เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1394 ขอโทษ
ฉู่ลั่ว “…”
เสียงฮั่วเซียวหมิงเบาลงอีกเล็กน้อย “เพราะฉะนั้น ตอนนี้ผม
บำเพ็ญได้แล้วใช่ไหม ด้วยตัวตนของผม คงไม่ถึงกับตายเร็วหรอก”
จี้ไจ่และซู่เซี่ยงหยางในห้องสอบสวนเดินตามออกมาด้วย
พวกเขายืนอยู่หน้าประตูโดยไม่ได้เข้าไปใกล้ ทั้งยังมองจ้องฉู่ลั่ว
กับฮั่วเซียวหมิงด้วยสีหน้าขึงขัง
ฉู่ลั่วยังคงไม่พูดจาอะไร
ความนุ่มนวลบนใบหน้าฮั่วเซียวหมิงค่อย ๆ จางหายไปด้วย
สายตาของเขาราบเรียบ หรืออาจถึงขึ้นลุ่มลึกยามมองฉู่ลั่ว
ฉู่ลั่วยังคงเงียบไปสักพัก ก่อนจะเอ่ยขึ้นมา “ด้วยร่างมนุษย์ของ
คุณ ยังบำเพ็ญไม่ได้”
ฮั่วเซียวหมิงมองเธอด้วยสีหน้าชืดชา
ซู่เซี่ยงหยาง จี้ไจ่ และสมาชิกองค์กรคนอื่น ๆ ต่างมองพวกเขา
ด้วยความกังวล
ฉู่ลั่วก้มหน้าทำท่าจะกดโทรศัพท์ แต่แล้วก็เงยหน้ามองฮั่วเซียวห
มิง พลางคิ้วขมวดเล็กน้อย “ฉันเคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอคะ ว่ามีฉันอยู่
ไม่ปล่อยให้คุณตายเร็วหรอก”
ได้ยินดังนั้น มือที่ตกอยู่ข้างลำตัวของฮั่วเซียวหมิงขยับ แววตา
เยียบเย็นพลันหายไป
เขาหัวเราะเบา ๆ “คุณเคยบอก ผมลืมไปเอง”
ฉู่ลั่วขมวดคิ้วด้วยความสงสัยมากขึ้น แต่เวลานั้นปลายสายก็กด
รับแล้ว
หลังฉู่ลั่วบอกจุดประสงค์ผ่านโทรศัพท์ ก็ได้รับคำตอบตกลงจาก
กว่านหว่าน
ฉู่ลั่ววางสายและหันไปบอกกับซู่เซี่ยงหยาง “กว่านหว่านจะมาเร็ว
ๆ นี้ค่ะ”
“ผมจะไปเตรียมการตอนนี้เลยครับ” พูดจบก็หันมองฮั่วเซียวหมิง
เขาทำท่าจะพูดอะไรแต่แล้วก็เงียบ “เรื่องของฮั่วเซียวหมิง ต้อง
รายงานไหมครับ”
สมาชิกทั้งองค์กรหันมองฉู่ลั่วกันหมด
ฉู่ลั่วตอบ “รายงานตามปกติค่ะ ฉันเดาตัวตนฮั่วเซียวหมิงออก
ตั้งแต่แรกแล้ว แค่ยังไม่รับการยืนยัน ในเมื่อตอนนี้ยืนยันได้แล้วก็
รายงานได้”
เธอพูดอย่างจริงใจเกินไปจนซู่เซี่ยงหยางนิ่งอึ้งไปหลายวินาที
“แต่ถ้ารายงาน…” เขาขยิบตาให้ฉู่ลั่วพักใหญ่
นี่คือมังกรปีศาจเชียวนะ
มังกรปีศาจที่ถูกหนี่วาสังหารมาหลายครั้ง แล้วยังถูกนำไปอุด
รอยรั่วบนฟ้าอีก
ถ้าตัวตนของมังกรชั่วร้ายจากยุคบรรพกาลนี้แพร่งพราย
ออกไป…
ฉู่ลั่วเอียงคอถามอย่างสงสัย “เบื้องบนจะลงมือทำอะไรฮั่วเซียวห
มิง เพียงเพราะตัวตนของเขาเหรอคะ”
ไม่รอให้ซู่เซี่ยงหยางตอบ ฉู่ลั่วก็เอ่ยขึ้นอีก “มีตัวอย่างให้เห็นอยู่
ไม่ใช่เหรอคะ เรื่องเถาซูเยียนจัดการอย่างไร เรื่องฮั่วเซียวหมิงก็
จัดการอย่างนั้นค่ะ!”
จี้ไจ่อ้าปากอยากพูดบางอย่างแต่กลั้นเอาไว้ก่อน
หลังฉู่ลั่วกำชับเสร็จก็พาฮั่วเซียวหมิงออกจากสำนักงานไป
เมื่อมานั่งบนรถแล้ว ฉู่ลั่วเอียงคอมองฮั่วเซียวหมิง ก่อนจะหลุบ
สายตาลง
มือที่จับพวงมาลัยอยู่ของฮั่วเซียวหมิงกำแน่น แต่น้าเสียงของเขา
กลับเรียบนิ่ง “มีเรื่องอะไรต้องพูดกับผมเหรอ ใช่เรื่องที่ผมเป็นร่าง
กลับชาติมาเกิดของแก่นวิญญาณเสี้ยวหนึ่งของมังกรปีศาจไหม”
“ค่ะ”
ฮั่วเซียวหมิงออกแรงกำพวงมาลัยแน่นขึ้นไปอีก “ผมก็คือผม
มังกรปีศาจคือมังกรปีศาจ ถ้าแก่นวิญญาณเสี้ยวหนึ่งของมังกรปีศาจ
ทำให้ผมไม่สามารถบำเพ็ญ ตัวตนนี้ก็ไร้ประโยชน์สำหรับผมแล้ว”
“แก่นวิญญาณเสี้ยวนี้มีไว้เพื่อให้มังกรปีศาจหลับใหล ไม่อาจ
ออกจากม่านพลังเท่านั้น ไม่ส่งผลกระทบกับกายหยาบของคุณใน
ชาตินี้ค่ะ”
ฉู่ลั่วจ้องใบหน้าด้านข้างของฮั่วเซียวหมิงอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยว่า
“ขอโทษ”
ฉับพลันนั้นก็มีเสียงดังเอี๊ยด
เสียงรถเบรกดังบาดหูอยู่ท่ามกลางรัตติกาล
แสงไฟในรถยังไม่สว่าง
“เหอะ”
เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นมาภายในรถยนต์
ฉู่ลั่วมองไปทางฮั่วเซียวหมิงด้วยสีหน้าสงสัย
ฮั่วเซียวหมิงเอามือออกจากพวงมาลัยแล้วถอนหายใจเบา ๆ “ผม
คิดว่า…คุณจะรังเกียจตัวตนมังกรปีศาจของผม”
เมื่อได้ยินดังนั้น ฉู่ลั่วก็ขมวดคิ้ว “ทำไมคุณถึงคิดว่าฉันจะคิด
แบบนั้นล่ะคะ?”
ฮั่วเซียวหมิงตอบ “เพราะว่าผมคือมังกรปีศาจไง”
ความชื่นชอบที่คนจีนมีต่อมังกรนั้นมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ แต่ใน
ตอนที่คนในองค์กรได้รู้ว่าตัวตนของเขาคือมังกรปีศาจนั้น สีหน้า
ของทุกคนเปลี่ยนเป็นความระแวดระวังกันหมดเลย
แม้แต่ซู่เซี่ยงหยางกับจี้ไจ่เองก็ระแวงเขาเช่นกัน
แม้ว่ามังกรปีศาจอย่างเขากับมังกรดำหมิงคุนจะเป็นมังกรดำกัน
ทั้งคู่ แต่ก็ไม่ได้รับการต้อนรับในแบบเดียวกันเลยสักนิด
“คุณก็แค่มีแก่นวิญญาณของมังกรปีศาจอยู่ในตัวเองเท่านั้นค่ะ
ยังไงคุณก็คือฮั่วเซียวหมิง” หลังจากฉู่ลั่วอธิบายจบ ก็คิดจะอธิบาย
เรื่องความเป็นมาของมังกรปีศาจต่ออีก
แต่พอเหลือบไปเห็นท่าทีของฮั่วเซียวหมิง เธอก็กลืนคำพูด
ทั้งหมดลงไปทันที
สายตาของเธออ่อนโยนลง พร้อมทั้งสีหน้าที่มีแต่ความอาลัย
อาวรณ์ ราวกับว่ามีน้าไหลเชี่ยวมาพัดพาตัวของเธอกลืนหายไป
และในความอ่อนโยนและอาลัยนั้นก็มีคลื่นใต้น้าที่รุนแรงกำลัง
ม้วนเป็นเกลียวขึ้นมาด้วย
เขากำลังกลัว!
ฮั่วเซียวหมิงกำลังหวาดกลัว!