เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1408 รนหาที่ตาย
จากนั้นแค่พริบตาเดียวปี้ฮั่นอินก็มาอยู่ข้างกายราชานรก ตอนที่
เห็นฉู่ลั่ว สายตาของเขาก็สว่างขึ้นเล็กน้อย “ที่แท้ก็เป็นท่านเจ้า
นิกายนี่เอง! ผมก็คิดอยู่เชียวว่าเป็นใครที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหว
รุนแรงขนาดนี้ ที่แท้เพราะท่านเจ้านิกายมาที่นี่”
ฉู่ลั่วหรี่ตามอง “ฉันมาจับคุณ!”
“จับผม?” ปี้ฮั่นอินเลิกคิ้วแล้วอดจะหัวเราะออกมาไม่ได้ “เพราะ
อะไรครับ?”
“ฆ่าคน!”
“หึ ฮ่า ฮ่า ฮ่า!” ปี้ฮั่นอินเงยหน้าขึ้นฟ้าแล้วหัวเราะราวกับได้ยิน
เรื่องน่าตลกมาก “คนธรรมดาพวกนั้นมีประโยชน์กับผม ถูกผมใช้
งานก็ถือเป็นโชคดีของพวกเขาแล้ว”
“พวกเขาทำเพื่ออนาคตของมนุษย์ และนี่คือราคาที่พวกเขายอม
จ่าย”
“ถ้าพวกเขาไม่ตาย แล้วมนุษย์จะมีอนาคตได้ยังไง!”
ดาบชิงเจวี๋ยของฉู่ลั่วพลันปรากฏรูปร่างออกมา “คุณไม่มีสิทธิ์
ตัดสินความเป็นตายของใครทั้งนั้น”
ปี้ฮั่นอินหัวเราะเยาะ
เขาไม่ได้มองฉู่ลั่ว แต่เดินตรงไปอยู่ข้างกายราชานรกแทน “ฉู่ลั่ว
คนนี้คือเจ้านิกายของลัทธิเต๋าบนโลกมนุษย์ครับ ความสามารถของ
เธอแข็งแกร่ง การบำเพ็ญก็พัฒนาอย่างรวดเร็ว เธอมีบุญบารมีไม่
น้อยเลย”
ปี้ฮั่นอินพูดจบก็หยุดไปสองสามวินาที “เธอเป็นคนขัดขวาง
แผนการปีศาจมังกรของพวกเรา”
ราชานรกซึ่งเดิมทีไม่แสดงสีหน้าใด พอได้ยินคำว่าปีศาจมังกร
สีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนไป เขาหันขวับไปมองฉู่ลั่วทันที ดวงตา
ของเขาค่อย ๆ หรี่ลง “เป็นเจ้านี่เอง!”
“นางคือคนที่ทำให้ภารกิจของเจ้าล้มเหลวสินะ!”
สีหน้าของปี้ฮั่นอินแข็งค้าง เขาก้มหน้าลงด้วยความเคารพ
“ครับ!”
“สวะ!”
ปี้ฮั่นอินก้มหน้าลงอีกครั้ง ท่าทางเคารพนอบน้อมอย่างมาก
“เป็นเพราะผมไร้ความสามารถเองครับ!”
“เจ้าไร้ความสามารถ แต่ยังมาสร้างปัญหาให้ข้าอีก! ถ้าไม่ใช่
เพราะหุบเหวเทพมรณะฝากฝังมา ข้าไม่มีทางปล่อยให้คนอย่างเจ้า
เข้ามาในเมืองผีเฟิงตูเป็นแน่”
เขาสะบัดแขนเสื้ออย่างหัวเสีย “ยังจะให้ข้าตามเก็บกวาดให้เจ้า
อีก”
เขาหันกลับไปมองฉู่ลั่ว พลังวิญญาณในร่างระเบิดพุ่งออกมา
ฉู่ลั่วออกแรงกำดาบชิงเจวี๋ยแน่น เมื่อถูกอีกฝ่ายกระตุ้นพลัง
วิญญาณ ก็ไม่รู้ว่าดาบชิงเจวี๋ยตื่นเต้นหรือหวาดกลัวกันแน่ มันส่ง
เสียงดังวิ้งออกมา
ในจิตธรรมญาณ ระบบที่เงียบไปนานก็ส่งเสียงแหลมออกมา
เหมือนกัน
ระบบ [โฮสต์ โฮสต์ คุณกำลังทำอะไร! คุณเป็นนักพรตบำเพ็ญ
มาร้อยปี แต่กล้าไปยั่วโมโหคนที่บำเพ็ญมาพันปีได้ยังไงครับ]
ฉู่ลั่วพลิกมือเล็กน้อย ดาบชิงเจวี๋ยเปล่งลำแสงเยือกเย็นออกมา
จากทั่วทุกทิศทาง
ระบบกรีดร้องเสียงดังขึ้นอีก [โฮสต์! ต่อให้ตอนนี้พลังวิญญาณ
ของคุณจะแข็งแกร่งมาก แต่ก็เอาชนะนักพรตที่บำเพ็ญมาพันปี
ตรงหน้าไม่ได้หรอกนะครับ! เขาไม่ใช่นักพรตธรรมดา แต่พลังของ
เขาไปถึงระดับเทพแล้ว…ถ้าไม่ใช่เพราะขึ้นไปบนสวรรค์ไม่ได้ ตอนนี้
เขาคงขึ้นไปอยู่บนนั้นแล้ว]
[คุณสู้กับเขาก็เท่ากับรนหาที่ตายนะครับ!]
ตรงบันไดด้านล่าง เงาร่างหลายเงารับรู้ได้ถึงพลังวิญญาณอัน
แข็งแกร่ง จึงพากันเหาะขึ้นมา
จี้ไจ่มองราชานรกเพียงแวบเดียว สีหน้าของเขาก็เคร่งเครียดขึ้น
ถึงที่สุด “เจ้านิกาย คนคนนี้…พลังวิญญาณของคนคนนี้แข็งแกร่ง
มากนะ!”
ไจ๋โหรวอดกลืนน้าลายไม่ได้ เขาไม่เคยเห็นใครที่มีพลัง
วิญญาณแข็งแกร่งขนาดนี้มาก่อน และไม่เคยเห็นนักพรตที่ร้ายกาจ
ขนาดนี้ด้วย
นี่ไม่ใช่มนุษย์แล้ว แต่เป็นเทพต่างหาก
เจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ซึ่งเป็นนักพรต ต่างมีสีหน้าย่าแย่มากเช่นกัน
พวกเขาต่างเตรียมพร้อมรับมือ
“เหอะ! หรือคิดว่า…แค่พวกเจ้าก็จะสามารถหยุดยั้งข้าได้เหรอ?”
เทียบกับฉู่ลั่วแล้ว คนพวกนี้ยังเทียบไม่ได้เลย
ฉู่ลั่วรีบบอก “พวกคุณไปจับปี้ฮั่นอิน ฉันจะสู้กับเขาเอง!”
เจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ “แต่ว่า…”
พวกเขารวมกันทั้งหมดอาจจะเอาชนะอีกฝ่ายไม่ได้นะ
ฉู่ลั่ว “ฉัน…จะลองสู้ดู”
ระบบยังกรีดร้องเรียกสติเธอ [โฮสต์ คุณรนหาที่ตายเหรอ? คุณ
อยากหาที่ตายใช่ไหม! ไม่ง่ายเลยกว่าคุณจะสลัดฉู่หร่านออกไปได้
ข้ามผ่านโชคชะตาที่เดิมทีต้องตายไปได้ แต่คุณคิดจะมาตายไปแบบ
นี้เหรอ?]
ระบบ [โฮสต์ คุณออกไปตอนนี้ยังทันนะครับ! ผมช่วยคุณ
ออกไปได้!]
ฉู่ลั่ว “ฉันไม่ไป!”
ระบบร้อนใจจนแทบจะพ่นคำหยาบออกมา [แต่คุณจะตายนะ!]
ฉู่ลั่ว “ฉันไม่ตายหรอก!”