เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1428 หลอกลวงลบล้างบรรพจารย์
นักพรตเทียนหลัวมุมปากกระตุกเล็กน้อย เขาเงยหน้ามองขวับ
ไปทางจี้ไจ่โดยพลัน “ไปคุกเข่าในศาลบรรพชนซะ”
จี้ไจ่ “…”
นักพรตเทียนหลัวเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “อะไรกัน ตอนนี้แม้แต่คำพูด
ของอาจารย์ก็ยังไม่เชื่อฟังแล้วเหรอ นายอย่าลืมนะว่าตัวเองอยู่ใน
ฐานะอะไร”
จี้ไจ่เงียบไปหลายวินาที ก่อนจะประสานมือบอกกับฉู่ลั่ว “ถึงยังไง
เจ้านิกายก็มาเพื่อเยี่ยมเยือนผม รอให้ผมส่งเจ้านิกายกลับไปแล้วจะ
ไปรับโทษด้วยตัวเองครับ”
เขาผายมือทำท่าเชิญ
หารู้ไม่ ไม่รอให้ฉู่ลั่วปริปาก นักพรตเทียนหลัวก็ชักแส้ปัด
ออกมา ฟาดใส่ตัวจี้ไจ่พร้อมกับคลื่นพลังวิญญาณ “ทำตัวไร้ระเบียบ
อยู่ข้างนอกจนเคยชิน แม้แต่เคารพครูบาอาจารย์ก็ทำไม่ได้ซะแล้ว
เหรอ”
“ไปศาลบรรพชนเดี๋ยวนี้!”
“ส่วนเจ้านิกายมีคนไปส่งให้อยู่แล้ว”
ฉู่ลั่วกวาดสายตามองเสื้อของจี้ไจ่ ก็เห็นว่าจุดที่ถูกแส้ปัดฟาดมี
เลือดซึมออกมา
จี้ไจ่กัดฟันเอ่ย “เจ้านิกายมาที่นี่ก็เพราะผม ผมต้องไปส่งเธอด้วย
ตัวเองถึงจะนับว่าไม่เป็นการเสียมารยาทครับ”
นักพรตเทียนหลัวไม่คิดเลยว่าจี้ไจ่จะหักหน้าตัวเองอีกรอบ
กระทั่งคนในตระกูลจี้ด้านหลังก็ยังเปลี่ยนสีหน้าไปเล็กน้อย ต่าง
พากันถลึงตามองจี้ไจ่
บางคนยังมองฉู่ลั่วสลับจี้ไจ่ด้วยสายตาแฝงความคิดสัปดล และ
ทำสีหน้าเข้าใจกระจ่างแจ้ง
“เชิญครับ เจ้านิกาย”
ฉู่ลั่วมองไปทางจี้ไจ่
สายตาจี้ไจ่เจือแววอ้อนวอนอย่างหาได้ยาก
ฉู่ลั่ว “…”
พอเห็นเธอยืนขึ้นช้า ๆ จี้ไจ่จึงโล่งอก “เชิญครับเจ้านิกาย ที่
สำนักงานคงมีเรื่องราวมากมาย เจ้านิกายจัดการเรื่องในสำนักงาน
ไปก็พอครับ”
“ถ้าร่างกายผมดีขึ้นแล้ว จะกลับไปที่สำนักงานทันทีครับ”
น้าเสียงของเขาเร่งเร้า
ฉู่ลั่วพรูลมหายใจเบา ๆ ก้าวเท้าทำท่าจะออกไป
ทว่าแส้ปัดของนักพรตเทียนหลัวกลับฟาดเข้ามาอีกครั้ง ซ้ายัง
เล็งใส่จี้ไจ่ “ฉันบอกแล้วยังไงว่ามีคนไปส่งเจ้านิกายแล้ว!”
พลังวิญญาณบนแส้ปัดรุนแรงกว่าครั้งก่อนมาก
จี้ไจ่หลับตาทนรับแส้ปัดที่กำลังจะฟาดลงมา
รออยู่พักหนึ่ง ความเจ็บปวดตามร่างกายกลับยังไม่รู้สึกว่า
เพิ่มขึ้น
เขาลืมตาเงยมอง เห็นฉู่ลั่วซึ่งยืนอยู่ด้านข้างกำลังจับแส้ปัดอยู่
พลังวิญญาณบนแส้ปัดสาดกระทบจนทั้งฝ่ามือและหลังมือของ
เธอมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย
“เจ้านิกายครับ!”
เขาร้องเสียงหลง
คนตระกูลจี้ต่างตกตะลึงไปเช่นกัน
นักพรตเทียนหลัวยิ้มเย็น “เจ้านิกาย นี่เป็นเรื่องภายในตระกูลจี้
อาจารย์สั่งสอนลูกศิษย์ คงไม่ใช่กงการอะไรของเจ้านิกายนะครับ”
ฉู่ลั่วกล่าว “อาจารย์จะสั่งสอนลูกศิษย์ ไม่ใช่กงการของฉันหรอก
ค่ะ”
เธอปล่อยมือ แส้ปัดหดกลับอย่างรวดเร็ว
“แต่ฉันได้ยินมาว่าตระกูลจี้ลงโทษจี้ไจ่เพราะเรื่องที่ฉันจัดการ
ราชานรกตัวปลอมในเมืองผีเฟิงตูใช่ไหมคะ”
นักพรตเทียนหลัวตอบ “ถูกต้อง เมืองผีเฟิงตูถูกสร้างขึ้นโดยไท่
อี่เทียนจุน ผู้เป็นบรรพจารย์แห่งตระกูลจี้ และพวกเราก็คือลูกศิษย์
สายตรงภายใต้สำนักเทียนจุน”
เขาประสานมือทำความเคารพไปทางทิศที่ศาลบรรพชนตั้งอยู่
อย่างนบนอบ
คนตระกูลจี้ที่เหลือก็พากันประสานมือทำความเคารพด้วย
“เขาในฐานะนายน้อยตระกูลจี้ กลับไปทำลายเมืองผีเฟิงตู ไม่
เท่ากับลบล้างล่วงเกินบรรพชนเหรอ”
“หรือว่าเรื่องนี้เจ้านิกายก็จะเข้ามาแทรกแซงด้วย”
หลังจากนักพรตเทียนหลัวพูดจบก็มองไปทางจี้ไจ่แล้วบอก
“นายพูดมาเลยดีกว่า ว่านายหลอกลวงลบล้างบรรพจารย์หรือ
เปล่า?”
จี้ไจ่กำลังจะเอ่ยปากพูด ก็ได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ ของฉู่ลั่วดังมา
เสียก่อน
เสียงหัวเราะอันแผ่วเบานี้ทำให้สายตาของทุกคนล้วนจับจ้องไปที่
เธอ
“หลอกลวงลบล้างบรรพจารย์?” ฉู่ลั่วมองนักพรตเทียนหลัวแล้ว
กวาดสายตาไปทางคนตระกูลจี้ที่อยู่โดยรอบอย่างช้า ๆ ก่อนจะพูด
ออกมา “พวกคุณคิดแบบนี้กันหมดเลยเหรอคะ?”
นักพรตเทียนหลัวหรี่ตาจ้องมองฉู่ลั่ว
คนร่างผอมสูงหัวเราะเยาะแล้วบอก “หรือไม่ใช่? เขาเป็นถึงนาย
น้อยตระกูลจี้ เป็นที่รู้กันดีว่าเมืองผีเฟิงตูเป็นสถานที่แบบไหนก็ยังจะ
ไปช่วยคนนอกแล้วทำลายเมืองผีเฟิงตูอีก”
“แล้วมันจะไม่ใช่การหลอกลวงลบล้างบรรพจารย์หรือไง?”