เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1390 ผมรักคุณมากจริง ๆ นะ
สายตาจิ่งอันฉิงเจือแววเหลือเชื่อ
เธอรู้สึกเหมือนมีดบาดกลางใจ ปากสั่นระริกด้วยความร้าวราน
“ฮั่วเซียวหมิง คุณทำกับฉันขนาดนี้เลยเหรอ”
“นี่คุณรวมหัวกับเธอทำร้ายฉิงฉิงเชียวเหรอ”
ฮั่วเซียวหมิงหยิบมือถือออกมา พูดพลางกดหมายเลขโทรศัพท์
ไปด้วยว่า “จิ่งอันฉิงทำตัวเอง ไม่มีใครทำร้ายเธอ”
น้าเสียงเย็นชาของฮั่วเซียวหมิงทำให้หัวใจของจิ่งอันเสวี่ยบีบรัด
น้าตาผสมกับหยดเลือดไหลลงมากระทบพื้น
เธอเงยหน้าช้า ๆ พลางเอ่ย “ได้ ถือซะว่าฉิงฉิงทำตัวเอง ต่อให้
เธอทำร้ายคนอื่นจริง ๆ แต่คุณ…ช่วยเห็นแก่ที่ฉันชอบคุณ ปล่อยเธอ
ไปได้ไหม”
ฮั่วเซียวหมิงกดโทรออกให้แผนกรักษาความปลอดภัยรีบส่งคน
มา ก่อนจะวางสาย
เขาหลุบสายตามองจิ่งอันเสวี่ยที่กำลังร้องไห้ แล้วคิ้วขมวดเป็น
ปมยิ่งขึ้น “จิ่งอันฉิงทำร้ายคนอื่น แต่เธอจะให้ผมปล่อยจิ่งอันฉิงไป
แล้วคนที่ถูกจิ่งอันฉิงทำร้ายล่ะ”
“ฉิงฉิงจิตใจดีขนาดนั้น จะทำร้ายคนอื่นได้ยังไง! เธอแค่เอาแต่
ใจไปบ้างเท่านั้น จะทำร้ายคนอื่นได้ยังไง!”
จู่ ๆ จิ่งอันเสวี่ยก็ดึงขากางเกงฮั่วเซียวหมิง “ฮั่วเซียวหมิง ฉัน
ขอร้อง ถ้าเมื่อก่อนฉันทำอะไรให้คุณโกรธ ถ้าการที่ฉันชอบคุณทำ
ให้คุณโกรธ จากนี้ไปฉันก็จะเลิกชอบคุณแล้ว”
“ขอแค่คุณปล่อยฉิงฉิงไป หลังจากนี้ฉันจะไม่ชอบคุณอีก”
หนึ่งผีสามปีศาจซึ่งซ่อนอยู่ในพุ่มหญ้าไม่ไกลเห็นภาพนี้แล้วก็ส่ง
เสียงรังเกียจออกมากันถ้วนหน้า
ซุนหย่าจิ้งกลอกตามองบนด้วยความเอือมระอา ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“เธอคิดว่าตัวเองเป็นนางเอกเหรอ ถึงคิดจริง ๆ ว่าความรักของตัวเอง
ไร้เทียมทานในใต้หล้า อยากแลกอะไรก็แลกเปลี่ยนได้ทั้งนั้น?
ปัญญาอ่อนแล้ว!”
หูเสี่ยวหลีส่งเสียง “โอ๊ย เธอจะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกนะ พวกผู้ชาย
ไม่มีระดับบางจำพวกชอบให้ผู้หญิงคุกเข่าอ้อนวอนนักแหละ เห็นได้
ชัดว่าฮั่วเซียวหมิงไม่ใช่คนแบบนั้น”
จิ่งเจียเหยียนแค่นเสียงเย็น “ถ้าเขากล้าเป็นคนแบบนั้น คงไม่
คู่ควรกับลั่วลั่วของเรา ถ้ายังบังอาจหลายใจ…เฮอะ!”
ทว่าเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไม่ดังไม่เบาจากด้านนี้กระทบเข้าโสต
ประสาทของฉู่ลั่วพอดี
แต่เพราะจิ่งอันฉิงเป็นคนธรรมดา เธอจึงไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้น
ฉู่ลั่วเอียงหัวเล็กน้อย เห็นหัวทั้งสี่สุมอยู่ด้วยกัน รวมถึงสายตาแต่
ละคู่ที่พากันมองมาทางนี้ จึงมองตามสายตาพวกเขาไปยังจิ่งอันเสวี่ย
ซึ่งยังคุกเข่ากับพื้น
“รีบลุกขึ้นแล้วไปเถอะ! เรื่องของจิ่งอันฉิงเป็นเพราะเธอทำผิดเอง
ไม่มีใครทำร้ายเธอทั้งนั้น”
ขืนยังไม่ไปอีก อีกฝ่ายคงไม่ได้กลับไปง่าย ๆ แล้ว
จิ่งอันเสวี่ยกลับหัวเราะออกมา ลุกยืนขึ้นช้า ๆ พลางส่ายหน้า
แล้วเอ่ยด้วยน้าเสียงเจ็บปวดเหลือแสน “ฮั่วเซียวหมิงนะฮั่วเซียวหมิง
นี่คือสิ่งที่ฉันได้จากการชอบคุณมาหลายปีเหรอ”
“เป็นเพราะฉันชอบคุณ ถึงทำให้ฉิงฉิง…”
“เสี่ยวเสวี่ย!” จิ่งอันเสวี่ยพูดไม่ทันจบ หงอินก็พุ่งออกจากพุ่ม
หญ้า ปรี่เข้าไปอยู่ตรงหน้าเธอ กอดขาจิ่งอันเสวี่ยไว้แน่นพลางเอ่ย
“เสี่ยวเสวี่ย ผมขอร้องละ เห็นแก่ที่ผมชอบคุณมาหลายปี ช่วยยกเงิน
ทั้งหมดของคุณให้ผมได้ไหม ผมจะได้ไปใช้หนี้พนัน”
น้าตาจิ่งอันเสวี่ยยังคลออยู่หางตาขณะตอบออกไป “คุณเป็น
ใคร นี่คุณจะทำอะไรน่ะ”
หงอินร้องไห้พลางส่ายหน้าไปมา “คุณรู้ไหมว่าผมรักคุณแค่ไหน
หลายปีมานี้ ผมคอยดูคุณอยู่ตลอด ผมชอบคุณอยู่เงียบ ๆ รักคุณอยู่
เงียบ ๆ!”
“ต่อให้ผมรู้ว่าคุณมีใจให้คนอื่น ผมก็ยังเต็มใจชอบคุณต่อไป”
“เสี่ยวเสวี่ย เสี่ยวเสวี่ยที่รัก เห็นแก่ที่ผมชอบคุณขนาดนี้ คุณยก
เงินทั้งหมดของคุณให้ผมไม่ได้เหรอ”
จิ่งอันเสวี่ยตกใจจนถอยหลังกรูด “คุณทำอะไรน่ะ ฉันไม่รู้จักคุณ
นะ! การที่คุณชอบฉันมันเกี่ยวอะไรกับฉัน! เรื่องอะไรฉันต้องยกเงิน
ของฉันให้คุณด้วย!”
ยิ่งเธอถอยหลัง หงอินยิ่งติดตามเข้าไป
เขายังคงพูดจาโอดครวญด้วยว่า “แต่ผมเฝ้าภาวนาเพื่อคุณทุก
วัน จุดธูปให้คุณทุกวันที่หนึ่งและสิบห้า ขอให้พระพุทธองค์คุ้มครอง
คุณให้พบเจอความสุข”
“ผมรักคุณมากจริง ๆ นะ”