เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1392 มังกรชั่วร้ายยุคบรรพกาล
ณ สำนักงาน
ฉู่ลั่วปรากฏตัวฉับพลัน สมาชิกในสำนักงานตะลึงกันหมด
“เจ้านิกาย…”
“จิ่งอันฉิงล่ะ”
“อยู่ข้างในครับ! คนของเราจับตาดูเธออยู่ตลอดเวลา เธอยังอยู่
ครับ”
สมาชิกองค์กรอธิบายด้วยความลนลานเล็กน้อย
ฉู่ลั่วเดินดุ่ม ๆ ไปยังสถานที่คุมขังแล้วผลักประตูเข้าไป และได้
เห็นจิ่งอันฉิงที่นั่งขัดสมาธิอยู่
จิ่งอันฉิงที่ตอนแรกยังหลับตาบำเพ็ญเบิกตาในทันใด สบเข้ากับ
ตาของฉู่ลั่ว
ดวงตาคู่นั้นสุขุมนุ่มลึก ทั้งยังเจือรอยยิ้มจาง ๆ
ฉู่ลั่วพูดขึ้น “คุณกำลังผสานวิญญาณเธออยู่เหรอ”
‘จิ่งอันฉิง’ กระดิกหัวเล็กน้อย “มองปราดเดียวก็รู้เลยเหรอ สม
แล้วที่เป็นปรมาจารย์ฉู่สินะ”
แววตาฉู่ลั่วอึมครึม “คุณโน้มน้าวเธอยังไง”
วิชาผกผัน ถ้าฝืนผสานจะถูกพลังสะท้อนรุนแรง
“ปุถุชนโง่เขลาคนหนึ่ง แค่พูดไม่กี่คำก็ยอมเชื่อแล้ว”
เธอส่ายหน้าไปมา น้าเสียงเจือแววรังเกียจ “น่าเสียดายที่เป็นแค่
วิญญาณธรรมดาดวงหนึ่ง ถ้าไม่ใช่ว่าเธอบำเพ็ญนอกรีต ผสาน
วิญญาณที่สั่งสมบุญไว้ไม่น้อย วิญญาณอย่างเธอฉันคงไม่แม้แต่จะ
ปรายตามอง”
สีหน้าฉู่ลั่วเคร่งเครียดขึ้นเรื่อย ๆ “นี่น่ะเหรอวิธีที่คุณปิดบังตัวเอง
จากสวรรค์”
‘จิ่งอันฉิง’ หัวเราะเหอะ ๆ “ถือว่าใช่ละมั้ง วิญญาณอย่างพวกเขา
จะมีประโยชน์ต่อโลกนี้สักแค่ไหนเชียว สู้ยกให้ผู้บำเพ็ญอย่างเธอกับ
ฉันดีกว่า”
เธอยื่นสองมือไปข้างหน้า ท่าทางมั่นอกมั่นใจ “พวกเราถูกลิขิต
ให้เปลี่ยนแปลงโลกนี้”
“ฉู่ลั่ว เธอน่ะไร้เดียงสาเกินไป นี่ยังอยู่ฝั่งเดียวกับปุถุชนอย่าง
พวกเขาอีกเหรอ”
สมาชิกองค์กรนอกห้องคุมขังสีหน้าย่าแย่กันหมด
“พวกเขาจะไปรู้อะไร พวกเขาเห็นแต่ผลประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ
เบื้องหน้า ส่วนคนอย่างเธอกับฉันต้องเปลี่ยนฟ้าเปลี่ยนดิน ต้องสร้าง
โลกใบใหม่”
“ช่วยให้มนุษย์กลับมาอยู่ในจุดสูงสุดอีกครั้ง”
ฉู่ลั่วมองเธอแล้วเอ่ยขึ้น “เพราะอย่างนั้น พวกคุณถึงทำลาย
หลอกล่อ และใช้ประโยชน์จากพวกเขาตามอำเภอใจใช่ไหม”
ฉู่หร่าน จิ่งอันฉิง รวมถึงจิ่งอันเสวี่ยที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวล้วนเป็น
หมากของพวกเขา
ส่วนเธอ…และฮั่วเซียวหมิง เป็นหมากตัวไหนในกระดานหมาก
ของพวกเขานะ
จู่ ๆ ‘จิ่งอันฉิง’ ก็หยุดยิ้ม จ้องมองฉู่ลั่วด้วยสายตาอึมครึม “เธอ
แน่ใจเหรอว่าจะไม่เข้าร่วมกับเรา”
ฉู่ลั่วเอาแต่จ้องมองเธอ
“ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยไม่ได้ ดูเหมือนเธอกลายเป็นศัตรูของเราไป
แล้ว”
‘จิ่งอันฉิง’ หัวเราะเบา ๆ “เธอเดาตัวตนของฮั่วเซียวหมิงออกแล้ว
ใช่ไหม”
“ลองเดาสิว่า หลังตัวตนของเขาถูกเปิดเผย นิกายเต๋าจะรับมือ
ยังไง”
“และกลุ่มคนข้างนอกนั่น จะยังอยู่ฝั่งเดียวกับเธออย่างตอนนี้
ไหม”
คนนอกห้องคุมขังมองหน้ากันและกัน
พวกเขามองไปที่หน้าประตูพร้อมเพรียง
ตรงหน้าประตู ซู่เซี่ยงหยางพาฮั่วเซียวหมิงเข้ามา
ดูเหมือน ‘จิ่งอันฉิง’ ในห้องคุมขังก็รับรู้ถึงการมาของฮั่วเซียวห
มิงได้เช่นกัน เสียงเธอพลันดังขึ้นไม่น้อย
“ฮั่วเซียวหมิงก็คือมังกรชั่วร้ายยุคบรรพกาลที่ทำลายโลกมนุษย์
ในอดีต”
พูดจบ เธอหันมองฉู่ลั่วแล้วเอ่ยเสียงท้าทาย “เขาถูกฆ่าโดยหนี่
วา เป็นมังกรที่สวรรค์กำราบ”
เมื่อประโยคนี้ดังออกมา ทุกคนต่างหันมองฮั่วเซียวหมิง
“ผนึกที่สะกดมังกรปีศาจในอดีตเริ่มอ่อนกำลัง พวกเราดึงแก่น
วิญญาณเสี้ยวหนึ่งของมังกรปีศาจออกมา แล้วส่งไปเข้าสู่สังสารวัฏที่
ปรโลก”
“ไม่อย่างนั้น มังกรปีศาจปรากฏ ทำลายโลกมนุษย์ จะไปหาหนี่
วาจากไหนมากำราบสังหารมังกรปีศาจอีก”
ซู่เซี่ยงหยางหันไปถามจี้ไจ่ซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ “มังกรปีศาจถูกฆ่าไป
แล้ว ทำไมถึงต้องสะกดอีกล่ะ”
จี้ไจ่เหล่มองฮั่วเซียวหมิงด้วยหางตาอย่างพินิจพิเคราะห์แล้วถึง
ปริปาก “มังกรปีศาจเป็นมังกรชั่วร้ายจากโบราณกาล เป็นมังกรที่
แข็งแกร่งที่สุดในเผ่า ทั้งยังมีนิสัยดุร้าย โมโหง่าย และชอบต่อสู้ชอบ
เอาชนะที่สุด”
“ตำนานเล่าขานเกี่ยวกับมังกรปีศาจมีอยู่ถมเถ”
“แต่บันทึกในนิกายเต่ากล่าวไว้ว่า มังกรปีศาจติดตามก้งกงชน
เขาปู้โจวจนหัก ส่งผลให้ฟ้าดินพินาศ เกิดอุทกภัย หนี่วาจึงสังหาร
มังกรปีศาจไป”
“แต่เพราะมังกรปีศาจมีวิญญาณอันทรงพลัง แก่นวิญญาณไม่มี
วันดับสูญ จึงไม่สามารถปลิดชีพได้โดยสมบูรณ์”
“ต่อมา เพื่ออุดรอยรั่วบนฟ้า หนี่วาต้องสังหารมังกรปีศาจอีก
ครั้ง…”
“มังกรปีศาจบาดเจ็บไปถึงแก่นวิญญาณ และถูกสวรรค์
ปราบปรามลงได้ในเวลาต่อมา”