เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1468 หนูจ าเป็นต้องไป
จี้ไจ่จึงกลับไปยังองค์กรในวันนั้นเลย ทันทีที่เข้าไปภายในองค์กร
ก็เห็นเลยว่าพนักงานกำลังวุ่นวายกันมาก
“จี้ไจ่ คุณกลับมาแล้ว! ร่างกายฟื้นตัวเป็นยังไงบ้าง?”
“ก็ดีครับ”
“อย่างนั้นก็ดีเลย” พนักงานคว้าแขนของจี้ไจ่ไว้ “มีค่ายกลซึ่ง
ต้องการให้คุณเสริมความแข็งแกร่งให้พอดีเลย องค์กรจะย้ายที่อยู่
แล้ว พวกปีศาจร้ายบางส่วนที่ขังอยู่ที่นี้จะต้องพาไปด้วย”
“ในแผนกนี้ความสามารถของค่ายกลของคุณแข็งแกร่งที่สุด
แล้ว”
หลังจากยุ่งไปจนถึงกลางดึก จี้ไจ่ก็เพิ่งได้มีโอกาสพักหายใจ
เขาจิบน้าแล้วคว้าตัวไจ๋โหรวที่เดินผ่านข้างตัวไปอย่างเร่งรีบ
เอาไว้ “ในแผนกยุ่งวุ่นวายกันขนาดนี้แล้วเจ้านิกายล่ะ?”
“หัวหน้ากลับไปแล้ว” ไจ๋โหรวกอดเอกสารกองสูงเท่าหัวไว้แล้ว
บอก “ทางการส่งเอกสารมาบอกเรื่องที่หัวหน้าจะต้องถูกปิดผนึกไป
ด้วยแล้ว ดูเหมือนว่าจะตระกูลฉู่จะมานะ หัวหน้าก็เลยต้องกลับไป
จัดการเรื่องที่บ้าน”
เธอเบ้ปากเล็กน้อยแล้วพูดต่อ “พวกเขาเองก็ยังมีหน้ามาหา
หัวหน้าอีก ก่อนหน้านี้ทำไม่ดีกับหัวหน้าเลยแท้ ๆ!”
หลังจากบ่นจบแล้ว ไจ๋โหรวก็หอบข้าวของออกไป เหลือไว้เพียง
จี้ไจ่ที่ยืนอยู่ที่เดิมและขมวดคิ้วเล็กน้อย
ไม่รู้ว่าหัวหน้าจะจัดการเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลฉู่ยังไง
นะ
ณ บ้านฉู่อวิ๋น
ฉู่ลั่วมองคนตระกูลฉู่ที่นั่งอยู่ตรงข้ามแล้วพยักหน้าพลางพูด
ออกไป “แถลงการณ์จากทางการเป็นเรื่องจริงทั้งหมดค่ะ”
“ฮั่วเซียวหมิงเป็นมังกรปีศาจกลับชาติมาเกิด”
“ทางสำนักเต๋ากำลังเตรียมจะปิดผนึกเขา ส่วนหนูที่เป็นเจ้า
นิกายก็สามารถจะปราบเขาได้”
ฉู่เหิงมองไปทางฮั่วเซียวหมิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ฉู่ลั่วแล้วพูดออกมา
“ทางตระกูลฮั่วก็เห็นด้วยเหรอ?”
ด้วยอำนาจอิทธิพลของตระกูลฮั่วในตอนนี้ การจะทำให้ฮั่ว
เซียวหมิงไม่ต้องถูกปิดผนึกก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย
ฮั่วเซียวหมิงตอบ “เห็นด้วยครับ!”
ฉู่เหิงจ้องมองฮั่วเซียวหมิงแล้วก็มองฉู่ลั่วพร้อมกับความรู้สึก
สับสนอยู่ในใจ
สถานการณ์ที่ถูกกระทำแบบนี้มันดูไม่ใช่สไตล์ของฉู่ลั่วหรือฮั่ว
เซียวหมิงเลย
“ลั่วลั่ว เรื่องนี้ไม่มีช่องว่างที่จะหารือกันได้แล้วจริง ๆ เหรอ?
จะต้องปิดผนึกปราบปรามด้วยเหรอ?” ซ่งเชียนหย่าเอ่ยถามด้วย
น้าเสียงระมัดระวัง “พอจะมีความเป็นไปได้อื่นอีกไหม?”
ฉู่ลั่วจึงตอบออกไป “เรื่องนี้ได้มีการหารือกับทางการเรียบร้อย
แล้วค่ะ ยังไม่มีแผนการอื่นที่จะทำได้ค่ะ”
ฉู่เหว่ยฮ่าวโอบกอดภรรยาที่ใจสลายเอาไว้แล้วพูดเป็นน้าเสียง
ระวังเป็นพิเศษ “หลังจากการปิดผนึกปราบปรามนั้นแล้ว…มันจะเป็น
ยังไงเหรอ?”
“หลังจากถูกปิดผนึกแล้ว จะไม่สามารถออกจากสถานที่ปิดผนึก
ได้อีกเลย นอกเสียจากว่าจะปลดผนึกออก”
“เมื่อผนึกไม่ปลดออกและต้องปราบปรามไว้ ทางที่ดีที่สุดก็คือไม่
ต้องออกไป”
แน่นอนว่านี่คือการปิดผนึกปราบปรามแบบทั่วไป
แต่สำหรับเธอกับฮั่วเซียวหมิงนั้นแตกต่าง แต่เรื่องนี้ไม่ต้องบอก
พวกเขาหรอก
ทันทีที่เธอพูดจบ สีหน้าของคนตระกูลฉู่ซึ่งนั่งอยู่ตรงข้ามก็
เปลี่ยนไป
โดยเฉพาะสองสามีภรรยาที่สีหน้าของพวกเขามีความรู้สึกปวด
ใจและละอายใจแสดงออกมา
ซ่งเชียนหย่าดวงตาแดงก่า พูดออกมาพร้อมกับน้าเสียงเจือเสียง
สะอื้นด้วย “ลั่วลั่ว ไม่ไปได้ไหมลูก?”
ฉู่ลั่วส่ายหน้าแล้วบอกเธอ “หนูจำเป็นต้องไปค่ะ”
เธอมองฮั่วเซียวหมิงแล้วก็สบตากับเขา “หนูเป็นคนเสนอให้ผนึก
เขา หนูไม่สามารถปล่อยให้เขาถูกผนึกอยู่ที่นั่นคนเดียวได้หรอกค่ะ”
คนตระกูลฉู่พูดอะไรไม่ออกเลย
พวกเขาอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็รู้สึกว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์
ในห้องโถงนั้นเงียบไปทันที
ฉู่ลั่วมองคนตระกูลฉู่ที่ดูเงียบและเสียใจแบบนั้น แล้วในใจก็รู้สึก
แปลก ๆ เธอจึงมองไปทางฉู่เหิงโดยไม่รู้ตัว
ฉู่เหิงมองพ่อแม่ของตัวเองแล้วส่ายหน้าให้ฉู่ลั่วเล็กน้อย
“พ่อครับแม่ครับ ผมกับฉู่ลั่วขอคุยกันตามลำพังนะครับ”
ฉู่เหว่ยฮ่าวมองฉู่เหิงแล้วก็พยักหน้า
ซ่งเชียนหย่าเองก็สะอื้นพลางพยักหน้าให้เช่นกัน เธอจับมือของ
ฉู่เหิงไว้แล้วบอกเขา “ลูกเกลี้ยกล่อมเธอนะ บางทีมันอาจจะมีวิธีอื่นก็
ได้”
ปิดผนึกปราบปรามอะไรนั่น
พวกเขาไม่เข้าใจหรอกแต่ในอินเทอร์เน็ตก็มีข้อมูลทั่วไปอยู่บ้าง
ในข้อมูลทั่วไปเหล่านั้นบรรยายการปิดผนึกและการปราบปราม
ดูน่ากลัวมาก ๆ เลย
ถ้าไม่กลายเป็นหินก็จะต้องถูกฝังลงไปใต้ดินแล้วรอให้มีการปลด
ผนึกถึงจะหลุดพ้นออกมาได้