เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1469 เธอไม่ได้ตัวคนเดียวนะ
ทันทีที่ฉู่ลั่วกับฉู่เหิงออกไป สายตาของฉู่จิงก็มองไปหาฮั่วเซียวห
มิง “ด้วยความสามารถของตระกูลฮั่วแล้ว ประธานฮั่วไม่น่าจะยอมรับ
ชะตากรรมแบบนี้เลยนะครับ!”
ฮั่วเซียวหมิงจึงตอบ “ผมฟังฉู่ลั่วครับ”
ฉู่จ้านจึงหัวเราะออกมา “ผู้คนแตกตื่นกันไปหมดและต้องการจะ
ฆ่ามังกรปีศาจทำลายโลก ดังนั้นฉู่ลั่วก็เลยเสนอการปิดผนึกขึ้นมา
เพื่อปกป้องคุณ”
“แล้วเธอก็เสนอว่าจะไปปราบปรามด้วยตัวเองก็เพื่อคุณ
เหมือนกัน”
ฮั่วเซียวหมิงยังคงมีท่าทีสงบนิ่งอยู่เหมือนเดิม “ผมฟังฉู่ลั่วครับ
เธอบอกให้ทำแบบไหนก็ตามนั้น!”
“แล้วถ้าเธอบอกให้ฆ่าคุณล่ะ?” ฉู่จ้านพูดขึ้นมาอย่างไม่พอใจ
“ก็ฆ่าได้เลยครับ”
ฮั่วเซียวหมิงไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
ฉู่จ้าน “…”
“พูดจาน่าฟังเชียวนะ”
ภายในสวนดอกไม้ ฉู่เหิงมองไปยังโถงรับแขกก็รู้เลยว่าฉู่จิงกับฉู่
จ้านจะต้องทำให้ฮั่วเซียวหมิงลำบากใจแน่ ๆ
“เรื่องปิดผนึกนั่น เธอเป็นคนเสนอไปจริง ๆ เหรอ?”
“ค่ะ”
“เรื่องที่เธอจะไปปราบปรามเองก็ด้วยเหรอ?”
ฉู่ลั่วพยักหน้าอีกครั้ง
สีหน้าของฉู่เหิงดูเคร่งเครียดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด “บอกพี่ใหญ่
ได้ไหมว่าเพราะอะไร?”
ฉู่ลั่วเงียบไปครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยปาก “ไม่มีอะไรต้องสงสัยเรื่อง
ตัวตนที่ฮั่วเซียวหมิงเป็นมังกรปีศาจทำลายโลกกลับชาติมาเกิดเลย
ค่ะ การที่สำนักเต๋าเข้ามาวุ่นวายใหญ่โตก็เพราะพวกเขาอยากจะเอา
ตัวฮั่วเซียวหมิงไป”
“วิธีที่ดีที่สุดก็คือปิดผนึกแล้วให้หนูปราบปรามเอง”
ฉู่เหิงจึงเอ่ยถามออกไป “ไม่มีวิธีอื่นเลยเหรอ? เป็นเพราะเสียง
วิพากษ์วิจารณ์บนอินเทอร์เน็ตนั้นเหรอ? ความคิดเห็นพวกนั้นมัน
จัดการได้ง่ายมากเลยนะ”
นี่คือจุดที่เขาสงสัยเช่นกัน
ความคิดบนอินเทอร์เน็ตมันสับสนวุ่นวายไปหมด แต่ด้วย
ความสามารถของตระกูลฮั่วแล้วย่อมควบคุมได้อย่างแน่นอน
แต่เห็นได้ชัดเลยว่าบริษัทฮั่วปล่อยมันไป
เขามองฉู่ลั่วผู้บริสุทธิ์แล้วก็มองฮั่วเซียวหมิงที่อยู่ในโถงรับแขก
และบังเอิญว่าในเวลานี้ฮั่วเซียวหมิงก็มองออกมาข้างนอก
เช่นกันจึงสบสายตาสงสัยของฉู่เหิงเข้าพอดี
สายตาของผู้ชายสองคนปะทะกันในอากาศ
ฉู่เหิงมั่นใจแล้ว
ฮั่วเซียวหมิงตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้
เขาสามารถควบคุมได้แต่กลับปล่อยมันไป
ฉู่เหิงค่อย ๆ ละสายตากลับมา “ลั่วลั่ว ฮั่วเซียวหมิงตั้งใจให้เป็น
แบบนี้”
ฉู่ลั่ว “…”
“ด้วยความสามารถของกลุ่มบริษัทฮั่วแล้ว พวกเขาสามารถ
จัดการกับความคิดเห็นบนอินเทอร์เน็ตนั้นได้อย่างง่ายดายเลย”
“หนูรู้ค่ะ” ฉู่ลั่วพยักหน้า
ฉู่เหิงชะงักไป “เธอ…เธอรู้เหรอ?”
ฉู่ลั่วพยักหน้าอีกครั้งแล้วพูดออกไป “ค่ะ หนูรู้ กลุ่มบริษัทฮั่ว
สามารถจัดการกับความคิดเห็นบนอินเทอร์เน็ตพวกนั้นได้ แต่ว่า…
ไม่สามารถจัดการกับการไล่ล่าของสำนักเต๋าได้ค่ะ”
“ไล่…ไล่ล่าเหรอ!” ฉู่เหิงเบิกตาโตอย่างช้า ๆ “พวกพระและ
นักพรตเหล่านั้นกล้าหาญถึงขนาดนั้นเลยเหรอ? พวกเขากล้าไล่ล่า
ฮั่วเซียวหมิงเนี่ยนะ?”
กลุ่มบริษัทฮั่วเป็นบริษัทเทคโนโลยีอันดับต้น ๆ ในประเทศ อย่า
ว่าแต่มีตำแหน่งการจ้างงานในประเทศมากเท่าไรเลย แต่พวกเขายัง
ตัดเรื่องการผูกขาดของบริษัทต่างประเทศได้ด้วย
“รัฐบาลก็เห็นด้วยเหรอ?”
เขาคิดภาพที่พวกพระและนักพรตเหล่านั้นไล่ล่าฮั่วเซียวหมิ
งไม่ออกเลยจริง ๆ
ฉู่ลั่วนึกถึงความแข็งแกร่งของนักพรตหงฟาง แล้วก็ภาพที่เขา
เคยค้นหาวิญญาณ
การที่สำนักเต๋าไล่ล่าฮั่วเซียวหมิง ไม่ใช่เพียงเพราะฮั่วเซียวหมิง
เป็นมังกรปีศาจทำลายโลกกลับชาติมาเกิดแค่นั้นแน่
พวกเขาต้องการควบคุมฮั่วเซียวหมิงไว้ในกำมือ
“ในเบื้องหน้าสำนักเต๋าไม่มีทางฝ่าฝืนกฎของทางรัฐบาลได้
แต่…เมื่อดูจากเทคโนโลยีในตอนนี้แล้ว รัฐบาลเองก็ไม่สามารถ
ขัดขวางการจับตัวฮั่วเซียวหมิงไปในเบื้องหลังได้เช่นกัน”
เธอเองก็ไม่สามารถอยู่ข้างกายของฮั่วเซียวหมิงตลอดเวลาได้
แทนที่จะต้องคอยป้องกันทั้งตอนกลางวันกลางคืน สู้เป็นฝ่าย
คว้าอำนาจมาอยู่ในมือตัวเองดีกว่า
“ดังนั้น เธอก็เลยจะถูกผนึกไปกับเขาด้วยอย่างนั้นเหรอ?” ฉู่เหิง
ขมวดคิ้วมองฉู่ลั่ว “ลั่วลั่ว เธอไม่ได้ตัวคนเดียวนะ เธอยังมีครอบครัว
ยังมีเพื่อนอยู่”
“ต่อให้เธอไม่สนใจครอบครัวอย่างพวกเขา เธอก็ต้องสนใจพวก
เพื่อนของเธอด้วยสิ!”
“พวกเขามารวมตัวอยู่ด้วยกันก็เพราะเธอ ถ้าเธอไปแล้วพวกเขา
จะเป็นยังไง?”
“พวกเราคิดหาวิธีอื่นเถอะ มันไม่ได้มีแค่วิธีเดียวแน่นอน”