เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1419 ของสิ่งนั้นมันน่ากลัวมากหรือ
หลังฉู่ลั่วไปแล้ว ซู่เซี่ยงหยางก็ลูบคางของตน พลางบ่นพึมพำ
กับตัวเองว่า “เอาขึ้นไปวางบนฟ้าเถอะ ถ้าระเบิดบนท้องฟ้าจะได้ไม่
ทำลายมรดกทางวัฒนธรรมที่อยู่ที่นี่ด้วย”
“หรือจะวางไว้บนดินดีล่ะ…”
ฉู่ลั่วเดินเข้าไปหายมทูตขาวดำ
ส่วนยมทูตขาวดำกำลังพายมทูตมารับดวงวิญญาณอยู่
“ท่านปรมาจารย์!”
พอเห็นฉู่ลั่วเดินเข้ามา พวกเขาจึงมารวมตัวกัน
ฉู่ลั่วเอ่ยขึ้น “ทางฝั่งของฉันมีวิธีที่สามารถฆ่าเขาได้ค่ะ!”
ยมทูตดำดวงตาเบิกกว้าง ก่อนจะมองยมทูตขาวด้วยท่าทาง
ภูมิใจ
เขาบอกแล้วว่าท่านปรมาจารย์ต้องมีหนทางสำรองอย่างแน่นอน
ยมทูตขาวไม่สนใจท่าทางภูมิใจของอีกฝ่าย เขาแค่รู้สึก
ประหลาดใจเท่านั้น “วิธีการอะไรครับ?”
“แทนที่จะบอกว่าฆ่าเขา พูดว่าทำลายกายเนื้อของเขาดีกว่าค่ะ
วิญญาณที่ไม่มีกายเนื้อ ก็นับว่าอยู่ในความดูแลของยมโลกแล้วใช่
ไหมคะ!”
ยมโลกไม่จัดการกับคนเป็น
ยมโลกจัดการกับแค่คนตายเท่านั้น
หากกายเนื้อนักพรตคนหนึ่งไม่ถูกทำลาย ย่อมไม่นับว่าตาย
แน่นอน
แต่ถ้ากายเนื้อถูกทำลายไปล่ะ? ถึงไม่ตาย แต่ก็เหลือเพียง
วิญญาณ ยมโลกจะยังจัดการไม่ได้อีกเหรอ?
ปัญหานี้…
ยมทูตขาวดำหันมาสบตา ก่อนจะพยักหน้าพร้อมกัน “แน่นอน
ครับ แน่นอน! ถ้าเหลือแต่วิญญาณ ทางยมโลกต้องจัดการแน่นอน!
ยมโลกของพวกเราจัดการให้ได้แน่นอนครับ!”
“ท่านปรมาจารย์ คุณวางใจได้ครับ ขอแค่เขาตาย พวกเราก็จะ
จัดการแน่นอน”
ฉู่ลั่วยิ้มจาง ๆ “ถ้าอย่างนั้นก็ดีค่ะ รบกวนพวกคุณรอสักครู่”
พูดจบ เธอก็ยังเอ่ยเตือนอีกหนึ่งประโยค “อีกเดี๋ยวพวกคุณหลบ
ออกไปไกล ๆ สักหน่อยนะคะ เพราะมันอาจจะมีเสียงดังนิดหน่อย!”
ยมทูตดำยกยิ้ม “ท่านปรมาจารย์วางใจได้เลยครับ”
มันจะเสียงดังสักแค่ไหนกัน!
ยมทูตอย่างพวกเขาอยู่มานานหลายปีขนาดนี้ ไม่ว่าการต่อสู้
แบบไหนล้วนเคยเห็นมาทั้งนั้น
หลังฉู่ลั่วพูดจบก็กลับไปที่ขอบค่ายกล
ทางด้านนั้น ราชานรกถูกจับวางไว้บนต้นไม้สูงตระหง่านเกินสอง
ร้อยเมตรแต่ใบไม่หนามากต้นหนึ่ง และเขากำลังถูกสะกดไว้ด้วยยันต์
กับเชือก
เขาชักสีหน้าพลางหัวเราะเยาะเย้ย “นี่คือวิธีการที่เจ้าคิดได้
เหรอ? คิดจะเอาเจ้าก้อนเหล็กนั่นมาทุบข้าให้ตายหรือไง? หรือคิดจะ
เอาก้อนเหล็กนั่นมาแทงข้าจนตายกันล่ะ?”
พูดไปแล้วเขาก็ส่ายหน้าเบา ๆ “ลาเฉียนเบาปัญญา จึงแสดงที
ท่าน่ารังเกียจ”
ฉู่ลั่วกลับไม่สนใจเขา เธอเดินไปหาซู่เซี่ยงหยางอแล้วถามว่า
“เป็นยังไงบ้าง? เรียบร้อยดีหรือยังคะ?”
“เรียบร้อยแล้วล่ะ รอแค่คุณเท่านั้น!” ซู่เซี่ยงหยางมองฉู่ลั่วด้วย
ความคาดหวัง “ลงมือตอนนี้เลยไหมครับ?”
ฉู่ลั่วมองราชานรกที่ทำหน้าเยาะเย้ยอยู่อีกด้าน ก่อนจะพยักหน้า
ซู่เซี่ยงหยางรู้สึกมีความสุขมาก “ทุกคนถอยออกไป ปิดหูเอาไว้
ด้วย!”
เจ้าหน้าที่ทุกคนถอยห่าง หลบออกไปอยู่ข้างหลังเทพเอกเก้า
ญาณ โผล่แค่ดวงตาที่จะใช้มองมาข้างนอกเพราะความอยากรู้อยาก
เห็น
เทพเอกเก้าญาณสงสัย “พวกเจ้าทำอะไร? ของสิ่งนั้นมันน่ากลัว
มากหรือ?”
ไจ๋โหรว “ไม่รู้ว่าสำหรับพวกท่านมันน่ากลัวหรือเปล่านะคะ แต่
สำหรับพวกเรามันน่ากลัวมาก”
มือของเธอยังกำเชือกที่มัดปี้ฮั่นอินไว้แน่น ปี้ฮั่นอินก็หลบอยู่หลัง
เทพเอกเก้าญาณเช่นกัน ดวงตาของเขาเกร็งแน่น มองจ้องไปยังร่าง
ของราชานรกที่อยู่ไกลออกไปร้อยเมตร
“เจ้านิกาย คุณ…ถอยออกมาเถอะ!”
“อืม”
ฉู่ลั่วถอยไปข้างหลัง แล้วยกมือขึ้นปิดหู
จากนั้นก็เห็นแค่ซู่เซี่ยงหยางกดลงบนเครื่องสองสามครั้ง
ราชานรกเห็นทุกคนไปหลบอยู่ด้านข้างกันหมด ดวงตาของเขา
ก็หดเกร็ง คำพูดเยาะเย้ยในปากทั้งหมดหยุดถูกกลืนลงคอไปแล้ว
เขามองก้อนเหล็กนั้นที่จู่ ๆ ก็ส่งเสียงประหลาดออกมา ก่อนจะมี
ท่อนเหล็กยาว ๆ พุ่งออกมาจากก้อนเหล็กนั้น
ในดวงตาผลึกสีแดงที่กลับมาสมบูรณ์ของเขา จ้องมองก้อน
เหล็กที่ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับไอร้อน!
ไม่นานก็มีเสียงระเบิดดังตูม!
กลุ่มฝุ่นตลบอบอวล
แม้จะปิดหูเอาไว้แล้ว แต่ในหูของทุกคนก็ยังส่งเสียงดังวิ้ง
เทพเอกเก้าญาณที่ไม่ได้เตรียมตัวถูกเสียงดังกัมปนาทกับความ
ร้อนนี้ทำให้ตกใจจนศีรษะโผล่ออกมาครบทั้งเก้าหัว
ทุกคนต่างมึนงงกันไปหมด ดวงตาเหมือนกำลังหมุนเป็นวงกลม
“ของสิ่งนี้มันคืออะไร!”
“พวกเจ้าสร้างของชั่วร้ายนี้ขึ้นมาจากไหน!”
“ของสิ่งนี้มันคืออะไรกันแน่!”