เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1377 ไปหาจิ่งอันฉิงกับฉัน
ฉู่ลั่วกลับขมวดคิ้ว “แต่ในองค์กรยังมีนักพรตน้อยมาก”
ซู่เซี่ยงหยางทำเสียงไม่พอใจ
“ไม่ต้องห่วงทางฝั่งลัทธิเต๋าแล้วล่ะค่ะ” ไจ๋โหรวพลันวิ่งเข้ามา
ด้านหลังมีจี้ไจ่ติดตามมาด้วย
หลังไจ๋โหรววิ่งเข้ามา เธอก็มองไปทางห้องพักผู้ป่วยด้วยความ
ระมัดระวัง พลางพูดอย่างดีใจว่า “พอได้ยินเรื่องการแข่งขันชิง
ตำแหน่งราชาปีศาจ ทางฝั่งลัทธิเต๋าก็ร้อนใจกันใหญ่เลยค่ะ”
“พวกเขาอยากมาถามเจ้านิกายว่าทำไมต้องใช้งานผี ใช้งาน
ปีศาจ!”
“ฉันกับจี้ไจ่สองคนโทรกลับไปด่าพวกเขาแล้วค่ะ” คนด่าคือเธอ
ส่วนจี้ไจ่นั้นพูดคุยด้วยเหตุผล
เธอทำสีหน้ารังเกียจ “ถ้าเกี่ยวพันกับชื่อเสียงและผลประโยชน์
ของลัทธิเต๋า พวกเขาต้องตอบตกลงแน่นอนค่ะ”
“แต่ว่า..”
เธอหันไปมองซู่เซี่ยงหยางที่ยิ้มจนเห็นฟันแต่มองไม่เห็นดวงตา
“แต่ผู้กองซู่คะ คุณต้องคิดให้ชัดเจนนะ! ถ้าคนของลัทธิเต๋ามาถึงแล้ว
อาจจะไม่ใช่เรื่องดี การที่นักพรต ผี ปีศาจ มาอยู่ด้วยกัน…”
เธอส่ายหน้า
ซู่เซี่ยงหยาง “…”
เผ่าปีศาจนับแสนมารวมตัวกัน ณ สถานที่ที่เคยเป็นจุดต่อสู้
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวอุ้มภูติดอกไห่ถังเอาไว้ พลางมองฝูงปีศาจจำนวน
มากที่อยู่ด้านนอกอย่างประหม่า “ถังถัง เธอกลัวหรือเปล่า?”
ภูติดอกไห่ถังสั่นใบและดอกเล็กน้อย จากนั้นก็ไม่เคลื่อนไหวอีก
เห็นได้ชัดว่ามันกลัวไม่ต่างกับซ่งเมี่ยวเมี่ยวเลย
เฉิงยวนตบไหล่ซ่งเมี่ยวเมี่ยวแผ่วเบา และบอกกับเธอว่า “อีก
เดี๋ยวพอเจ้ายกถังถังขึ้นแล้ว ให้รีบลงมาเลยนะ! ต่อจากนี้เป็นฉาก
สำคัญของถังถัง”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวพยักหน้าอย่างจริงจัง “หนูรู้ค่ะ”
จากนั้นจึงก้มหน้าพูดกับภูติดอกไห่ถังอีกครั้ง “ถังถัง นี่เป็นการ
กล่าวสุนทรพจน์ในฐานะราชาปีศาจครั้งแรกของเธอ ต้องพูดให้ดีนะ
ไม่ต้องกลัวหรอก”
ภูติดอกไห่ถังขยับเล็กน้อย ก่อนจะสะบัดใบไม้ของมันเบา ๆ
เหยียนอันอี้ส่งเสียงพูดฮึกเหิมเปี่ยมด้วยพลังขึ้นมาเบื้องหน้าเวที
“ต่อไปขอเชิญไห่ถังราชาปีศาจของพวกเราขึ้นเวทีครับ!”
เฉิงยวนรีบหยิบเซียนพู่กันออกมาจากกล่องหยก แล้ววางลงใน
กระถางของภูติดอกไห่ถัง เธอบอกกับเซียนพู่กันว่า “ทำให้ดีล่ะ”
รอยหมึกสามตัวอักษรลอยขึ้นมา
เข้าใจแล้ว!
ท่ามกลางเสียงปรบมือดังกึกก้อง ซ่งเมี่ยวเมี่ยวอุ้มภูติดอกไห่ถัง
ขึ้นไปบนเวที
เฉิงยวนยกมือทั้งสองข้างกอดอก มองอยู่หลังเวทีด้วยความกังวล
ก่อนจะมองผ่านผ้าม่านลงไปที่ด้านล่างเวที
เห็นจิ่งเจียเหยียนกับหูเสี่ยวหลีกำลังปลุกปั่นอารมณ์อยู่ด้านล่าง
เวที
เทพอู่ทงก็ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังสุด กำลังกระตุ้นความรู้สึกของ
พวกปีศาจเช่นกัน
เสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง เฉิงยวนหันไปมอง จึงเห็นฉู่ลั่วเดิน
เข้ามา “เป็นยังไงบ้าง? หมิงคุนกับเทพเอกเก้าญาณผู้นั้นยอมหรือ
เปล่า?”
“อืม”
เฉิงยวนถอนหายใจออกมาเบา ๆ หล่อนอดยกยิ้มและพูดออกมา
ไม่ได้ “ดีที่ฮั่วเซียวหมิงมีแผนการเตรียมไว้!”
เธอกระแทกไหล่ฉู่ลั่ว พลางเลิกคิ้ว “เขาความคิดล้าลึกแบบนี้
เจ้าไม่กลัวเหรอ?”
ฉู่ลั่วเหม่อมองออกไปข้างนอก “กล้วอะไร?”
“ไม่กลัวเขาจะเอาความคิดแบบนี้มาใช้กับเจ้าหรือไง?”
ฉู่ลั่วกะพริบตา แล้วหันไปมองเฉิงยวน “ที่นี่น่าจะไม่มีปัญหาแล้ว
มีหมิงคุนกับเทพเอกเก้าญาณอยู่ เหล่าปีศาจคงไม่กล้าก่อเรื่อง
วุ่นวายหรอก”
เธอพูดเสียงเบาลง “ไปหาจิ่งอันฉิงกับฉัน”
สีหน้าเฉิงยวนเปลี่ยนไปเล็กน้อย “ในที่สุดก็จับนางได้แล้วสินะ”
ฉู่ลั่วพาเฉิงยวนไปยังสถานที่คุมขังจิ่งอันฉิงด้วยกัน
มันเป็นสถานที่ซึ่งมีการป้องกันแน่นหนาที่สุดขององค์กร
ฉู่ลั่วเป็นคนติดแปะยันต์เอาไว้ ส่วนค่ายกลจี้ไจ่เป็นคนติดตั้ง
มีแต่ต้องให้ฉู่ลั่วมาเท่านั้นถึงจะคลายได้
“เจ้านิกาย” เจ้าหน้าที่มีสีหน้าไม่ค่อยดีนัก “เมื่อวานมีกลุ่มคน
แข็งแกร่งหลายกลุ่มเข้ามาลองทดสอบเยอะเลยครับ ทั้งปีศาจ ผี
กระทั่งพวกนักพรตด้วย แต่ถูกยันต์ของเจ้านิกายขวางเอาไว้ได้หมด”
“พวกเราห้ามผู้แข่งแกร่งกลุ่มไหนเอาไว้ไม่ได้เลย”
ฉู่ลั่วพยักหน้า ก่อนจะดึงยันต์ออก
พลังหยินแข็งแกร่งพัดเข้ามากระทบใบหน้าทันที
เฉิงยวนขมวดคิ้ว คอนแทคเลนส์แบบสีของเธอละลายไป เผยให้
เห็นดวงตาของผี ความโกรธเคืองในร่างระเบิดออกมา “พลังหยิน
รุนแรงเกินไปแล้ว”
ฉู่ลั่วเอ่ย “เธอดูดกลืนวิญญาณเยอะมาก มีทั้งวิญญาณที่มีบุญ
มีทั้งผีร้าย…”
เฉิงยวนพลันตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยว “นักพรตชั่ว! ไม่เคยได้ยิน
ว่ามีนักพรตที่ชั่วช้าขนาดนี้มาก่อน!”