เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1389 บุพเพของผู้หญิงคนนี้ไม่ค่อยดี
ถ้าไม่ใช่ว่าบ้านยกขนมาไม่ได้ แม้แต่ผนังเปล่า ๆ เธอก็ไม่อยาก
หลงเหลือไว้ให้พวกเขาหรอก!
หนึ่งผีสามปีศาจแบกกระสอบหนังงูวิ่งแจ้นไปยังคฤหาสน์เมฆใส
เฝ้ามองตะวันอย่างมีความสุข
เมื่อใกล้ถึงใต้ตีนเขาเมฆใสเฝ้ามองตะวันแล้ว จู่ ๆ จิ่งเจียเหยียนที่
วิ่งอยู่หน้าสุดก็หันหลังวิ่งกลับมา “พวกลั่วลั่วอยู่ข้างหน้า”
รอจนพวกเขาวิ่งไปถึงข้างหน้า ก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งคุกเข่าอยู่
บนพื้น เธอขวางอยู่หน้ารถพอดี ส่วนฉู่ลั่วและฮั่วเซียวหมิงยืนอยู่
ด้านหน้าของตัวรถ
ซุนหย่าจิ้งเอ่ย “หน้าตาคุ้น ๆ นะ!”
หูเสี่ยวหลีแค่นเสียงเย็น “จะไม่คุ้นได้ยังไงล่ะ ก็พี่สาวของจิ่งอันฉิง
จิ่งอันเสวี่ยไง”
จิ่งเจียเหยียนส่งเสียงขึ้นมา “แล้วทำไมเธอต้องคุกเข่าอยู่บนพื้น
ล่ะ”
“ไม่ใช่วันพิเศษอะไร แล้วยังมาคุกเข่าจะเพื่ออะไรอีกล่ะ ต้อง
บังคับขอความเห็นใจแน่ ๆ” ซุนหย่าจิ้งกลอกตามองบน ยิ้มเยาะด้วย
ความระอา “ประเทศยุคใหม่สถาปนามาตั้งกี่ปีแล้ว ใครเขาเอะอะก็
คุกเข่ากัน”
หูเสี่ยวหลีปรายตามองเธอแวบหนึ่ง แล้วเบนสายตากลับมา
ซุนหย่าจิ้งเขม็งมองไปข้างหน้า ปากบ่นพึมพำบางอย่าง สุดท้าย
ก็เลือกโยนกระสอบหนังงูใส่หงอินพลางเอ่ย “รับไป อีกเดี๋ยวถ้าผู้หญิง
คนนี้กล้าบังคับขอความเห็นใจจากปรมาจารย์ ฉันจะหลอกเธอให้
ตกใจจนตายไปเลย!”
เธอถลกแขนเสื้อตัวเองขึ้น “ฉันเป็นผีสาวที่ถูกฆ่าอย่างทารุณ
ไม่ใช่ใครที่มาแหยมด้วยได้ง่าย ๆ หรอกนะ”
หูเสี่ยวหลีดึงเธอไว้ “อย่าวู่วามสิ”
จากนั้นก็โยนกระสอบหนังงูทั้งหมดใส่หลังหงอิน
“อีกอย่าง มีฮั่วเซียวหมิงอยู่ด้วย ไม่เป็นอะไรหรอก”
จิ่งเจียเหยียนพึมพำเสียงเบา “เพราะเขานั่นแหละที่ล่อตาล่อใจ มี
เขาอยู่แบบนี้ต่างหากถึงได้เกิดเรื่องอย่างนี้”
เธอโยนกระสอบหนังงูของตัวเองไปบนกระสอบหนังงูที่หงอิน
หอบไว้อย่างแม่นยำ
หงอินหิ้วกระสอบหนังงูสามกระสอบไว้มือข้างหนึ่ง บนหลังยัง
แบกของอีกกองใหญ่ ที่คอยังห้อยไว้อีกกระสอบ
คนทั้งคนแทบจมในกองกระสอบหนังงูแล้ว
แต่เขาก็ยังมีตาคู่หนึ่งโผล่ออกจากกองกระสอบหนังงูพลางกล่าว
ว่า “บุพเพของผู้หญิงคนนี้ไม่ค่อยดี”
ซุนหย่าจิ้งเอ่ย “ต้องให้นายดูอีกเหรอ ผู้หญิงคนหนึ่งเอาแต่
คุกเข่าอยู่ได้ จะไปมีบุพเพที่ดีได้ยังไง”
หงอินกลับหรี่ตามองแล้วกล่าวต่อ “ไม่ใช่อย่างนั้น ฉันจะบอกว่า
ถึงบุพเพเธอไม่ค่อยดี แต่ด้ายบุพเพ…ออกจะแปลกอยู่สักหน่อย”
พูดจบ เขาก็หันมองฮั่วเซียวหมิงที่ยืนอยู่ข้างกายฉู่ลั่วด้วยสีหน้า
สับสนยิ่งขึ้น
แล้วทำไมด้ายบุพเพของฮั่วเซียวหมิงถึงเชื่อมกับผู้หญิงคนนี้ล่ะ
ตุบ ๆ ๆ
เสียงโขกหัวดังมาจากข้างหน้า ตามมาด้วยเสียงร้องไห้ของจิ่ง
อันเสวี่ย “ฉู่ลั่ว! ฉันขอร้อง ฉันขอร้องละ ปล่อยน้องสาวของฉันไป
เถอะ”
เธอออกแรงโขกหัวตัวเอง ไม่นานนักหน้าผากก็โชกเลือด
ฉู่ลั่วมองเธอด้วยสายตาเย็นชา “เธอทำความผิด ก็ต้องถูกขัง”
“แล้วเธอทำอะไรผิดกัน” จิ่งอันเสวี่ยเงยหน้าที่เต็มไปด้วยเลือด
เอ่ย “ห้ามเรียกทนาย ห้ามเข้าเยี่ยม ฉันไม่สามารถรู้อะไรได้เลย”
เธอคลานเข่าไปข้างหน้าสองก้าว แล้วดึงขากางเกงฉู่ลั่ว “ฉู่ลั่ว
ฉันสำนึกผิดแล้ว ฉันจะไม่แย่งฮั่วเซียวหมิงกับเธออีกแล้ว เธอปล่อยฉิ
งฉิงไปได้ไหม”
“ฉันเหลือครอบครัวแค่คนเดียวในโลกนี้แล้ว”
“ฉันรู้ว่าฉันไม่มีสิทธิ์แย่งฮั่วเซียวหมิงกับเธอ ฉันรู้ว่าฉันไม่เจียม
ตัวเอง ฉันมองไม่เห็นความจริง มันเป็นความผิดของฉันทั้งหมด ไม่
เกี่ยวกับฉิงฉิง”
“ถ้าเธอจะโทษก็โทษฉัน ถ้าเธออยากทำอะไรให้มาลงที่ฉัน ทำไม
เธอต้องรังแกน้องสาวของฉันด้วย!”
เดี๋ยวเธอก็อ้อนวอน เดี๋ยวเธอก็ตวาดด้วยความโกรธ คนทั้งคนดู
สติไม่ดีไปหมด
ฉู่ลั่วถอยหลังหนึ่งก้าว ขมวดคิ้วเล็กน้อย
ฮั่วเซียวหมิงเอ่ย “ผมเอง”
เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ขวางอยู่เบื้องหน้าขว้างระหว่างฉู่ลั่ว
กับจิ่งอันเสวี่ย พลางกล่าวว่า “ที่นี่เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ถ้าคุณยอมไป
เสียตอนนี้ ผมจะไม่ถือสาเรื่องในอดีต แต่ถ้าคุณไม่ยอมไป…ผมจะ
โทรเรียกคนมาแล้วนะ”