เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1488 ท่าทางที่เปลี่ยนไป
“เดินทางปลอดภัย ขับรถช้า ๆ หน่อย”
ซู่เซี่ยงหยางยืนอยู่หน้าประตูองค์กร โบกมือให้รถที่ขับออกไป
ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“หัวหน้าซู่ ช่วยควบคุมรอยยิ้มบนหน้าคุณหน่อยได้ไหม! ไม่เห็น
เหรอว่าพวกเขาตกใจจนพูดไม่ออกสักประโยคแล้ว?”
ซู่เซี่ยงหยางลูบหน้าตนเอง “มันชัดเจนมากเลยเหรอ? ฉัน
พยายามคุมไว้แล้วแท้ ๆ !”
ไจ๋โหรวกลอกตามองบน
เธอเองก็ยังรู้สึกหวาดผวาอยู่ “เจ้านิกายกล้าหาญมากจริง ๆ
บอกว่าจะลงมือก็ลงมือ ทำลายจิตธรรมญาณ แถมยังทำลายจนสิ้น
ซากด้วย”
แค่คิดถึงสภาพแบบนั้นของนักพรตหงฟาง ในใจเธอรู้สึกสะใจแต่
ในขณะเดียวกันก็รู้สึกหวั่นกลัว
ซู่เซี่ยงหยางสีหน้าผ่อนคลายมาก “ก็ต้องให้พวกเขารู้สึก
หวาดกลัวบ้าง! ก่อนหน้านี้ฉู่ลั่วลงมืออ่อนโยนเกินไป พวกเขาเลยได้
ใจไม่เลิก ฉันไม่เชื่อหรอกว่าหลังจากนี้พวกเขาจะยังกล้ามายั่วยุเจ้า
นิกายอีก!”
“ไม่กล้าแน่นอน ไม่กล้าแน่นอน!”
ไจ๋โหรวโบกมือรัว ๆ อย่าว่าแต่นักพรตกลุ่มนั้นเลย แม้แต่เธอก็
ยังกลัวอยู่เล็กน้อย
เมื่อหันหลังเดินเข้าไปในองค์กรก็เห็นจี้ไจ่ยังยืนอยู่ที่เดิมด้วยสี
หน้าแปลกประหลาด
“นายก็ตกใจกับการกระทำของเจ้านิกายเหรอ? วางใจเถอะ! เจ้า
นิกายทำกับหงฟางแบบนั้น เพราะหงฟางทำความผิดเอาไว้มากมาย”
“พวกเราตรวจสอบมาได้แล้ว หงฟางเคยใช้คนธรรมดาเพื่อ
บำเพ็ญและยังใช้วิชาเต๋าไปทำร้ายคนธรรมดาอีก!”
“แม้แต่นักพรตในลัทธิเต๋าของพวกเราบางคน ก็เคยถูกเขาลอบ
ทำร้าย!”
“เพื่อเพิ่มพลังวิญญาณของตัวเอง เขาทำเรื่องรุนแรงไร้เหตุผล
ไปมากมาย”
“เจ้านิกายไม่ได้ทำลายจิตธรรมญาณของเขาเพราะความแค้น
ส่วนตัวหรอก”
การทำลายจิตธรรมญาณของนักพรตหงฟางก็เพื่อเตือนคนทั้ง
ลัทธิเต๋า ว่าให้พวกเขาอยู่ในความสงบเสียบ้าง
หลังจี้ไจ่ได้ฟัง สีหน้าของเขาก็ยังไม่ดีขึ้น เขาเพียงแค่ดึงสายตา
ของตนกลับมา แล้วเดินตามหลังไจ๋โหรวไป
“เธอจะไปไหม?”
ไจ๋โหรว “อะไร?”
“ตามองค์กรไปยังสถานที่ผนึก!”
“ต้องไปแน่นอนอยู่แล้ว!” ไจ๋โหรวพูดอย่างมั่นใจ “ถึงยังไงชีวิตนี้
ฉันก็จะติดตามเจ้านิกายไปตลอดอยู่แล้ว เจ้านิกายไปไหน ฉันก็ไปที่
นั่น!”
“แล้วนายไม่ไปเหรอ?”
จี้ไจ่ก้มหน้า “ฉันไม่รู้!”
“จี้ไจ่ นายจะทอดทิ้งพวกเราเหรอ?”
จี้ไจ่ยิ้มขมขื่น เขาหันไปมองรถที่ขับออกไป
เมื่อครู่นี้ตอนที่นักพรตเทียนหลัวจะกลับไป อีกฝ่ายได้พูดกับเขา
หนึ่งประโยคว่า “รีบออกจากองค์กรให้เร็วที่สุด”
เขาเข้าใจอาจารย์ของตนเอง
ในแววตานั้นมีความหวาดกลัวฉู่ลั่วอยู่ ขณะเดียวกันก็มีความ
กังวลต่ออนาคตขององค์กร
ไจ๋โหรวยังวิเคราะห์ต่อไปถึงประโยชน์ของการติดตามฉู่ลั่ว
ทันใดนั้นก็ได้ยินจี้ไจ่พูดว่า “มีคนอยู่เบื้องหลังหงฟาง!”
ไจ๋โหรว “หา! ใคร!”
หงฟางเป็นผู้อาวุโสสูงสุดของลัทธิเต๋าแล้ว
เจ้านิกายเอาชนะหงฟางได้ ยังจะมีใครที่เก่งกว่าหงฟางอีก!
จี้ไจ่จิตใจไม่สงบเอาเสียเลย
ใช่แล้ว!
หงฟางคือคนที่เก่งที่สุดในลัทธิเต๋า อย่างน้อยก่อนที่ฉู่ลั่วจะลงมือ
ในครั้งนี้ ทุกคนต่างยอมรับว่าเขาเป็นคนที่เก่งที่สุด
แต่ฉู่ลั่วเอาชนะเขาได้แล้ว
คนที่อยู่เบื้องหลังหงฟางยังจะมีใครได้อีกล่ะ?
…….
บ้านตระกูลไจ๋
รถจอดนิ่งอยู่หน้าประตูใหญ่บ้านตระกูลไจ๋
ไจ๋ฉางลงมาจากรถ รถอีกคันที่ตามหลังมามีคนรุ่นหลังอีกหลาย
คนยกหงฟางออกมาจากบนรถ
“หัวหน้าตระกูล ตอนนี้จะทำยังไงกับผู้อาวุโสดีครับ? จะพาไปส่ง
ที่อยู่ก่อนหน้านี้หรือเปล่าครับ?”
เท้าข้างหนึ่งของไจ๋ฉางเหยียบลงบนขั้นบันได ก่อนจะหันกลับมา
มอง “นั่นเป็นบ้านพักสำหรับแขกที่มีเกียรติ เขาเป็นแค่คนแก่ธรรมดา
ที่ใกล้ตายแล้ว มีคุณสมบัติอะไรถึงต้องเข้าไปอยู่?”
คนรุ่นหลังหลายคนมองหน้ากัน ไม่รู้จะทำอย่างไรดี
ไจ๋ฉาง “ส่งไปบ้านพักคนชราที่ใกล้ที่สุด”
พูดจบก็เดินเข้าบ้านตระกูลไจ๋ไปโดยไม่หันมามองอีก
“แก…แก…”
หงฟางในตอนนี้สายตามองเห็นไม่ชัด หูก็ได้ยินไม่ชัดเจนแล้ว
แต่เขารู้สึกได้ถึงท่าทางที่เปลี่ยนไปของผู้คนรอบตัว
“พวกแก…พวกแก…”
คนรุ่นหลังในตระกูลไจ๋เห็นว่าหัวหน้าตระกูลไม่ได้สนใจอะไรแล้ว
จึงโยนหงฟางเข้าไปในรถอย่างขอไปที ก่อนจะขับรถไปยังบ้านพัก
คนชราที่ใกล้ที่สุด มอบเงิน และมอบคนให้ดูแล