เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1380 กลุ่มปีศาจผู้ไม่รู้หนังสือ
เฉิงยวนได้ยินคำถามแบบนั้นก็พลันหัวเราะเยาะ “ถ้าอย่างนั้นเจ้า
ก็เดาผิดแล้วล่ะ ครั้งนี้ไม่ใช่ฉู่ลั่วที่สังเกตเห็น ข้าต่างหากที่เป็นคน
สังเกต”
“ถึงอย่างไรข้าก็เคยได้เปิดหูเปิดตากับความสามารถของวิชา
ผกผันจากตระกูลซิ่งมาก่อน”
“ถึงตอนนี้คนที่ยังจำวิชาผกผันได้ เกรงว่าคงจะมีแต่ข้าผู้เดียว
แล้วล่ะ”
เฉิงยวนเท้าเอวด้วยความภาคภูมิใจ รอให้วิญญาณเร่ร่อนตกใจ
แต่คิดไม่ถึงว่าวิญญาณเร่ร่อนนั้นจะเงียบไปแล้ว กระทั่งสีหน้าบ้า
คลั่งก็หยุดลงเช่นกัน ราวกับว่าสีหน้าของจิ่งอันฉิงได้ถูกควบคุมไป
ด้วย
ความเงียบแบบนี้ ทำให้เฉิงยวนซึ่งกำลังได้ใจก้มหน้าลงด้วย
ความไม่เข้าใจ
เธอสบสายตากับดวงตาลึกล้าคู่นั้น
สายตาแบบนี้…
เฉิงยวนรู้สึกเพียงว่าในความทรงจำอันยาวนานห่างไกลของเธอ
เหมือนจะเคยเห็นมาจากที่ไหน
เธอหรี่ตาลงเล็กน้อย ขณะกำลังครุ่นคิด ก็ได้ยินเสียงหัวเราะเยาะ
เย้ยดังขึ้น “แบบนี้นี่เอง เธอเคยเห็นวิชาผกผันสินะ! เธอ…คงจะเคย
เห็นสินะ”
เสียงนั้นไม่ได้บ้าคลั่งเหมือนตอนแรก ยิ่งไปกว่านั้นในความขุ่น
เคืองยังมีความเลื่อนลอยและความคะนึงหาแฝงมาด้วย
เฉิงยวนก็สีหน้าแข็งค้างไปเช่นกัน ตอนที่คิดจะพูดอะไรออกมา
อีก ก็เห็นจิ่งอันฉิงเปลี่ยนมาแสดงสีหน้าดุร้าย กลับมาคลุ้มคลั่งอีก
ครั้ง
ราวกับว่าทั้งหมดเมื่อครู่นี้ เป็นแค่ภาพลวงตา
ฉู่ลั่วกับเฉิงยวนมองตากัน ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินออกจากห้อง
สอบปากคำไป
ก่อนจากไป ฉู่ลั่วติดยันต์หลายแผ่นไว้ในห้องอีกครั้ง
“ข้ารู้สึกคลับคล้ายคลับคลาอยู่นิดหน่อยนะ” เฉิงยวนใช้มือข้าง
หนึ่งลูบคาง “สายตาของผีเร่ร่อนตนนั้น! เขารู้วิชาผกผัน หรือจะเป็น
คนจากสำนักผกผันของตระกูลซิ่ง?”
“ช่างเถอะ คิดไม่ออกก็ช่างปะไร!” เธอโบกมือ จากนั้นจึงดึงแขน
ฉู่ลั่ว “ไป ไป ไป พวกเรารีบไปดูการกล่าวสุนทรพจน์ของไห่ถังกัน
เถอะ!”
เพิ่งเดินมาถึงจุดรวมพล ก็เห็นว่าบนท้องฟ้าเหนือสถานที่รวมพล
เต็มไปด้วยตัวอักษรหลากสีสัน
ภูติดอกไห่ถังซึ่งอยู่บนเวทียังคงสั่นดอกสีแดงกับใบไม้เขียว
หลังจากที่เธอสั่นหนึ่งครั้ง ก็จะมีตัวอักษรลอยออกมาจากดอกของ
เธอ
ปีศาจนับแสนที่อยู่ด้านล่างต่างก็บ้าคลั่ง บ้างคำราม บ้างน้าตา
ไหล บ้างก็ยกมือขึ้นสูงพร้อมตะโกน
ยิ่งไปกว่านั้นยังมีปีศาจจำนวนหนึ่งเหาะขึ้นไปหาตัวอักษร และ
แตะมัน ก่อนจะแสดงสีหน้าตื่นเต้นออกมา
เฉิงยวนมองตัวอักษรที่ลอยอยู่บนฟ้า ถ้อยคำเหล่านี้เขียนโดย
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของฮั่วกรุ๊ป
เร้าอารมณ์ ทั้งยังมีพลังในการปลุกระดม
มองได้พักเดียว ซู่เซี่ยงหยางก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าแปลก ๆ
เฉิงยวน “กิจกรรมไม่ราบรื่นเหรอ? ข้าว่าดีมากเลยนะ!”
ซู่เซี่ยงหยางเหลือบมองเฉิงยวน ก่อนจะหันไปมองกลุ่มปีศาจ
ด้านนอกที่กำลังตื่นเต้น
ปีศาจหลายตนในนั้น พากันมองซ้ายมองขวา เห็นปีศาจตนอื่น
หัวเราะ ตัวเองก็หัวเราะ เห็นปีศาจตนอื่นร้องไห้ ตนเองก็ร้องไห้ เห็น
ปีศาจตนอื่นตื่นเต้น ก็ตื่นเต้นไปด้วย
ปีศาจที่เป็นแบบนี้มีไม่น้อย
ซู่เซี่ยงหยางแสดงสีหน้ายากจะอธิบาย เขาหันหน้าไปอีกทาง
เพราะไม่อยากมองไปมากกว่านี้แล้ว
เห็นสีหน้าของเขา สีหน้าของเฉิงยวนกับฉู่ลั่วก็เปลี่ยนไป
เล็กน้อย “เป็นไปไม่ได้! แผนการที่ฮั่วเซียวหมิงกำหนดขึ้น ผู้บริหาร
ตำแหน่งสูงก็ลงมาจัดการด้วยตัวเอง ไม่ควรจะเกิดข้อผิดพลาดสิ!”
“แผนการดีมาก”
ฉู่ลั่วกับเฉิงยวนมองซู่เซี่ยงหยาง
ซู่เซี่ยงหยางถอนหายใจ “แต่พวกคุณลืมคิดถึงปัญหาข้อหนึ่ง
ไป”
“ปัญหาอะไร?”
“ไห่ถังพูดไม่ได้ ก็ให้เซียนพู่กันเขียนอักษร นี่เป็นวิธีการที่คน
ส่วนใหญ่บอกว่าเป็นทางเลือกที่ดี แต่ว่า…”
เขาเชิดคางขึ้น ชี้ไปยังเหล่าปีศาจนับแสนตน “แต่มีความเป็นไป
ได้ไหมว่า ปีศาจพวกนี้เก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์เป็นพวกไม่รู้หนังสือ!”
ท่ามกลางความตกใจของฉู่ลั่วกับเฉิงยวน เขาพูดเน้นย้าอีก
ประโยค “พวกเขาอ่านหนังสือไม่ออก”
เฉิงยวนค่อย ๆ อ้าปากกว้าง เธอหันไปมองตัวหนังสือทั้งหมดซึ่ง
ลอยอยู่บนท้องฟ้าตามสัญชาตญาณ ก่อนจะมองปีศาจที่มีสีหน้า
หลากหลายด้านล่างเวที
ฉู่ลั่วก็มองไปยังกลุ่มปีศาจเช่นกัน
“เจ้าเห็นปัญหาแล้ว ยังไม่ไปแก้อีกเหรอ”
ซู่เซี่ยงหยาง “จะขึ้นไปพูดบนเวทีตอนนี้ก็ไม่ได้แล้ว! ทางประธาน
ฮั่วบอกว่า จะปล่อยวิดีโอออกมาทีหลัง เวอร์ชันที่ฉายบนหน้าจอ จะมี
เสียงให้ด้วย”
“ก็ปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปก่อนแล้วกัน!”
ถ้าขึ้นไปเปิดเผยบนเวทีตอนนี้
พวกเขาลำบากใจ
ปีศาจก็เขินอาย
เฉิงยวนมองกลุ่มปีศาจที่อยู่ดี ๆ ก็พากันร้องคำรามออกมา ก่อน
จะมองตัวอักษรบนท้องฟ้า ก็ยกมือขึ้นมาปิดตา สีหน้าเธอแสดง
ออกมาว่าไม่อาจทนมองได้อีก
ซู่เซี่ยงหยาง “ดูเหมือนว่าต้องจัดการกับการไม่รู้หนังสือของพวก
ปีศาจก่อนแล้วล่ะ!”