เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1410 ทักษะการยิงปืนของฉัน ไม่มีปัญหา
เมื่อลงถึงพื้นอย่างมั่นคงแล้ว เขาก็รีบตั้งหลัก “เจ้าหน้าที่คน
อื่น…”
“พวกจี้ไจ่ไปช่วยพวกเขาแล้วค่ะ!”
เพิ่งพูดจบ ฉู่ลั่วก็ผลักซู่เซี่ยงออกไป เธอยกดาบขึ้นมาพลาง
ทะยานออกไป
ไจ๋โหรวลากปี้ฮั่นอินที่ถูกจับไว้ด้วยอักขระเข้ามา “ผู้กองซู่ จับปี้
ฮั่นอินได้แล้วค่ะ แต่พวกเราจะถอยไปตอนนี้เลยไหมคะ?”
เธอเงยหน้ามองสองคนที่ต่อสู้กันบนท้องฟ้าอย่างไม่ลดละด้วยสี
หน้าเคร่งเครียด
ปี้ฮั่นอินบิดตัวเล็กน้อย “คิดไม่ถึงว่าพวกคุณจะสลักอักขระยันต์
เอาไว้บนลูกกระสุน”
ลูกกระสุนทั่วไปไม่มีทางทำร้ายนักพรตระดับเขาคนนี้ได้แน่นอน
“อักขระนี้ใส่พลังวิญญาณของฉู่ลั่วลงไปด้วยสินะ!”
ซู่เซี่ยงหยางเหลือบมองเขาแต่ไม่ตอบอะไร เขาจ้องมองการสู้บน
ท้องฟ้าพลางมองเจ้าหน้าที่ที่พวกจี้ไจ่ช่วยกลับมาไปด้วย
เจ้าหน้าที่เหล่านั้นต่างสีหน้าขาวซีด ดวงตาเบิกกว้างแทบเป็น
วงกลม ราวกับจะทะลักออกมาจากเบ้า
จี้ไจ่ “พลังวิญญาณของพวกเขาบาดเจ็บ เกือบจะออกร่างแล้ว”
ข้างนอกมีเจ้าหน้าที่ของพวกเขาเหลืออยู่ ขอแค่ออกไปได้ ก็
สามารถใช้ยันต์พากลับไปที่ตี้จิงได้อย่างรวดเร็ว
เขาเงยหน้ามองการต่อสู้ด้านบน
“พวกคุณไปกันก่อนเถอะ ผมจะรั้งอยู่ที่นี่!”
ซู่เซี่ยงหยางกัดฟัน “คุณอยู่ไปจะมีประโยชน์อะไรล่ะ?”
ครั้งนี้พวกเข้ามาโดยไม่ได้เอาอาวุธมามาก เพราะเดิมทีคิดว่าปืน
ไรเฟิลสิบกว่ากระบอกก็สามารถรับมือได้แล้ว
แต่คิดไม่ถึง…
เขามองเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะมองปี้ฮั่นอิน แล้วทำ
การตัดสินใจอย่างรวดเร็ว!
“ไจ๋โหรว เธอพาปี้ฮั่นอินกับเจ้าหน้าที่คนอื่นออกไป! ฉันกับจี้ไจ่
จะอยู่ที่นี่!”
ไจ๋โหรวตกตะลึง “ผู้กองซู่ คุณ…”
คนธรรมดาคนหนึ่งจะรั้งอยู่ท่ามกลางการต่อสู้ได้เหรอ!
ซู่เซี่ยงหยางแปกปืนไรเฟิลของเจ้าหน้าที่อีกคนไว้บนหลัง พลาง
สะบัดยันต์ออกไป แล้วกระโดดขึ้นไปบนยันต์ที่ขยายใหญ่ “ทักษะ
การยิงปืนของฉัน ไม่มีปัญหาหรอก!”
ไจ๋โหรวมองทั้งสองคนที่เคลื่อนไหวรวดเร็วจนแทบมองไม่เห็นเงา
ท่ามกลางความเร็วขนาดนี้ ต่อให้ทักษะการยิงปืนเก่งกาจแค่
ไหนก็ไร้ประโยชน์!
เธอยังคิดจะพูดบางอย่าง แต่เห็นซู่เซี่ยงหยางหันมา “ปฏิบัติตาม
คำสั่ง!”
“ค่ะ!”
ไจ๋โหรวพาเจ้าหน้าที่กับปี้ฮั่นอินออกไป
ปี้ฮั่นอินหรี่ตามองขึ้นมองบนฟ้า พลางหัวเราะเยาะ “จะไปจริง ๆ
เหรอ? ถ้าไปตอนนี้ อีกเดี๋ยวแม้แต่ศพของพวกเขาก็เก็บกลับไปไม่ได้
แล้วนะ?”
“ถ้าพวกเธอปล่อยฉันไปเสียตอนนี้ ฉันสัญญาเลยว่าจะปล่อย
พวกเธอไปเหมือนกัน เป็นยังไง?”
ไจ๋โหรวมองใบหน้ายิ้มแย้มของปี้ฮั่นอินก็กลอกตาอย่างหมดคำ
จะพูด เธอเตะขาของเขาหนึ่งที ทำให้เขาโซเซไปเล็กน้อย “รีบเดิน!
อย่ามาถ่วงเวลาฉันนะยะ!”
“เล่นตลกกับฉันให้มันน้อย ๆ หน่อย ฉันไม่ขี้เล่นหรอกนะ ฉัน
เป็นคนใจเหี้ยมมาก!”
ถึงจะพูดแบบนี้ แต่เธอกลับมองขึ้นไปบนท้องฟ้าบ่อย ๆ
แต่อย่าให้เธอต้องมาเก็บศพพวกเขาเลยนะ!
เธออายุยังน้อย ยังไม่โตพอจะเผชิญหน้ากับสถานการณ์น่าเศร้า
แบบนี้!
เธอไม่อยากโตไปเป็นสาวสวยผู้โศกเศร้า!
บนท้องฟ้า
ซู่เซี่ยงหยางนอนคว่าอยู่บนยันต์ มองการต่อสู้ทางนั้นจาก
ระยะไกล
จี้ไจ่ยืนอยู่ข้างเขา เฝ้ามองอย่างไม่คลาดสายตา เขาเม้มริม
ฝีปาก “เจ้านิกายไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่ายเลย”
ซู่เซี่ยงหยาง “ผมเห็นแล้ว!”
เขาปลดปืนไรเฟิลออกมา ปรับเล็กน้อย ก่อนจะยกขึ้นมาเล็ง
จี้ไจ่ “พวกเขาเคลื่อนไหวเร็วขนาดนี้ คุณจะยิงโดนจริงเหรอ?”
ซู่เซี่ยงหยางผ่อนลมหายใจเบา ๆ เพ่งความสนใจทั้งหมดไปยัง
สองคนที่สู้กันอยู่ “ความเร็วขนาดนี้ผมยิงโดนแน่นอน”
“แต่ว่า…ยังต้องมีคุณด้วย! ค่ายกลของคุณสามารถผนึกอีกฝ่าย
ได้ ถึงจะแค่วินาทีเดียวก็พอแล้วล่ะ!”
เขาเร่งยันต์ให้ลอยไปข้างหน้าเพื่อเข้าใกล้มากขึ้น ให้ระยะเวลา
ที่กระสุนจะพุ่งเข้าเป้าสั้นลง
“จี้ไจ่ ไปเลย!”
ซู่เซี่ยงหยางค่อย ๆ ปรับลมหายใจให้มั่นคง
จี้ไจ่ตอบรับหนึ่งคำ ก่อนจะเหาะตรงเข้าไป
ราชานรกเอ่ย “เจ้าจะป้องกันการโจมตีของข้าได้อีกกี่ครั้งกัน?”
ฉู่ลั่ว “…”
ราชานรก “พลังวิญญาณของเจ้าพอให้เจ้าผลาญไปอีกกี่ครั้ง!”
เขากวาดสายตาไป “หรือเจ้าคิดจะขวางข้าจนตัวตาย เพื่อช่วย
ให้พวกเขาได้หนี?”
ฉู่ลั่วกัดริมฝีปากแน่น พยายามป้องกันการโจมตีของราชานรก
เต็มกำลัง
“เหอะ! ข้าไม่ชอบคนอย่างเจ้าที่สุดแล้ว!” แววตาของราชานรก
เฉียบคมขึ้นทันใด เขายื่นมือออกมาข้างหนึ่ง เปลี่ยนพลังวิญญาณ
ให้กลายเป็นกระบี่แหลมคมหนึ่งเล่ม
เขากำกระบี่ไว้พลางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “คนอย่างพวกเจ้า ช่าง…
ทำให้ข้าอยากจะฆ่าจริง ๆ”
เขายกกระบี่ขึ้นแล้วพุ่งเข้าโจมตี
แต่เพิ่งเข้าไปได้ครึ่งทาง มือของเขากลับขยับไม่ได้แล้ว
ค่ายกลหนึ่งหยุดร่างกายของเขาเอาไว้
เพียงหนึ่งวินาที ดาบชิงเจวี๋ยก็แทงทะลุร่าง
ตามมาด้วยเสียงดัง ปัง!
หว่างคิ้วของเขามีรูหนึ่งปรากฏขึ้น ทำให้ใบหน้าครึ่งซีกของเขา
ระเบิดออกอย่างรุนแรง
สำเร็จแล้ว!