนความตื่นเต้นในน้าเสียงไม่อยู่ สัมภเวสีเด็กก็ดู
ตื่นเต้นอย่างเห็นได้ยาก
ฉู่ลั่วกวาดตามองคนที่ปล่อยให้อยู่ที่นี่รอบหนึ่ง พลางขมวดคิ้ว
หูเสี่ยวหลีก็ลูบคาง “ปีศาจทรงพลังที่สุดที่ได้รับเลือกให้ชิง
ตำแหน่งราชาปีศาจ ก็คือเทพเอกเก้าญาณกับหมิงคุน”
“แต่ว่า…”
จิ่งเจียเหยียนยื่นมือไปลูบผมของซ่งเมี่ยวเมี่ยว พูดขึ้น “เมี่ยว
เมี่ยวดูภูมิใจมากขนาดนี้ ต้องไม่ใช่พวกเขาสองตนแน่นอน! แต่โลก
ปีศาจยังมีใครเก่งกว่าพวกเขาทั้งสองตนอีกเหรอ!”
ทุกคนจ้องมองไปยังกลุ่มคนที่มาจากคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามอง
ตะวัน
มุมปากของหูเสี่ยวหลีกระตุกสองครั้ง “คงไม่ใช่จิ่วฉานหรอก
นะ!”
พระรูปหนึ่ง บรรลุเป็นผู้ยิ่งใหญ่ กลายเป็นราชาปีศาจ หากพูด
ออกไปไม่รู้ว่าเผ่าพันธุ์ปีศาจหรือฝั่งพุทธศาสนาจะอับอายกว่ากัน!