เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1391 อยากเป็นมือที่สามแต่ไม่มีปัญญา
เขาเงยหน้ามองด้วยแววตาลึกซึ้ง “หรือผมรักคนผิดไป นี่คุณไม่
ยอมช่วยผมแม้แต่เรื่องเล็กน้อยอย่างนี้เหรอ”
ฉู่ลั่วหันกลับไปมองคนที่ยังซ่อนตัวในพุ่มหญ้า
ซุนหย่าจิ้งส่งรอยยิ้มกว้างใสซื่อมาให้
หูเสี่ยวหลีมองฟ้ามองดิน แต่ไม่ยอมมองฉู่ลั่ว
มีเพียงจิ่งเจียเหยียนที่โบกมืออย่างมีความสุข ทั้งยังขะมักเขม้น
ส่งสัญญาณว่านี่เป็นแผนของพวกเธอ
จิ่งอันเสวี่ยมองฮั่วเซียวหมิงอย่างขอความช่วยเหลือ
ฮั่วเซียวหมิงทำเพียงชำเลืองเธอแวบหนึ่งแล้วหันกลับไปหาฉู่ลั่ว
“ผมจะขับรถไปส่งคุณกลับบ้านก่อน ส่วนเธอเดี๋ยวจะมียามเข้ามา…”
พูดไม่ทันจบ เขาก็เห็นฉู่ลั่วเดินไปหาจิ่งอันเสวี่ย
จิ่งอันเสวี่ยตกใจกับสีหน้าฉู่ลั่ว เธอถอยหลังตามสัญชาตญาณ
แต่ก็ถอยไปไม่ได้เพราะถูกหงอินกอดขาไว้
“ใครบอกเธอเรื่องจิ่งอันฉิง”
จิ่งอันเสวี่ยชะงักไป
ฉู่ลั่วคาดคั้น “ใคร?”
จิ่งอันเสวี่ยหลบสายตา แต่ยังคงเอ่ยเสียงแข็ง “เรื่องอะไรที่ฉัน
ต้องบอกเธอ ฉิงฉิงเป็นน้องสาวของฉัน มีเรื่องเกิดขึ้นกับเธอแบบนี้ มี
หรือฉันจะไม่รู้นะ”
ฉู่ลั่วเห็นสีหน้าจิ่งอันเสวี่ยแล้วหัวใจหนักอึ้ง
“นอกจากให้เธอมาขอความเห็นใจจากฉันแล้ว เธอยังพูดอะไร
อีกไหม”
จิ่งอันเสวี่ยไม่อยากบอก แต่สายตาฉู่ลั่วน่ากลัวเกินไป จนเธอ
ต้องตอบเสียงแผ่วอย่างอดไม่ได้ “ฉิงฉิงช่วยให้ฉันมีชีวิตต่อไปให้ดี
เธอยังบอกอีกว่า…”
จิ่งอันเสวี่ยเหล่มองฮั่วเซียวหมิง
ในฝัน ฉิงฉิงยังบอกอีกว่าฮั่วเซียวหมิงคือคู่บุพเพของเธอ
เธอกับฮั่วเซียวหมิงจะได้ครองคู่กันแน่ ๆ
สีหน้าฉู่ลั่วกลับเปลี่ยนไปฉับพลัน “จิ่งอันฉิงมาบอกลาเธอเหรอ”
ไม่รอให้จิ่งอันเสวี่ยตอบ ฉู่ลั่วก็หยิบยันต์ออกมาหนึ่งแผ่น กำไว้
ในมือพร้อมบริกรรมคาถา ก่อนตัวเองจะอันตรธานหายไป
จิ่งอันเสวี่ยเพิ่งเคยเห็นความสามารถของฉู่ลั่วกับตาเป็นครั้งแรก
จึงรู้สึกตกอกตกใจไม่น้อย
รอจนได้สติดี เธอก็ปราดไปหาฮั่วเซียวหมิงแล้วพูดขึ้น “ฮั่ว
เซียวหมิง คุณเห็นหรือยัง เธอหายตัวได้ ด้วยความสามารถของเธอ
หากคิดจะทำร้ายฉิงฉิงก็ง่ายเหมือนพลิกมือไม่ใช่เหรอ”
ฮั่วเซียวหมิงหันไปมองทางพวกจิ่งเจียเหยียน
พวกจิ่งเจียเหยียนเดินออกจากพุ่มหญ้า
แต่ละคนต่างมีกระสอบหนังงูในมือ
จิ่งเจียเหยียนปรายตามองจิ่งอันเสวี่ยแล้วแค่นเสียงเย็น “นี่ยังคิด
แย่งผู้ชายกับลั่วลั่วของเรา แล้วยังจะใส่ร้ายลั่วลั่วของเราอีก คนอย่าง
เธอไม่มีสิทธิ์ผ่านเข้ารอบด้วยซ้า”
พูดจบ เธอหันไปมองฮั่วเซียวหมิงพลางเอ่ย “อย่างเขา เธอเห็น
เป็นของล้าค่า แต่ลั่วลั่วของเรายังอยู่ในช่วงประเมินเขาอยู่รู้ไหม”
“่่ส่วนคุณถ้าบังอาจทำอะไรที่ผิดต่อลั่วลั่วของเรา ฉันจะเขมือบ
คุณแน่”
เธอกลับร่างเดิมพลางอ้าปากกว้าง ก่อนกลายร่างเป็นมนุษย์
ภายในหนึ่งวินาที
จากนั้นก็ลากกระสอบหนังงูตัวเองออกไป
หูเสี่ยวหลีเดินเข้ามา มองจิ่งอันเสวี่ยขึ้นลงอย่างพิจารณา “จะว่า
ไป เธอไม่เคยส่องกระจกเลยเหรอ เธอลองเอารูปของฉู่ลั่วไปวางข้าง
เธอ แล้วออกไปถามแบบไม่เกี่ยงชายหญิงดูสิว่ามีสักกี่คนที่เลือกเธอ
บ้าง”
จิ่งอันเสวี่ยเอ่ย “ความรักมองกันแค่ภายนอกหรือไง”
หูเสี่ยวหลีตอบ “ไม่มองภายนอก แต่ถ้ามองที่ชาติตระกูล เธอมี
หรือเปล่า แล้วถ้ามองที่ความสามารถ เธอสู้ได้เหรอ”
เธอส่ายหัวแล้วเอ่ยต่อ “ในฐานะคนมีประสบการณ์หว่านเสน่ห์ใส่
ผู้ชายมาหลายพันปี ฉันขอเตือนด้วยความหวังดีนะ”
“ผู้ชายบางคนล่อลวงมาได้ แต่ผู้ชายบางคน มองนานกว่านั้นแค่
เสี้ยววินาทีก็ยังถือว่าเสียเวลาแล้ว”
และฮั่วเซียวหมิงก็เป็นประเภทที่เสียเวลา
หูเสี่ยวหลีจากไปแล้วเช่นกัน
จิ่งอันเสวี่ยทำท่าจะพูดอะไร แต่แล้วก็รู้สึกถึงสายลมที่พัดพาอยู่
ข้างหู ซึ่งมีเสียงชวนขนลุกเจือมาด้วย
“เธอไม่ใช่แค่คลั่งรักและเป็นสุนัขจอมประจบแล้ว”
จิ่งอันเสวี่ยตื่นตระหนก “ใคร ใครพูดอยู่”
“อย่างเธอเรียกว่าอยากเป็นมือที่สามแต่ไม่มีปัญญา เข้าใจไหม”
ไม่นานเสียงนั้นก็ลอยไปไกลแล้ว
จิ่งอันเสวี่ยตกใจไม่น้อย ก่อนหันมองฮั่วเซียวหมิงด้วยความผวา
แต่กลับเห็นฮั่วเซียวหมิงให้ยามมาพาตัวเธอออกไป
ส่วนเขาก้าวเท้าขึ้นรถ แล้วสตาร์ตรถขับแล่นไป