เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1417 ท่านช่วยพวกเขาได้ยังไง
ราชานรกเถียงกลับ “จะไม่ต่างกันได้ยังไงขอรับ! ผู้อาวุโส พวก
เขานับเป็นอะไรได้ ท่านช่วยพวกเขาได้ยังไง! ท่านลืมแล้วหรือขอรับ
ว่าทำไมตอนนั้นท่านถึงอยู่บนโลกมนุษย์?”
เทพเอกเก้าญาณเงยหน้าขึ้น เหลือบมองราชานรก
เขาส่ายร่างไปมาพร้อมกับลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินเข้าไปอยู่
ตรงหน้าราชานรกทีละก้าว “ข้าอยู่ที่โลกมนุษย์เพื่ออะไร เจ้ารู้
หรือไม่?”
“เพื่อปกป้องเมืองผีเฟิงตู เพื่อความสงบสุขของสามโลก”
เทพเอกเก้าญาณเดินเข้ามาหยุดเบื้องหน้าของราชานรก
ดวงตาฉายแววดุร้ายเย็นชา “ข้าช่วยพวกเจ้าปกป้องเมืองผีเฟิงตู
เพราะอะไร? แล้วพวกเจ้ามีหน้าที่อะไร? ตอนที่สร้างเมืองผีเฟิงตู
ขึ้นมามีเป้าหมายอะไร?”
“เจ้าเข้าใจหรือเปล่า?”
ราชานรกเม้มปากไม่พูดจา
เทพเอกเก้าญาณแค่นหัวเราะเสียงเย็น “ข้าคุยกับเจ้าพวกนั้น
ชัดเจนแล้ว ข้าช่วยพวกเขาเป็นครั้งสุดท้ายด้วยการเข้ามายังโลก
มนุษย์เพื่อชิงตำแหน่งราชาปีศาจ หลังจากนี้ไป ข้าไม่มีอะไรข้อง
เกี่ยวกับพวกเจ้าอีก”
“ข้าไม่ได้ช่วยพวกเขาเข้าเฟิงตูไปเพื่อฆ่าเจ้า เพราะเห็นแก่
ความสัมพันธ์ที่มีต่อกันมาหลายพันปี”
เทพเอกเก้าญาณสะบัดหางหนึ่งครั้ง ก่อนจะกลับไปนอนหมอบ
อยู่ริมค่ายกลอีกครั้ง “วันแรกที่เมืองผีเฟิงตูสร้างขึ้น ข้าก็อยู่ด้วย
ก่อนหน้านี้เป็นเช่นไร แล้วตอนนี้เป็นเช่นไร!”
“เจ้าไม่มีสิทธิ์มากล่าวหาข้าที่นี่!”
พูดจบ เทพเอกเก้าญาณก็นอนลงบนพื้นด้วยความขี้เกียจอีก
ครั้ง แลบลิ้นเลียอมยิ้มแล้วเงยหน้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พลางบอกกับ
ฉู่ลั่วว่า “ตอนนี้ข้าไม่เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเขาแล้ว ข้อตกลงนั้นยังมี
ผลบังคับใช้ ข้าไม่ได้ทำผิดสัญญา!”
ดังนั้น อย่าคิดจะเบี้ยวไม่จ่ายเงินเดือนเขา
ฉู่ลั่ว “…ฉันทราบค่ะ”
เทพเอกเก้าญาณนอนลงบนพื้นอีกครั้ง ก่อนจะเผยศีรษะอีกหนึ่ง
หัวออกมา หัวหนึ่งกินอมยิ้ม อีกหัวกินเนื้อแดดเดียว
“เนื้อแดดเดียวไม่อร่อยเหมือนขาแกะย่าง แต่พอย่างใหม่ ๆ ก็
อร่อยดี”
อีกหัวหนึ่งพยักหน้าเห็นด้วยอย่างมาก “กุ้งมังกรตัวเล็กก็ไม่เลว
แต่กินตอนอยู่ในร่างนี้ไม่ได้ ต้องกินตอนอยู่ในร่างมนุษย์เท่านั้น ถึงจะ
กินช้าลงหน่อย”
“เบียร์ก็อร่อย!”
“ปิ้งย่างตอนกลางคืนอร่อยสุด ๆ เลยล่ะ!”
หัวทั้งสองพูดคุยกันราวกับรอบข้างไม่มีใครอยู่ด้วย
ราชานรกมองตาค้าง เขาหันไปมองฉู่ลั่วอย่างเชื่องช้า ก่อนจะ
มองเทพเอกเก้าญาณที่กำลังกินอย่างบ้าคลั่ง “พวกเจ้าทำอะไรกับผู้
อาวุโสเทพเอกเก้าญาณกันแน่?”
ผู้ยิ่งใหญ่ สัตว์เทพที่ลงมาจากสวรรค์ ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้
ไปได้!
หากบนโลกนี้ไม่มีทางมีเทพเอกเก้าญาณตนที่สอง เขาคงคิดว่า
เจอตัวปลอมเข้าให้แล้ว
ฉู่ลั่วนั่งอยู่บนก้อนหินที่อยู่ด้านข้าง กำลังนั่งขัดสมาธิ หลับตา
บำเพ็ญ
ราชานรกขยับตัวเล็กน้อย แต่เชือกกับยันต์สะกดเขาไว้ ตอนนี้
เขาจึงไม่สามารถหนีไปไหนได้
หลังเงียบไปพักหนึ่ง เทพเอกเก้าญาณก็ลุกขึ้นมา เปิดเผยหัวทั้ง
เก้าและส่งเสียงคำรามดังพร้อมกัน
ค่ายกลเปิดออกในไม่ช้า
ไจ๋โหรววิ่งเข้ามาคนแรก มือของเธอยังจับตัวปี้ฮั่นอินเอาไว้ “เจ้า
นิกายคะ เจ้านิกาย คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ! ฉันได้ยินจี้ไจ่บอกว่า
คุณได้รับบาดเจ็บ? คุณบาดเจ็บตรงไหนคะ?”
ไจ๋โหรววิ่งเข้ามา เจ้าหน้าที่คนอื่นก็วิ่งเข้ามาด้วย
ทุกคนต่างห้อมล้อมรอบตัวฉู่ลั่ว มองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า
แต่กลับมองไม่เห็นบาดแผลภายนอกอะไรเลย!
“หรือจะบาดเจ็บภายใน?”
“บางทีวิญญาณอาจจะบาดเจ็บก็ได้!”
ไจ๋โหรวกระทืบเท้า “ถ้ารู้แต่แรกให้ผู้กองซู่พาหมอกว่านมาด้วยก็
ดี”
ราชานรกหัวเราะเยาะเย้ย “ต่อให้ตอนนี้นางไม่ตาย แต่สักวัน
หนึ่งนางก็ต้องตายแน่”
เขามองปี้ฮั่นอินที่อยู่ข้างหลังไจ๋โหรว “เจ้าวางใจได้ ขอเพียงเจ้า
ยังไม่ตาย ข้าต้องช่วยเจ้าแน่นอน”
ปี้ฮั่นอินเปิดเปลือกตาขึ้นช้า ๆ มองราชานรกด้วยสีหน้าย่าแย่
ริมฝีปากสั่นระริก เหมือนคนอยากจะพูด แต่ก็เงียบปากไป!
ราชานรก “เจ้าไม่เชื่อข้าหรือ?”
ปี้ฮั่นอิน “…”
“เหอะ! ด้วยคุณสมบัติของเจ้า ไม่มีทางรู้ถึงความสามารถของข้า
ได้อยู่แล้ว” ราชานรกมองไปรอบ ๆ โดยไม่เกรงกลัวใครทั้งนั้น
“วางใจเถอะ! คนที่ตายไม่ได้มีแค่นาง แต่พวกเจ้าต้องตายแน่”
“ข้าไม่มีทางปล่อยไปแม้แต่คนเดียว!”