เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1433 ถูกมุงดู
ไจ๋โหรวพูดต่อ “ทางตระกูลจี้เองก็ไม่อนุญาตให้พวกเราที่รุ่นราว
คราวเดียวกันไปเล่นกับเขาเลย”
“ตอนเด็กเขาต้องถูกครอบครัวลงโทษด้วยค่ะ ฉันยังเคยแอบเอา
ยาไปให้เขาเลย แต่ว่า…” พอคิดถึงเรื่องตอนเด็ก ไจ๋โหรวก็ส่ายหน้า
อย่างเศร้าสร้อย “แต่ว่าหลังจากถูกจับได้ ตระกูลจี้ก็ลงมือหนัก
กว่าเดิมอีก”
“ฉันก็เลยไม่กล้าไปหาเขาแล้วค่ะ”
ฉู่ลั่วขมวดคิ้วมุ่น “คุณรู้ไหมว่าตอนนั้นพ่อของจี้ไจ่ถูกปีศาจอะไร
พรากจิตใจไป?”
ไจ๋โหรวส่ายหน้า “ไม่รู้เลยค่ะ”
“เจ้านิกาย มีอะไรผิดปกติหรือเปล่าคะ?”
ฉู่ลั่วเคาะนิ้วลงกับโต๊ะเบา ๆ แล้วบอก “ในเมื่อตอนนั้นพ่อของจี้
ไจ่สามารถเป็นผู้นำสำนักเต๋าได้ก็น่าจะมีพลังบำเพ็ญสูงมาก”
ไจ๋โหรวพยักหน้า “อื้ม ๆ ! พ่อแม่ฉันก็บอกว่าพ่อของจี้ไจ่
แข็งแกร่งมากค่ะ แข็งแกร่งกว่าจี้ไจ่ในตอนนี้มากเลยด้วย โดยเฉพาะ
ค่ายกลนั่น…”
“มันแข็งแกร่งสุด ๆ ไปเลยค่ะ!”
ฉู่ลั่วก็ยิ่งขมวดคิ้วแน่นขึ้นอีก
ไจ๋โหรวก็ขมวดคิ้วเช่นกัน “เจ้านิกาย คุณเจออะไรที่ผิดปกติ
เหรอคะ?”
“ปีศาจที่สามารถพรากจิตใจของพ่อจี้ไจ่ไปได้ จะต้องบำเพ็ญมา
อย่างแข็งแกร่งมากแน่ ๆ แต่การแข่งขันชิงตำแหน่งราชาปีศาจที่เรา
จัดขึ้นในครั้งนี้ กลับไม่พบปีศาจแบบนั้นเลย”
ไจ๋โหรวพูดขึ้นมา “อาจจะเป็นเพราะมันทำร้ายคนในตอนนั้น ก็
เลยไม่กล้าปรากฏตัวหรือเปล่าคะ?”
“ปฏิกิริยาของจี้ไจ่เองก็แปลกเหมือนกัน”
ไจ๋โหรวกะพริบตาปริบ ๆ
“ถ้าพ่อของเขาถูกปีศาจพรากจิตใจไปจริง ๆ ตอนที่เขาเห็นค่าย
กลที่รวมปีศาจนับแสนพวกนั้นไว้ กลับไม่เคยคิดจะไปตามหาอีกฝ่าย
เหรอ?”
จี้ไจ่ไม่ได้ทำ
ตระกูลจี้เองก็ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ เลย
แต่ทันใดนั้นเองไจ๋โหรวก็ชะงักไป
แล้วค่อย ๆ อ้าปากกว้างขึ้น!
“ไม่จริงน่า! ตระกูลจี้…”
“กรี๊ดดดด!!”
เสียงกรีดร้องนั้นทำให้ไจ๋โหรวใจเต้นแรง
เธอรีบยกมือขึ้นมาปิดปากโดยไม่รู้ตัว
หรือว่าเมื่อครู่เธอจะส่งเสียงกรีดร้องน่าประหลาดออกมา?
“กรี๊ดดด!”
ขณะที่เธอกำลังสงสัยอยู่ เสียงนั้นก็ใกล้เข้ามาอีกแล้ว
สีหน้าของฉู่ลั่วนิ่งค้างไป
“เทพธิดาน้อย! คุณคือเทพธิดาน้อยใช่ไหมคะ?”
นักศึกษาสาวคนหนึ่งวิ่งเข้ามาพร้อมกับกระโดดโลดเต้น
ด้วยเสียงที่ดังลั่น ทำเอาท้องถนนที่เดิมทีกำลังคึกคักกลับเงียบ
สงบลงเพราะคำพูดประโยคนั้นของเธอ
ราวกับว่ามีคนกดปุ่มปิดเสียงไปอย่างไรอย่างนั้น
ทุกคนล้วนมองมาตามเสียง
หลังจากนั้นเพียงสามวินาทีก็เกิดเสียงดังจากทั่วทุกที
“เทพธิดาน้อย!”
“ปรมาจารย์ฉู่นี่นา!”
“วันนี้ฉันดูปฏิทินมาก่อนออกจากบ้าน ได้พบเจอเรื่องดี ๆ จริง
ด้วย!”
ไจ๋โหรวมองไปรอบ ๆ แววตาของทุกคนล้วนเป็นประกายและเริ่ม
เบียดกันเข้ามาราวกับฝูงซอมบี้แล้ว
“เจ้านิกาย แย่แล้วค่ะ! พวกเราถูกล้อมไว้แล้ว!”
เพียงชั่วพริบตาพวกเธอก็ถูกคนที่อยู่ที่นี่ห้อมล้อมเอาไว้จนขยับ
ตัวไปไหนไม่ได้
“กรี๊ดดด! เทพธิดาน้อยตัวจริงดูดีกว่าในกล้องเป็นหมื่นเท่าเลย!”
“เทพธิดาน้อย ช่วงนี้ฉันเจอเรื่องประหลาดนิดหน่อยค่ะ คุณช่วย
ฉันแก้ไขได้ไหมคะ?”
“ปรมาจารย์ฉู่คุณช่วยดูเส้นบุพเพให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ?”
“ปรมาจารย์ ๆ ลูกชายผมจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยในฝันได้ไหม
ครับ?”
“เทพธิดาน้อย เมื่อไหร่คุณจะไลฟ์สตรีม! คุณไม่ไลฟ์สตรีมแล้ว
เหรอ?!”
“เจ้านิกาย เจ้านิกายคะ!” ท่ามกลางเสียงที่ทับซ้อนกันไปมา
เสียงของไจ๋โหรวดูเจ็บปวดและหดหู่มาก
ฉู่ลั่วรีบคว้าข้อมือเธอไว้แล้วผนึกมือพร้อมกับเอ่ยท่องคาถาอย่าง
รวดเร็ว
จากนั้นทุกคนก็รู้สึกเพียงว่ามีสายลมพัดมาเบา ๆ แล้วฉู่ลั่วที่อยู่
ตรงหน้าก็หายวับไปทันที
“กรี๊ดดดด!”
“สมกับเป็นปรมาจารย์จริง ๆ !”
“ฉันบอกแล้วยังไงว่าเธอน่ะของจริง! ฉันจะดูสิว่าใครจะยังสงสัย
ในความสามารถของเทพธิดาน้อยของพวกเราได้อีก!”
“บนโลกใบนี้มีเซียนผู้บำเพ็ญอยู่จริงด้วย! พาฉันไปด้วยคนสิ!”
ตรงหัวมุมซึ่งห่างออกไปหนึ่งร้อยเมตร ฉู่ลั่วกำลังดึงข้อมือของไจ๋
โหรวยืนอยู่กับที่มาสักพักแล้ว
ตอนนี้มีคนแห่แหนกันมาเยอะเกินไป เธอกลัวว่าจะเกิดความ
แตกตื่นขึ้นได้
พอเห็นว่าสถานการณ์ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วฉู่ลั่วถึงได้โล่งใจ