เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1432 อดีตของตระกูลจี้
“แล้วเจ้านิกายมาหาฉันทำไมเหรอคะ?”
หลังจากกินเสร็จ เธอก็เช็ดปากแล้วท่าทางก็ดูสบายใจราวกับว่า
ได้ฟื้นพลังกลับคืนมา
ฉู่ลั่วตอบ “ฉันมาถามเรื่องของจี้ไจ่ค่ะ”
“จี้ไจ่?”
ฉู่ลั่วจึงเล่าเรื่องของจี้ไจ่ให้ไจ๋โหรวฟังรอบหนึ่ง
“เหอะ! ฉันว่าแล้วเชียว พวกคนหัวโบราณตระกูลจี้ไม่มีทาง
ปล่อยจี้ไจ่ไปแน่ ฉันเองก็บอกเขาไปตั้งนานแล้ว ว่าไม่ต้องไปสนใจ
เรื่องฐานะนายน้อยตระกูลอะไรนั่น บอกให้เขาออกมาจากตระกูลจี้
นั่นซะ แต่เขาก็ไม่ยอมฟังเลย”
หลังจากบ่นไปหลายประโยค ไจ๋โหรวก็กางมือทั้งสองข้างแล้ว
บอกกับฉู่ลั่ว “แต่ฉันก็ทำได้แค่บอก เขาไม่มีทางยอมออกมาหรอก
ค่ะ”
“เจ้านิกาย คุณสามารถสนับสนุนจี้ไจ่เป็นอย่างดีได้ แต่หลังจาก
คุณไป จี้ไจ่ก็จะต้องได้รับโทษอีกแน่นอนค่ะ”
ฉู่ลั่วขมวดคิ้วมุ่น
ไจ๋โหรวพูดต่อ “มันไม่มีทางเลือกค่ะ ตระกูลจี้ก็เป็นแบบนั้นแหละ
พวกคนหัวโบราณดื้อด้าน”
แม้ว่าตระกูลไจ๋จะไม่ได้ดีมากนัก แต่เมื่อเทียบกับตระกูลจี้แล้วก็
ถือว่าดีกว่าสักหน่อย
“จี้ไจ่เป็นนายน้อยตระกูลจี้ แล้วทำไมพวกตระกูลจี้ถึงกล้าทำกับ
เขาแบบนั้นล่ะ?”
“ไม่มีทางเลือกอีกเหมือนเดิมค่ะ เพราะชีวิตของพ่อแม่จี้ไจ่อยู่ใน
กำมือของพวกเขาหมด” ไจ๋โหรวเขยิบเข้าไปใกล้ฉู่ลั่วแล้วกระซิบ
บอก “เจ้านิกายคะ นี่เป็นความลับของตระกูลจี้ ฉันไม่สามารถบอก
คุณส่งเดชได้”
ฉู่ลั่วจึงบอก “ในเมื่อเป็นความลับ…”
“นอกเสียจากว่าคุณจะให้หัวหน้าซู่อนุมัติวันลาให้ฉันเพิ่มอีก
หนึ่งวัน”
ฉู่ลั่ว “…”
ไจ๋โหรวยังเอ่ยต่อ “ถ้าหนึ่งวันไม่ได้ อย่างนั้นก็ครึ่งวันค่ะ แค่ครึ่ง
วันก็ยังดี!”
ฉู่ลั่วทอดถอนใจแล้วบอก “ได้ค่ะ! ฉันจะบอกซู่เซียงหยางให้”
แววตาของไจ๋โหรวเป็นประกายขึ้นมาทันที จากนั้นเธอก็ขยับ
เก้าอี้เข้าไปนั่งข้าง ๆ ฉู่ลั่ว “ตระกูลจี้เป็นสำนักเซียนที่มีธรรมเนียน
มากมายค่ะ”
“แต่ก็มีกฎที่ไม่เป็นระเบียบอยู่เยอะมาก”
“หนึ่งในนั้นมีอยู่ข้อหนึ่งที่บอกว่า คนในตระกูลจี้ห้ามแต่งงานมี
ลูกกับคนธรรมดาทั่วไปค่ะ”
ฉู่ลั่วเอ่ยถาม “ทำไมล่ะ?”
ไจ๋โหรวตอบ “เห็นบอกว่าเพื่อรักษาสายเลือดอันบริสุทธิ์เอาไว้ค่ะ
บอกกันว่าการเป็นผู้บำเพ็ญจะต้องพึ่งพรสวรรค์ คนธรรมดาทั่วไปมี
พรสวรรค์ไม่มากพอ มีแต่จะทำให้สายเลือดของตระกูลจี้วุ่นวาย”
เธอเล่าไปก็ทำท่าทางรังเกียจไปด้วย
“แต่…แต่พ่อของจี้ไจ่อยากแต่งงานกับแม่ของจี้ไจ่ซึ่งเป็นคน
ธรรมดา ตอนนั้นเป็นเรื่องใหญ่โตครึกโครมของตระกูลจี้เลยนะคะ
ตระกูลจี้ถึงขั้นจะขับไล่พ่อของจี้ไจ่ออกจากตระกูลเลยล่ะค่ะ”
“น่าเสียดาย…ตระกูลจี้ในสมัยนั้นมีเพียงพ่อของจี้ไจ่คนเดียวที่จะ
ทำอะไรได้ ส่วนคนอื่น ๆ นั่น…ทำไม่ได้เลยค่ะ”
ฉู่ลั่วฟังแล้วก็ขมวดคิ้ว
เธอรู้ว่าสำนักเต๋าปิดกั้น
แล้วเธอก็รู้ด้วยว่าสำนักเต๋าดูถูกดูแคลนคนธรรมดา
แต่สิ่งที่ตระกูลจี้ทำแบบนี้ มันเกินความคาดหมายของเธอไปจริง
ๆ
“ตระกูลจี้ฝืนใจยอมรับแม่ของจี้ไจ่แล้วอนุญาตให้เธอแต่งงาน
เข้าตระกูล ทั้งยังให้กำเนิดจี้ไจ่ออกมาด้วย แต่ใครจะรู้…ว่าตอนที่พ่อ
ของจี้ไจ่ออกไปกำจัดปีศาจ จะถูกปีศาจเสกคาถาจิตใจใส่”
“เรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตอนที่ยังเด็กทั้งหมด ฉันจำได้
ไม่ชัดเจนนัก แต่ฉันจำได้ว่าตอนนั้นตระกูลจี้หาวิธีตามหาพ่อจี้ไจ่ไป
ทั่วทุกที่เลยค่ะ”
“มันเป็นเรื่องใหญ่ที่ดังไปทั่วสำนักเต๋าทีเดียว หลังจากนั้นไม่รู้ว่า
เกิดอะไรขึ้น…แม่ของจี้ไจ่ถึงไปรู้วิธีหนึ่งมา บอกว่าคนที่รักสามารถ
พาวิญญาณที่หายไปกลับมาได้”
“พอแม่ของจี้ไจ่ออกไป เธอก็ไม่กลับมาอีกเลยค่ะ”
“แต่ว่าพ่อของจี้ไจ่ก็หายดีจริง ๆ”
ฉู่ลั่วชะงัก “พ่อของจี้ไจ่…หายดีแล้ว?”
“ใช่ค่ะ! แม้จะหายดีแล้วแต่ก็ถูกโจมตีมาอย่างหนัก อีกทั้งการ
บำเพ็ญก็ลดลงไปมากด้วย นับตั้งแต่นั้นมาก็เลยเก็บตัวมาตลอด”
“เขาไม่สนใจลูกชาย”
“แล้วก็ไม่สนใจตระกูลจี้ด้วย”
พอไจ๋โหรวเล่าเสร็จก็เห็นว่าฉู่ลั่วขมวดคิ้วตั้งแต่ต้นจนจบ
ตัวเธอเองก็อดทอดถอนใจด้วยไม่ได้เหมือนกัน “ตอนเด็ก ๆ จี้ไจ่
น่ารักมากเลยนะคะ ทั้งร่าเริงทั้งน่ารัก แต่พอเกิดเรื่องขึ้นกับพ่อแม่
ของเขาตั้งแต่ตอนนั้น นิสัยของเขาก็เปลี่ยนไปเลย”