เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1420 พวกเจ้าจงใจ
ท่ามกลางฝุ่นควันที่ลอยตลบไปทั่วทั้งท้องฟ้า ราชานรกร้อง
ตะโกนออกมาเต็มแรง
ซู่เซี่ยงหยางตกใจมาก “ไม่ตายเหรอ?”
ฉู่ลั่วก็ตะโกนออกไปท่ามกลางกลุ่มควันว่า “ยังไม่ลงมืออีกเหรอ
คะ!”
ยมทูตขาวดำได้สติกลับมาจากเสียงดังกึกก้อง จึงรีบฝ่าเข้าไป
กลางกองฝุ่นเพื่อจับตัวราชานรกไว้
จากนั้นพวกเขาก็พาราชานรกออกมา สายตามองตรงไปทางเจ้า
ก้อนเหล็ก “ท่านปรมาจารย์ ของสิ่งนี้…”
“มันเป็นอาวุธค่ะ! อาวุธที่มนุษย์พัฒนาขึ้นมา”
ยมทูตขาวดำมุมปากกระตุกหลายครั้ง พวกเขานึกย้อนกลับไป
เมื่อหลายปีก่อน ในช่วงที่ยมโลกอัดแน่นไปด้วยผู้คน
“โลกมนุษย์พัฒนาไปเร็วมากเหลือเกิน!” ยมทูตขาวถอนหายใจ
ยมทูตดำพูดขึ้น “พวกคุณคงไม่ได้ใช้ของสิ่งนี้ตามใจชอบใช่
ไหม!”
ซู่เซี่ยงหยางยกยิ้ม “พวกเราจะใช้หรือไม่ใช้ ก็ขึ้นอยู่กับว่าฝั่งตรง
ข้ามใช้มันด้วยหรือเปล่าครับ!”
ยมทูตดำหัวเราะแห้ง ๆ สองครั้ง
ราชานรกเพิ่งได้สติกลับมาจากเสียงการเคลื่อนไหวเมื่อครู่
“พวกเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาจับข้า? ข้าบำเพ็ญจนบรรลุแล้ว ทั้งยังเป็นผู้ที่
ยมโลกแต่งตั้งด้วยตัวเอง พวกเจ้าบังอาจมาจับตัวข้าได้ยังไง?”
ยมทูตขาวดำมองไปทางฝุ่นที่คลุ้งตลบ “ร่างของเจ้าถูกทำลาย
แล้ว เหลือเพียงร่างวิญญาณ หากยมโลกไม่จัดการต่อ แล้วใครจะ
จัดการเล่า!”
ราชานรก “…”
เขาบำเพ็ญจนบรรลุแล้ว กายเนื้อของเขามีความสามารถในการ
ฟื้นฟูตัวเอง แต่ตอนนี้…
เขาหันไปมองจุดที่ตัวเองเพิ่งยืนอยู่เมื่อสักครู่นี้ แต่กลับมองไม่
เห็นสิ่งที่เคยมีอยู่ก่อนหน้านี้อีกต่อไป ตรงนั้นมีเพียงหลุมดินขนาด
ใหญ่ที่มีรอยไหม้เกรียมอยู่
เจ้าสิ่งนั้นมันทำให้กายเนื้อของเขา…
ทำให้กายเนื้อของเขากลายเป็นขี้เถ้าไปแล้ว แม้จะสามารถฟื้นฟู
เองได้ แต่ไม่ใช่เรื่องที่จะทำสำเร็จในเวลาอันสั้น
ราชานรกเบิกตากว้าง หันไปมองฉู่ลั่วทันควัน
ฉู่ลั่วยิ้มเย็นชา แต่ไม่ตอบโต้อะไรเขา
ราชานรกพลันมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมา เขามองไปทางยมทูต
ขาวดำ “กายเนื้อของข้าไม่มีทางถูกทำลาย มันสามารถรักษาตัวเอง
ได้! แค่รออีกสักพัก…”
ยมทูตดำทำสีหน้าจนปัญญา “พวกเราเป็นเพียงยมทูตของ
ยมโลก เห็นวิญญาณเตร็ดเตร่อยู่ข้างนอกแบบนี้ก็ต้องพากลับไป
ยมโลก! นี่เป็นหน้าที่ของพวกเรา!”
“ชีวิตของข้ายังไม่จบสิ้นนะ!”
ยมทูตขาวกระตุกโซ่เบา ๆ “อายุขัยของนักพรตไม่ได้บันทึกไว้
ในสมุดอยู่แล้ว ตายก็คือตาย หากเจ้าโชคดี ไม่ถูกยมทูตพบเห็นเข้า
ก็อาจจะเป็นผู้บำเพ็ญผีได้!”
“แต่หากโชคไม่ดี…ก็เหมือนกับเจ้าที่ถูกพวกเราพาตัวไป
ยมโลก!”
ราชานรกตะโกนเสียงดังอย่างไม่ยอม “พวกเจ้าจงใจ! พวกเจ้าจะ
ทำเช่นนี้ไม่ได้! พวกเจ้าทำไม่ได้! ยมโลกต้องไม่ยอมแน่!”
ยมทูตขาวดึงโซ่ด้วยสีหน้าไม่ใส่ใจ แล้วพาราชานรกที่ร้อง
โวยวายกลับไป พลางเดินพลางพูดไปว่า “ท่านปรมาจารย์ วิญญาณ
ที่อยู่ที่นี่เก็บครบหมดแล้วครับ พวกเราคงต้องไปแล้ว”
พูดจบ เขาก็พาราชานรกหายตัวไป
ฝั่งยมทูตดำก็ทำมือคำนับฉู่ลั่วแล้วก็หายตัวไปเหมือนกัน
……
เมืองตี้จิง
เทพอู่ทงพาพวกไจ๋โหรวกับปี้ฮั่นอิ่นกลับตี้จิงด้วยวิธีที่เร็วที่สุด
ส่วนคนที่เหลือก็กลับตี้จิงไปด้วยยานพาหนะปกติ
ทันทีที่ลงจากเครื่องบิน ซู่เซี่ยงหยางก็พ่นลมหายใจเฮือกใหญ่
แล้วบอกกับบรรดาสมาชิกองค์กรผู้หมดเรี่ยวหมดแรงด้านหลัง
“ออกมาทำงานนอกสถานที่ครั้งนี้ทุกคนเหนื่อยกันมาก หยุด…”
ท่ามกลางสายตาวาววามปนคาดหวังของเหล่าสมาชิกองค์กร ซู่
เซี่ยงหยางพลันคลี่ยิ้มพลางเอ่ย “หยุดครึ่งวัน แล้วพรุ่งนี้ให้ทุกคนไป
รายงานตัวที่สำนักงาน”
“ครึ่งวันเองเหรอครับ!”
“ทำไมถึงแค่ครึ่งวันล่ะครับ!”
“หัวหน้าซู่ขูดรีดกันเกินไปแล้วนะครับ พวกเราเกือบได้ตายกันที่
นั่น กลับได้พักแค่ครึ่งวันเองเหรอ!”
ซู่เซี่ยงหยางส่งเสียงขึ้น “ถ้ายังโวยวายจะไม่ให้พักเลยนะ!”
เขาหันกลับไปหาฉู่ลั่ว “คุณ…”
เขาสะอึกไป พอมองตามสายตาฉู่ลั่ว ก็เห็นฮั่วเซียวหมิงที่กำลัง
เดินมาทางนี้
สมาชิกองค์กรก็เห็นกันหมดจึงเบียดเข้ามาอยู่ด้วยกัน บางคนยัง
หยิบมือถือขึ้นมาแอบถ่ายรูปไว้อีกด้วย
“คู่จิ้นฮวาชูชวี่ไม่ได้ออกงานคู่ให้เห็นนานแล้วนะ”
“นี่เหรอโบนัสจากการทำงานนอกสถานที่ครั้งนี้ การได้เห็นคู่ที่
ฉันจิ้นกับตาตัวเอง”
“ประธานฮั่วนี่หล่อจริง ๆ !”