เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1393 หนีไปได้
ซู่เซี่ยงหยางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดขึ้น “ถึงแม้พูดอย่างนี้ไปแล้ว
อาจฟังดูไม่ค่อยดีเท่าไร แต่การเอาชีวิตอีกฝ่ายซ้า ๆ แบบนี้มันออก
จะ…”
ไร้คุณธรรมเกินไปสักหน่อยไหม!
จี้ไจ่เอ่ย “มังกรปีศาจมีความสามารถกล้าแกร่งในการควบคุมน้า
หากตัดแขนขาของมันออกมา ย่อมสามารถควบคุมน้าทั้งหมดใน
สามภพได้”
ซู่เซี่ยงหยางพูดไม่ออกไปอีกพักใหญ่ “ตำนานเล่าว่า หนี่วาอุด
รอยรั่วบนฟ้าเพื่อมนุษย์”
จี้ไจ่ “…”
“มังกรปีศาจคงเคียดแค้นมนุษย์มากเลยสินะ!”
ซู่เซี่ยงหยางพูดไปพลางมองฮั่วเซียวหมิงไป
‘จิ่งอันฉิง’ พูดจบก็หันมองฉู่ลั่วอีกครั้ง “หากมังกรปีศาจปรากฏ
ตัว เธอในฐานะเจ้านิกายเต๋าจะทำยังไงล่ะ”
“แก่นวิญญาณเสี้ยวนี้มีไว้เพื่อเผ่ามนุษย์นะ”
“หากแก่นวิญญาณนี้กลับเข้าร่างมังกรปีศาจ เผ่ามนุษย์จะพบ
วินาศกรรมและถูกล้างบาง”
“ฉู่ลั่ว เธอจะทำยังไง?”
ฉู่ลั่วเรียกดาบชิงเจวี๋ยออกมาด้วยมือหนึ่งข้างพลางกล่าว “นี่
ไม่ใช่เรื่องที่คนตายอย่างเธอต้องคิดหรอก”
พูดจบก็ตวัดดาบจู่โจม ‘จิ่งอันฉิง’ ทันที
เธอเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว พลังวิญญาณกล้าแกร่ง
แค่ไม่กี่กระบวนท่า ‘จิ่งอันฉิง’ ก็ต้านทานไม่ไหวแล้ว
เมื่อเห็นกระบี่ของฉู่ลั่วฟาดฟันเข้ามา ก็เห็นวิญญาณหยินดวง
หนึ่งออกจากร่างของ ‘จิ่งอันฉิง’
วิญญาณหยินนั้นมีแสงทองไอสีม่วงห้อมล้อม พริบตาเดียวมันก็
หายออกจากห้องสอบสวน
ฉู่ลั่วทำท่าจะไล่ตามออกไป แต่ถูกวิญญาณหยินเปี่ยมแรง
อาฆาตดวงหนึ่งขวางไว้
ทั้งหมดล้วนเป็นวิญญาณหยินที่จิ่งอันฉิงดูดกลืนเข้ามา
วิญญาณหยินเหล่านี้มีร่างกายอันเลือนราง บวกกับตายอย่าง
อนาถจึงมีแรงแค้นมหาศาล
ชั่วพริบตาเดียวก็ทำท่าจะกลายเป็นผีร้ายทั้งหมดแล้ว
ฉู่ลั่วออกแรงกำดาบชิงเจวี๋ย ก่อนจะยกมือใช้พลังวิญญาณ
สะกดเหล่าวิญญาณที่กำลังจะกลายเป็นผีร้าย
ซู่เซี่ยงหยางบุกเข้ามา “มันหนีไปได้เหรอครับ”
“ค่ะ”
“ผมจะจัดคนไล่ตามไปเดี๋ยวนี้”
ฉู่ลั่วเก็บดาบ “ไม่ต้องค่ะ ไล่ตามไปไม่ทันหรอก”
ซู่เซี่ยงหยางมองไปรอบ ๆ ห้องสอบสวนซึ่งมียันต์แปะอยู่ “ยันต์
เยอะขนาดนี้ยังหนีได้อีกเหรอ”
จี้ไจ่ตามเข้ามา “เพราะวิญญาณดวงนั้นมีแสงทองไอม่วงโอบ
ล้อม ถือเป็นผู้มีบุญใหญ่หลวง ค่ายกลยันต์ที่ใช้กักขังวิญญาณหยิน
จะกักขังมันไหวได้ยังไง”
ซู่เซี่ยงหยางนิ่งไป “บุญใหญ่หลวง? มันน่ะเหรอ”
แล้ววิญญาณหยินที่เอ่อล้นห้องอยู่ในขณะนี้เป็นของปลอมหรือ
ไง
จี้ไจ่ไม่ได้อธิบาย แต่มองดูฉู่ลั่วสะกดวิญญาณเหล่านั้น “พวก
เขาถูกดูดกลืนไปแล้ว ต่อให้สะกดได้ชั่วคราว ก็ไม่อาจหยุดยั้งการ
กลายเป็นผีร้ายของพวกเขาได้”
วิญญาณเหล่านี้ล้วนถูกดูดกลืนจนสูญเสียสติ นอกจากต้อง
คอยสะกดไว้ทุกวินาที ไม่อย่างนั้นคงต้องกลายเป็นผีร้ายอย่างรวดเร็ว
แน่นอน
“วิธีที่ดีที่สุดคือ…กำจัดพวกเขา”
ซู่เซี่ยงหยางชะงัก “พวกเขาถูกทำร้ายกันหมดนะครับ…”
“ถึงแม้จะโหดร้าย แต่มันเป็นหนทางเดียว”
ฉู่ลั่วสะบัดยันต์ออกมาปึกหนึ่ง แล้วแปะไว้บนวิญญาณหยินทุก
ดวง
“มีอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยพวกเขาได้ค่ะ”
จี้ไจ่ขมวดคิ้วมองฉู่ลั่ว
“หมอผีสิบสามเข็ม”
จี้ไจ่ตาเป็นประกายขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหม่นหมองลง “หมอผีสิบ
สามเข็มลึกลับสุดยอด แม้แต่ในนิกายเต๋าเองยังแทบไม่มีใครรู้ว่ามี
พวกเขาอยู่”
“และหมอผีสิบสามเข็มเป็นวิชาที่สืบทอดกันยากมาก มีกฎใน
สำนักมากมาย ป่านนี้อาจจะสูญหายเพราะไม่มีผู้สืบทอดแล้ว”
สีหน้าที่เคยคาดหวังตื่นเต้นของซู่เซี่ยงหยางก็มืดมนลง
เขาถอนหายใจ
“ฉันรู้จักผู้สืบทอดหมอผีสิบสามเข็มค่ะ”
จี้ไจ่ “…”
ซู่เซี่ยงหยาง “…”
ทั้งคู่มองฉู่ลั่วด้วยความตึงเครียด
ฉู่ลั่วเอ่ยขึ้น “ฉันจะลองโทรไปถามดูว่าเธอยินดีมาไหม”
“รีบไปเถอะครับ”
ซู่เซี่ยงหยางรบเร้าอย่างร้อนใจ “ในฐานะหัวหน้าองค์กร
สำนักงาน คุณรู้จักคนเก่งขนาดนี้ทำไมไม่รู้จักรับสมัครเข้ามาทำงาน
ล่ะครับ”
ฉู่ลั่วถูกดันออกไป
ทันทีที่ออกมาก็เห็นฮั่วเซียวหมิงยืนอยู่หน้าประตู
สมาชิกองค์กรที่เหลือต่างมองเขาด้วยความระแวดระวังและระแวง
ฮั่วเซียวหมิงเห็นเธอออกมาแล้ว จึงก้าวไปหาแล้วเอ่ยอย่างไม่ใส่
ใจว่า “อยู่ ๆ คุณก็หายไป ผมรู้ว่าคงเกิดเรื่องกับจิ่งอันฉิงเลยตามมา
ดู”
พูดจบ สีหน้าของเขาก็ยิ่งทวีความอ่อนโยน แต่มือที่ตกอยู่ข้าง
ลำตัวกลับขยับไปมา
“ไม่คิดเลยว่าพอมาแล้ว จะได้ยินข่าวที่น่าตกใจขนาดนี้”