เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1470 เข้าออกได้ตามสบาย
ฉู่เหิงพูดด้วยน้าเสียงร้อนใจ
พวกเขาทั้งครอบครัวล้วนติดหนี้ลั่วลั่วอยู่
ยังไม่ทันได้ชดใช้ให้ ลั่วลั่วกับพวกเขาก็จะต้องจากกันไปตลอด
แล้วเหรอ?
“ลั่วลั่ว เธอต้องให้พวกเราทำหน้าที่ของครอบครัวให้เต็มที่บ้าง
สิ!”
ฉู่ลั่วมองฉู่เหิงที่พูดด้วยน้าเสียงแหบแห้งไปเล็กน้อย ก่อนจะ
ขมวดคิ้วมุ่น “พี่ใหญ่ เรื่องมันไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่พี่คิดหรอกค่ะ”
“มันจะไม่ร้ายแรงได้ยังไง! เธอกับฮั่วเซียวหมิงจะถูกผนึกไปทั้งคู่
นะ นี่ยังไม่เรียกว่าร้ายแรงอีกเหรอ?”
ฉู่ลั่วจึงบอกออกไป “ไม่ใช่แค่พวกเราสองคนค่ะ!”
“…” น้าเสียงที่ตื่นตระหนกของฉู่เหิงชะงักไปทันที “อะไรนะ! ยังมี
ใครอีกอย่างนั้นเหรอ?”
“องค์กรที่หนูทำงานก็จะย้ายเข้าไปด้วยกันค่ะ”
ฉู่เหิงบอก “แต่ต่อให้เป็นองค์กร…”
“สำนักงานใหญ่ของกลุ่มบริษัทฮั่วก็จะย้ายเข้าไปด้วย” เธอบอก
ข้อเสนอที่ฮั่วเซียวหมิงตกลงกับฝ่ายรัฐบาลออกไป
การแสดงออกบนสีหน้าของฉู่เหิงดูแตกสลายไปอย่างสิ้นเชิง เขา
เอ่ยปากขึ้นว่า “ดังนั้นขนาดของพื้นที่ปิดผนึกก็คือ…”
“ก็ต้องดูว่าทางรัฐบาลจะจัดเตรียมแบ่งพื้นที่ออกมาให้ได้มากแค่
ไหนค่ะ”
ฉู่เหิงสงสัย “ไม่ได้มีแค่พวกเธอสองคน แต่ยังมีคนอื่นด้วยอีก?”
ฉู่ลั่วพยักหน้าตอบ “แน่นอนค่ะ ดูจากประชากรภายในประเทศ
ตอนนี้แล้ว น้อยมากที่จะมีพื้นที่ที่ไม่มีคนอาศัยอยู่”
ฉู่เหิง “สามารถเข้าออกได้ตามสบายเลยเหรอ?”
“นอกจากฮั่วเซียวหมิงแล้ว คนอื่น ๆ ก็สามารถเข้าออกได้ตาม
สบายค่ะ”
“เธอก็ด้วยเหรอ?”
“หนูอยู่ในฐานะที่จะเป็นคนปราบปรามมังกรปีศาจทำลายโลก ว่า
กันตามเหตุผลแล้วก็ไม่สามารถเข้าออกได้ตามอำเภอใจ แต่ขอแค่
รับรองได้ว่ามังกรปีศาจทำลายโลกจะไม่สามารถออกจากพื้นที่ปิด
ผนึกได้ หนูก็จะสามารถเข้าออกได้ตามสบายแล้วค่ะ”
มุมปากของฉู่เหิงกระตุกเล็กน้อย แล้วเขาก็ถอนหายใจออกมา
เบา ๆ “แบบนี้ก็หมายความว่า…เรื่องที่เผยแพร่บนอินเทอร์เน็ตมันทำ
ให้เกิดความสับสนขึ้นเหรอ?”
ฉู่ลั่วพยักหน้าอีกหน
ฉู่เหิงกุมขมับอย่างจนใจ “พี่เข้าใจแล้ว”
ก้อนหินที่เคยกดทับอยู่ภายในใจของเขาได้คลายออกไปแล้ว สี
หน้าของเขาจึงดูอ่อนโยนลงอย่างมาก
จากนั้นเขาจึงยกมือขึ้นมาวางบนศีรษะของฉู่ลั่วแผ่วเบา “ขอแค่
เธอสบายดี ไม่ได้มีใครไปบังคับ พี่ก็สบายใจแล้ว”
ฉู่ลั่วรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากฝ่ามือบนหัวของเธอจึงแย้มยิ้ม
ออกมา “ไม่มีใครบังคับหนูหรอกค่ะ”
ฉู่เหิงกลับไปที่โถงรับแขกแล้วเรียกพ่อแม่กับน้องชายทั้งสองคน
กลับไปพร้อมกัน
ซ่งเชียนหย่าอยากจะพูดคุยกับฉู่ลั่วอีกสักหน่อย แต่พอเห็นว่าสี
หน้าของฉู่ลั่วเรียบเฉย เธอก็กลืนคำพูดทุกคำลงไปทั้งหมด ไม่ได้พูด
อะไรออกมา
ฉู่เหว่ยฮ่าวถอนหายใจแล้วประคองภรรยาของตัวเองเดินออกไป
ทันทีเดินออกมาจากบ้านฉู่อวิ๋น ซ่งเชียนหย่าก็น้าตาร่วงรินลงมา
“เธอยังตำหนิพวกเราอยู่เลย”
ฉู่เหว่ยฮ่าวพูดขึ้น “ค่อยเป็นค่อยไปเถอะนะ! ลูกได้รับความ
เสียใจไปมากขนาดนั้น หากจะปล่อยวางยังไม่ได้ก็เป็นเรื่องปกติ”
หลังจากขึ้นไปบนรถแล้ว ฉู่เหว่ยฮ่าวก็เอ่ยถามฉู่เหิงทันที “ลั่วลั่ว
บอกว่ายังไงบ้าง? จะต้องปิดผนึกปราบปรามมังกรปีศาจเท่านั้นเลย
เหรอ? แล้วทางกลุ่มบริษัทฮั่วก็จะปล่อยให้เป็นแบบนี้น่ะเหรอ?”
ฉู่เหิงจึงเล่าเรื่องราวให้เขาฟังคร่าว ๆ
ฉู่จ้านพูดขึ้นมา “ดังนั้นสถานที่ปิดผนึกอะไรนั่น ใคร ๆ ก็
สามารถเข้าไปได้อย่างนั้นเหรอครับ?”
“เมื่อก่อนคงจะไม่ได้อย่างแน่นอน แต่ถ้าสำนักงานใหญ่ของกลุ่ม
บริษัทฮั่วย้ายเข้าไป ต่อให้สำนักเต๋าจะไม่เห็นด้วย ทางรัฐบาลก็ต้องมี
หนทางแน่ ๆ”
ฉู่เหว่ยฮ่าวขมวดคิ้วครุ่นคิด
ผ่านไปสักพัก เขาก็เงยหน้ามองไปทางฉู่เหิงแล้วถามเขา “อาเหิง
ลูกคิดว่ายังไง?”
ฉู่เหิงตอบไปตามตรง “แค่กลุ่มบริษัทฮั่วเพียงอย่างเดียวอาจจะ
ทำให้ทางรัฐบาลยังลังเลอยู่บ้าง แต่ถ้าเพิ่มตระกูลฉู่ของเราไปด้วย
พวกเขาคงไม่ไม่มีทางลังเลแบบนั้นแล้วครับ”
ฉู่เหว่ยฮ่าวพยักหน้าเข้าใจแล้วบอก “สำนักงานใหญ่อาจจะย้าย
เข้าไปเลยไม่ได้ แต่เราตั้งสำนักงานแยกไว้ทางนั้นอีกที่หนึ่งก่อนได้”
“เดี๋ยวพอกลับไปก็ติดต่อไปหาทางรัฐบาลเลยนะ”
ฉู่เหิงผงกศีรษะรับ