เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1421 เขาท าอะไรไม่ได้เลย
ฮั่วเซียวหมิงเดินเข้ามารับกระเป๋าเป้จากมือฉู่ลั่ว ส่วนมืออีกข้าง
จับมือเธออย่างคล่องแคล่ว
เขาหันมองคนที่เหลือพลางกล่าว “ช่วงนี้สำนักงานของพวกคุณ
คงงานล้นมือกันมาก ผมเลยเตรียมรถไว้ไปส่งพวกคุณแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ต้องขอบคุณประธานฮั่วมากนะครับ” ซู่
เซี่ยงหยางยิ้มตอบ
สมาชิกที่เหลือพากันส่งเสียง “ขอบคุณประธานฮั่วครับ!”
“ประธานฮั่ววางใจได้ วันนี้หัวหน้าซู่ปล่อยเราไปพักครับ คุณไป
ใช้เวลาสองต่อสองกับเจ้านิกายได้เลย”
“เจ้านิกายของเรากำลังบาดเจ็บ คุณต้องดูแลเจ้านิกายของเรา
ให้ดี ๆ นะครับ”
“พาเจ้านิกายไปหาของอร่อยกิน ไปดูหนัง ไปหวานแหววด้วยกัน
นะครับ”
สมาชิกองค์กรส่งเสียงกันเจี๊ยวจ๊าว แทบอยากเข้าไปสอนฮั่ว
เซียวหมิงกับฉู่ลั่วเรื่องความรักกันแบบตัวต่อตัว
ซู่เซี่ยวหยางเห็นพวกเขาเริ่มพูดพล่ามไม่หยุด จึงโบกมือทันที
“เอะอะอะไรกัน! ถ้าอยากพูดมากกันอีก จะให้กลับไปทำงานทั้งหมด
เลย”
สมาชิกองค์กรเงียบกันหมด
ซู่เซี่ยงหยางจึงเอ่ยต่อ “พวกคุณรีบไปเถอะครับ ขืนยังไม่ไป พวก
เขาอาจจะแอบสะกดรอยตามพวกคุณไปสอดส่องถึง แถมยังชี้แนะ
เรื่องการมีความรักให้พวกคุณถึงที่ด้วย”
ฮั่วเซียวหมิงจับมือฉู่ลั่วเดินออกไป
หลังขึ้นรถมาแล้ว ฮั่วเซียวหมิงกลับไม่ยอมสตาร์ตรถ เขาหันไป
จดจ้องฉู่ลั่วนิ่ง ๆ
ฉู่ลั่วก้มหน้า กำลังตอบข้อความ “ไปสถานพักฟื้นค่ะ”
หลังตอบข้อความเสร็จ รถก็ยังไม่สตาร์ตเครื่อง
ฉู่ลั่วเงยหน้าขึ้น มือข้างหนึ่งพลันยื่นจับท้ายทอยของเธอแล้ว
ออกแรงดึงเข้ามา
มันเป็นท่าทางที่ไม่ได้ออกแรงมากไปหรือน้อยไป ทว่าดุดันมาก
ฉู่ลั่วกะพริบตาปริบก่อนจะยอมโอนอ่อนหลับตาลง ปล่อยให้ฮั่ว
เซียวหมิงเพิ่มแรงจูบให้ลึกซึ้งขึ้นเรื่อย ๆ
กระทั่งจูบกันจนเริ่มหายใจหอบเขาถึงยอมปล่อยเธอ
ลมหายใจร้อนกรุ่นอบอวลอยู่ระหว่างคนทั้งสอง สายตาฮั่วเซียวห
มิงร้อนเร่า แม้แต่เสียงยังแหบแห้งไป “คุณไม่เป็นไรนะ”
ฉู่ลั่วพยักหน้า
ฮั่วเซียวหมิงเอ่ย “ผมได้รับข่าวว่าเกิดเรื่องกับจี้ไจ่ ผมเป็นห่วง
คุณมากนะ!”
เสียงของเขาถูกข่มให้ฟังดูเยือกเย็น ทว่าโทนเสียงกลับสั่นเครือ
“ฉันไม่เป็นไร ฉันสบายดีค่ะ ถึงแม้ระหว่างทางอาจลำบากไปบ้าง
แต่ทุกอย่างคลี่คลายหมดแล้ว”
พอเห็นฮั่วเซียวหมิงยังคงขมวดคิ้วเป็นปม ฉู่ลั่วก็ยกมือกุมหน้า
เขาเบา ๆ “อีกอย่าง ครั้งนี้…อาจมีเรื่องน่ายินดีที่คาดไม่ถึงด้วย”
“ถ้าอย่างนั้นก็ดี”
จากนั้นเขาก้มจูบริมฝีปากของฉู่ลั่วเบา ๆ แล้วผละออก
ก่อนจะสตาร์ตรถ ในตอนนั้นสติและเสียงของตัวเองราวกับกลับ
เป็นปกติแล้ว “ไปเยี่ยมรุ่ยอวิ๋นโจวที่สถานพักฟื้นเหรอ”
“ค่ะ”
สายตาฉู่ลั่วอึมครึมลงเล็กน้อย “รอบนี้ฉันเปลี่ยนจากร้าย
กลายเป็นดีได้ ก็เพราะเขาคอยช่วยอยู่”
ฮั่วเซียวหมิงอยากถามนักว่าคนที่เป็นเจ้าชายนิทรานอนกระดิก
ตัวไม่ได้บนเตียงจะช่วยเธอได้ยังไง!
แต่เมื่อประโยคนั้นกำลังจะโพล่งออกจากปาก เขาก็กลั้นมัน
เอาไว้
พลางมองเธอด้วยหางตา มือที่จับพวงมาลัยอยู่กำแน่นขึ้นโดยไม่
รู้ตัว
เขาบำเพ็ญไม่ได้!
เขาเป็นแค่ปุถุชน ไม่อาจเข้าไปในโลกของเธอ
พอรู้ว่าเธอมีอันตราย นอกจากร้อนใจแล้ว เขากลับทำอะไรไม่ได้
เลย
นอกจากรอคอยเธอกลับมาอยู่ที่เดิมเหมือนอย่างตอนนี้ เขาทำ
อะไรไม่ได้เลยสักอย่าง
ฮั่วเซียวหมิงกำพวงมาลัยแน่น ขบกรามกรอด
……
สถานพักฟื้นใหญ่ขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อย ระบบรักษาความ
ปลอดภัยก็เข้มงวดมากขึ้น
ฮั่วเซียวหมิงพาฉู่ลั่วผ่านด่านรักษาความปลอดภัยไปชั้นแล้วชั้น
เล่า ก่อนจะมาถึงห้องของรุ่ยอวิ๋นโจว
ฉู่ลั่วยืนอยู่หน้าประตู หันไปมองฮั่วเซียวหมิงแวบหนึ่งแล้วเอ่ย
บอก “ฉันอยากคุยกับเขาตามลำพังค่ะ”
ฮั่วเซียวหมิงพยักหน้าให้ “ผมจะไปรอคุณข้างนอก”
ฉู่ลั่วผลักประตูเข้าไป วินาทีที่เห็นรุ่ยอวิ๋นโจวยังอยู่บนเตียง
สายตาของเธอพลันไหวระริก
รุ่ยอวิ๋นโจวซึ่งอยู่บนเตียงลมหายใจแผ่วเบา รูปร่างผ่ายผอมสุด
ขีด เหมือนคนอดอยากมานาน จนร่างกายเหลือแค่หนังหุ้มกระดูก
เธอปล่อยมือจากประตู
ประตูอัตโนมัติค่อย ๆ เลื่อนปิดอยู่ด้านหลัง
แคร่ก…
ฮั่วเซียวหมิงยังคงยืนอยู่ที่เดิม พลางมองจ้องประตูห้องซึ่งปิดสนิท
ลงด้วยสายตามืดครึ้ม
เขายืนนิ่งอยู่อีกพักใหญ่ แล้วก้มมองฝ่ามือตัวเอง
“ขยะจริง ๆ !”