เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1472 สร้างปัญหาอีกแล้ว
ฉู่ลั่วกำลังจะเอ่ยปาก หยางไต้ก็พูดแทรกเธอขึ้นมาก่อน “เขา
เป็นคนที่มีความคิดเห็นเป็นของตัวเองตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าเรื่องอะไรก็
จัดการเองทั้งหมดเลย ไม่ชอบมาปรึกษาพวกเรา”
“แต่ว่านะ…การตัดสินใจของเขาส่วนใหญ่มักจะมีผลลัพธ์ที่ดี
หมดเลยนะจ๊ะ”
เธอยังต้องพูดถึงข้อดีของเจ้าลูกชายโง่เง่าคนนี้เสียบ้าง
“แต่ว่านะอาจิ่ว ต่อไปถึงลูกมีเรื่องอะไรแล้วไม่ปรึกษาพวกเราก็
ช่างเถอะ แต่ต้องปรึกษาลั่วลั่วด้วย!”
ฮั่วเซียวหมิงมองฉู่ลั่ว “ครับ! ผมรู้แล้ว”
ได้ยินดังนั้นหยางไต้ถึงได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“พี่ลั่ว!” มีเสียงตะโกนดังลั่นมาจากนอกประตู
ในจังหวะเดียวกันซ่งจือหนานวิ่งเข้ามาจากข้างนอก ด้านหลัง
เขายังมีคนตระกูลซ่งที่กำลังเดินตามมาอย่างเร่งรีบ และด้านหลังสุดก็
คือเลขาเสี่ยวลู่
ทันทีที่เข้ามาได้ก็เห็นคนตระกูลฮั่วกำลังนั่งอยู่ในห้องรับแขก
และหยางไต้ที่ขอบตาแดงก่าอย่างเห็นได้ชัด
ฉิงจื่อฉิงตกใจมาก “ลั่วลั่ว เรื่องที่คนอื่นพูดกันในอินเทอร์เน็ต
เป็นความจริงเหรอ!”
ซ่งจือหนานก็ตกใจเหมือนกัน “พี่ลั่ว พี่เก่งขนาดนั้นยังต้องถูก
ผนึกไว้ด้วยเหรอครับ?”
เขาเดินเข้าไปหาเธอด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
ซ่งจือหนานมองฮั่วเซียวหมิงอย่างละเอียด แล้วอดพูดไม่ได้ว่า
“ต่อให้ประธานฮั่วเป็นมังกรปีศาจทำลายโลกกลับชาติมาเกิดจริง ๆ
แต่มันไม่มีวิธีอื่นแล้วเหรอครับ?”
คนตระกูลซ่งต่างร้อนใจมาก
ฉู่ลั่วจึงยืนขึ้น “ป้าฉิงคะ เรื่องราวไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่พวกคุณ
คิดหรอกนะคะ”
เธออธิบายแผนการทั้งหมดให้ฟังคร่าว ๆ
ซ่งจือหนานถอนหายใจเสียงหนัก ก่อนจะนั่งลงบนโซฟาเพราะ
รู้สึกเข่าอ่อน “ผมตกใจหมดเลยนะ ผมนึกว่าพี่ลั่วจะถูกผนึกไว้ในดิน
เหมือนอย่างอินเทอร์เน็ตบอกไว้ หลังจากถูกผนึกก็จะกลายเป็นภูเขา
เป็นรูปปั้นอะไรทำนองนั้น…”
“ที่แท้ก็แค่เปลี่ยนสถานที่อยู่! ยังดี ยังดีจริง ๆ !”
ความจริงพวกเขาไม่ได้ตกใจขนาดนั้น แต่เพราะเกล็ดความรู้ใน
อินเทอร์เน็ตมันชวนให้น่าตกใจเกินไป
ฉิงจื่อฉิงก็โล่งใจเช่นกัน “แผนการนี้ดีนะ ต่อให้ทางฝั่งสำนักเต๋า
อยากพูดอะไรมากไปกว่านี้ แต่เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของเมืองเมือง
หนึ่ง ทางฝั่งรัฐบาลก็ต้องคิดหนักแน่นอน”
ซ่งอวิ๋นชิงถอนหายใจ “เรื่องนี้บนอินเทอร์เน็ตส่งเสียงกันดัง
เกินไปแล้ว”
“รัฐบาลเองก็คงไม่คิดจะลงโทษคนคนหนึ่งด้วยเหตุผลว่าเขาเป็น
อะไรกลับชาติมาเกิดอยู่แล้ว”
“แต่เพราะตอนนี้เป็นช่วงเวลาพิเศษ จึงต้องแสดงท่าทีอะไร
ออกมาบ้าง”
ตั้งแต่ลั่วลั่วไลฟ์สตรีมมา รูปแบบต่าง ๆ ภายในประเทศก็เกิดการ
เปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่มาก
ทั้งเรื่องปีศาจเอย!
ภูตผีเอย!
ยมโลกเอย!
ทั้งหมดนี้ไม่ได้กลายเป็นเรื่องลี้ลับอีกต่อไปแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นในสังคมยังมีเรื่องการใช้คาถาทำรายผู้คนอยู่เยอะ
มากจริง ๆ
“ลั่วลั่ว พวกเราจะช่วยอะไรหนูได้บ้าง?”
ฉู่ลั่วส่ายหน้าตอบ “ตอนนี้คงต้องดำเนินการตามแผนไปก่อนค่ะ
ทุกอย่างจะราบรื่นเอง”
สิ้นเสียงเธอก็ตามมาด้วยเลขาเสี่ยวลู่ที่เอ่ยปากด้วยสีหน้ายากจะ
อธิบาย “ตระกูลซ่งให้การสนับสนุนนโยบาลของรัฐบาลมาโดยตลอด
การฟื้นฟูเมืองให้มีความเจิรญรุ่งเรือง ซ่งกรุ๊ปก็จะอุทิศพลังของตัวเอง
ด้วย”
ซ่งจือหนานชะงักไปในตอนแรกก่อนจะเบิกตากว้าง
ซ่งอวิ๋นชิงพยักหน้าด้วยความพอใจ แล้วมองลูกชายที่ทำท่าทาง
โง่เง่าของตัวเองด้วยสายตารังเกียจ
ฉิงจื่อฉิงก็พูดด้วยความดีใจว่า “ผิงผิงพูดถูกแล้ว ซ่งกรุ๊ปของ
พวกเราทำตามนโยบายของรัฐมาตลอด”
หลังเรื่องได้รับการแก้ไข คนจากทั้งสองครอบครัวจึงสงบสติ
อารมณ์ลงได้ไม่น้อย
“คุณหนู!” หัวหว่านรีบร้อนเดินเข้ามาแต่ไกล ในมือเธอยังถือ
โทรศัพท์เอาไว้ “คนนั้น…นักพรตหงฟางคนนั้นออกมาสร้างปัญหา
อีกแล้วค่ะ!”
เธอเดินมาหาพลางบ่นไปด้วย “อายุมากขนาดนี้แล้วยังไม่รู้จัก
อยู่อย่างสงบบ้างเลย!”
เธอไม่ได้ส่งโทรศัพท์ให้ฉู่ลั่ว แต่เปิดโทรทัศน์ขึ้นมาแล้วส่ง
เนื้อหาในโทรศัพท์มือถือขึ้นฉายบนจอโทรทัศน์
ทุกคนต่างมองไปยังหน้าจอโทรทัศน์
บนหน้าจอขนาดใหญ่นั้นมีนักพรตหงฟางซึ่งสวมชุดคลุม
นักพรตสีทอง ในมือถือแส้หางจามรี สีหน้าเคร่งขรึม
ในตอนนี้ เขาไม่ได้วางท่าสูงส่งราวกับเทพเซียนเหมือนก่อนหน้า
นี้แล้ว แต่กลายเป็นคนเคร่งขรึมจริงจังขึ้นมาก
สิ่งนี้ทำให้คนที่กำลังดูวิดีโอต่างรู้สึกเคารพเขาขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว