เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1396 เรื่องที่ท าให้อาจิ่วใจลอยได้
ฮั่วจิ้นชะงักไป
หยางไต้เองก็ตกตะลึงไปเช่นกัน
ดูจากท่าทางของเขาแล้วเห็นได้ชัดเลยว่าไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้
แต่ท่าทางใจลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัวของเขาเมื่อครู่…
หยางไต้จึงถามหยั่งเชิงเขาอย่างระมัดระวัง “เรื่องที่ลูกเป็นมังกร
ปีศาจ ลั่วลั่วรู้หรือเปล่า?”
“ลั่วลั่วว่ายังไงบ้าง? มันเป็นเรื่องจริงไหม? หรือว่า…”
“เธอรู้ครับ” ท่าทางของฮั่วเซียวหมิงดูชะงักไปชั่วขณะ แล้ว
กลับมาเป็นปกติ “พ่อแม่ครับ เรื่องนี้ปล่อยให้ผมจัดการเองเถอะ ไม่
ต้องเป็นห่วงหรอก”
“ผมก็คือผม ผมคือฮั่วเซียวหมิง”
หลังจากพูดประโยคนี้จบ เขาก็หันหลังเดินขึ้นไปชั้นบน
ฮั่วจิ้น “สมกับเป็นลูกชายของฮั่วจิ้น ผมบอกแล้วไงว่าเรื่อง
เล็กน้อยแค่นี้ลูกต้องจัดการได้แน่นอน”
แต่หยางไต้กลับเหมือนจมจ่อมอยู่ในความคิด
“ไม่ใช่เหรอ? หรือว่าอาจิ่วแสร้งทำ?” ฮั่วจิ้นนึกถึงนิสัยของลูก
ชายตัวเอง “ต่อให้เขาจะไม่อยากให้เราเป็นห่วง แต่ก็ไม่น่าจะแสร้งทำ
นะ”
เพราะอาจิ่วไม่ใช่คนแบบนั้น
หยางไต้ “ไม่ใช่เรื่องนั้นค่ะ”
“คือว่า…”
“อาจิ่วดูแปลก ๆ นะ! ตอนที่เขาเข้ามาฉันก็รู้สึกว่าแปลกแล้ว
ท่าทางเขาดูใจลอยมาก เดิมทีฉันก็คิดว่าเป็นเรื่องมังกรปีศาจ…”
แต่พอเห็นท่าทางของลูกชายตอนนี้แล้ว เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ใส่ใจ
เรื่องที่ตัวเองเป็นมังกรปีศาจเลยสักนิด
แล้วเขาใจลอยเรื่องอะไรกัน!
เรื่องที่ทำให้อาจิ่วใจลอยได้…
“ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น”
เมื่อเห็นว่าจู่ ๆ ภรรยาก็เล่นบทนักสืบ ฮั่วจิ้นก็ทำได้เพียงคล้อย
ตามเธอไป “ความจริงคือ…”
“ลั่วลั่ว!”
ฮั่นจิ้ว “ลั่วลั่วกับเรื่องนี้…”
มันเกี่ยวข้องอะไรกัน!
เขาครุ่นคิดในใจอยู่ครู่หนึ่ง “หรือเป็นเพราะตัวตนมังกรปีศาจ
ของอาจิ่ว ลั่วลั่วก็เลยรังเกียจอาจิ่ว? แต่ตัวตนมังกรปีศาจนี่ไม่ใช่…”
ยังไม่ทันที่ฮั่วจิ้นจะพูดจบก็ได้รับสายตากรุ่นโกรธจากหยางไต้
มาก่อนแล้ว
“ลั่วลั่วของเราเป็นคนแบบนั้นหรือไงคะ? ลั่วลั่วของเรามีสถานะ
แบบไหนกันล่ะ? ลั่วลั่วเป็นเทพธิดาน้อยเทพแห่งการดูดวงชะตานะคะ
จะมาใส่ใจเรื่องมังกรปีศาจอะไรนี่เหรอ?”
หยางไต้ยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาเท้าเอวแล้วบอก “ถ้าลั่วลั่วของเรา
สนใจเรื่องมังกรปีศาจ เธอจะรับเลี้ยงทั้งปีศาจทั้งผีไว้ในบ้านตั้ง
มากมายขนาดนั้นเหรอ?”
ด้วยพลังบีบบังคับนี้
ทำเอาฮั่วจิ้นต้องก้าวถอยหลังไปทีละก้าว
จากนั้นฮั่วจิ้นก็พูดขึ้นมาอย่างจนใจ “ผมก็แค่เดาเท่านั้น เรื่องที่
ทำให้อาจิ่วใจลอยถึงขนาดนี้ได้ ถ้าไม่ใช่เรื่องตัวตนมังกรปีศาจ ก็
น่าจะมีแค่ลั่วลั่วแล้วล่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นคุณจะมาใส่ร้ายลั่วลั่วไม่ได้สิคะ!”
หยางไต้จ้องมองเขาอย่างโมโห แล้วหลุบตาครุ่นคิดต่อ
การที่ลูกชายเธอใจลอยราวกับไม่มีสติแบบนี้ มันเกิดเรื่องอะไร
ขึ้นระหว่างเขากับลั่วลั่วกันแน่นะ?
….
ฉู่ลั่วกำลังลงจากรถตรงหน้าประตูใหญ่
ฮั่วเซียวหมิงมีท่าทีใจลอยมาก เธอกลัวว่าเขาจะขับรถโดยไม่
ปลอดภัยจึงเรียกคนขับรถของเขาให้มาพาเขากลับไป
พอนึกถึงท่าทีเหม่อลอยที่เห็นได้ยากของฮั่วเซียวหมิงแล้ว ฉู่ลั่วก็
อดยกยิ้มมุมปากไม่ได้
เธอเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามค่าคืนของช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ
บนฟากฟ้าไม่ได้มีแสงหมู่ดวงดาวพร่างพราว มีเพียงพระจันทร์
ส่องสว่างอยู่กลางท้องฟ้าเท่านั้น
หากแต่ด้านข้างของพระจันทร์ที่ส่องสว่างนั้นกลับมีใบหน้า
มนุษย์ขนาดใหญ่ลอยอยู่ด้วย
ใบหน้านั้นขาวซีดและมีเลือดไหลออกมาจากทวารทั้งเจ็ด พร้อม
กับพลังหยินที่แผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งร่าง
ดวงตาของผีนั้นดูเฉียบคมมาก พร้อมทั้งแยกเขี้ยวยิงฟันอีก
แขนขาที่หักก็บิดเบี้ยวจนดูน่าเกลียดเป็นอย่างมาก
ฉู่ลั่ว “…”
วิญญาณผีร้ายตนนั้นหันมาเห็นเธอเข้า มันปรากฏรอยยิ้มดุร้าย
แล้วพุ่งพรวดเข้าหาเธอในทันที
แต่วินาทีต่อมา…
“ว๊าย!”
จากนั้นเสียงกรีดร้องฟังดูเจ็บปวดก็ดังขึ้นมา
“ปรมาจารย์! ปรมาจารย์คะ ฉันผิดเอง ฉันผิดเองค่ะ ฉันแค่
อยากจะลองเล่นบทผีผู้หญิงในหนังสยองขวัญดูบ้างเท่านั้น แค่
อยากจะรู้ว่าฉันแสดงได้น่ากลัวหรือเปล่า”