เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1379 หนึ่งร่างสองวิญญาณ
จิ่งอันฉิงยังคงกล่าวต่อไป
“จู่ ๆ เธอก็มีวิชาเต๋า จู่ ๆ ก็เก่งขึ้นมาขนาดนี้ ไม่ใช่เพราะมีระบบ
คอยช่วยเหลือเธอหรือไง?”
“ฉันแพ้เธอ ไม่ใช่เพราะฉันเทียบเธอไม่ได้ แต่เพราะระบบของฉัน
เทียบระบบของเธอไม่ได้ต่างหาก”
“ถ้าระบบของฉันเหมือนกับระบบของเธอ เธอคิดว่าฉันจะแพ้เธอ
เหรอ?”
เธอมองฉู่ลั่วด้วยความริษยาและอิจฉา “ฉู่ลั่วเอ๊ยฉู่ลั่ว เธอได้เกิด
ใหม่อีกครั้ง ก็เพื่อแก้แค้นไม่ใช่เหรอ?”
“ฉันยังช่วยแก้แค้นให้เธอด้วยนะ ถ้าไม่ใช่เพราะฉัน ฉู่หร่านคง
ไม่ตายง่ายขนาดนี้”
ฉู่ลั่วมองจิ่งอันฉิงที่ยิ่งพูดก็ยิ่งบ้าคลั่ง ทันใดนั้นฉู่ลั่วก็ยกมือขึ้น
ไปกดลงบนจุดเทียนหลิงของจิ่งอันฉิง “ไม่เคยมีระบบอะไรมาตั้งแต่
แรก มันเป็นแค่วิญญาณเท่านั้นเอง”
ในขณะที่จิ่งอันฉิงแสดงสีหน้าตกใจออกมา พลังวิญญาณก็
หลั่งไหลเข้าสู่จุดเทียนหลิงของจิ่งอันฉิง
จิ่งอันฉิงยังไม่ทันได้เอ่ยปาก ก็ได้ยินเสียงกรีดร้องอย่างน่าเวทนา
ที่ฟังดูคุ้นหูเสียก่อน
หลังเสียงกรีดร้องสั้น ๆ ก็ตามมาด้วยเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด
มันออกมาจากปากของจิ่งอันฉิง
“จริงด้วย” เฉิงยวนขมวดคิ้ว “เป็นหนึ่งร่างสองวิญญาณจริง ๆ ”
ฉู่ลั่วดึงมือกลับ
จิ่งอันฉิงไม่สังเกตเห็นความผิดปกติใด ๆ เธอพูดด้วยความกังวล
ปนดีใจว่า “ระบบ ช่วยฉันด้วย! ทำไมฉันเรียกนาย แต่นายไม่ยอม
ออกมาเลย!”
เธอเพิ่งพูดจบ กำลังจะรอให้ระบบตอบกลับมา แต่กลับสังเกตว่า
ปากของเธออ้า ๆ หุบ ๆ และมีเสียงออกมาจากปากของเธอ
“นังหน้าโง่!”
เป็นปากของเธอ เป็นเสียงของเธอเอง
แต่ไม่ใช่เธอที่อยากพูดคำนี้ออกมา
จิ่งอันฉิงกรีดร้องด้วยความตกใจ “เกิดอะไรขึ้น? ใครกำลังพูด
ใครกัน!”
เธอมองซ้ายมองขวา ก่อนจะก้มหน้ามองร่างกายของตนเอง
ฉู่ลั่วกลับกดไหล่ของเธอไว้ แล้วบังคับเธอให้นั่งลงบนเก้าอี้
พร้อมจ้องตาของเธอ “วิญญาณเร่ร่อนตนหนึ่งทำไมถึงรวมเข้ากับ
วิญญาณอื่นได้?”
จิ่งอันฉิงกำลังประหลาดใจ ปากของเธอก็ขยับอีกครั้ง
“เหอะ! ตอนแรกฉันไม่คิดจะรวมวิญญาณเข้ากับวิญญาณ
ของนังโง่นี่หรอก แต่ยัยนี่โง่เง่าเกินไป แถมยังไร้ความสามารถ เลย
ต้องให้เข้าเส้นทางบำเพ็ญที่ชั่วร้าย”
จิ่งอันฉิงชะงักไป “เส้นทางบำเพ็ญที่ชั่วร้าย!”
“ดูสิ ถึงตอนนี้ยัยนี้ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองเป็นนักพรตชั่วคนหนึ่ง ยัง
คิดว่าตัวเองพึ่งพาความสามารถของฉัน พึ่งพาความสามารถในการ
เป็นตัวเองของโลกนี้ของตัวเอง ถึงได้เก่งกาจขนาดนี้”
ปากเดียว กลับพูดได้สองแบบ
แบบหนึ่งคือน้าเสียงตื่นตระหนก
แบบหนึ่งเป็นน้าเสียงโหดเหี้ยม
จิ่งอันฉิงได้ยินระบบที่ตนเองเชื่อมั่นที่สุด พูดจาเยอะเย้ยตนเอง ก็
ถลึงตามองฉู่ลั่ว “เป็นเธอ! เมื่อกี้เธอเล่นตุกติกอะไรกับฉัน!”
“ทั้งที่ฉันเป็นตัวเอกของโลก ฉันยังมีระบบอยู่ด้วย”
“เธอทำอะไรกับฉันกันแน่?”
เสียงเพิ่งหายไป อีกเสียงก็ดังออกมาจากปากของเธออีกครั้ง “ฮ่า
ฮ่า ฮ่า! เห็นแล้วใช่ไหม? นังนี่มันโง่ขนาดนี้เลย!”
“คนโง่ขนาดนี้ วิญญาณที่โง่เง่าขนาดนี้ เธอคิดว่าฉันอยากรวม
วิญญาณเข้าด้วยกันจริงเหรอ?”
“ไสหัวออกไป ไสหัวออกไปจากตัวฉัน”
จิ่งอันฉิงตะโกนเสียงดัง ดวงตาเบิกกว้างเท่าที่จะกว้างได้ เล็บ
แหลมคมสีเข้มของเธอขีดข่วนบนคอจนมีรอยเลือด แต่รอยเลือนนั้น
ก็กลับมาเป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว
เฉิงยวนหันไปพูดกับฉู่ลั่ว “สองวิญญาณหนึ่งร่าง นี่เป็นวิชา
ผกผันของตระกูลซิ่งในเจ็ดสิบสองสำนักเซียนแห่งลัทธิเต๋านี่!”
“แต่ตระกูลซิ่งถูกกำจัดจนหมดสิ้นไปตั้งนานแล้ว วิชาผกผันนี้ก็
ควรจะสูญหายไปด้วยถึงจะถูก”
ฉู่ลั่วนึกถึงสำนักส่องนภาซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดสิบสองสำนักเซียน
แห่งลัทธิเต๋าที่ถูกทำลายไปเช่นกัน “แม้วิชาจะถูกทำลาย แต่ไม่ได้
หายไป”
ฉู่ลั่วจ้องจิ่งอันฉิงที่ยังคงคลุ้มคลั่ง ด้วยแววตาล้าลึก
เฉิงยวนดึงแขนของฉู่ลั่วเบา ๆ “ตอนนี้นางกำลังบ้าคลั่ง ถามไปก็
ไม่ได้เรื่องหรอก พวกเราไปดูไห่ถังกล่าวสุนทรพจน์กันก่อนเถอะ!”
ฉู่ลั่วมองจิ่งอันฉิง ก่อนจะพยักหน้า
“ฉู่ลั่ว เธอสังเกตเห็นฉันได้ยังไง?” เห็นฉู่ลั่วจะเดินจากไป จิ่ง
อันฉิงที่ตอนแรกยังบ้าคลั่งก็หยุดบ้าทันที แล้วตะโกนเสียงดัง
แม้เสียงของเธอจะสงบ แต่สีหน้ากลับดูแตกต่างออกไป