เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1490 ส าเร็จโทษผู้บ าเพ็ญ
[ไม่รู้ว่าราคาอสังหาริมทรัพย์จะขึ้นบ้างไหม]
[เหอะ! ลัทธิเต๋านี่ไม่ทำอะไรที่เป็นประโยชน์สักอย่าง เอาแต่เร่ง
อยู่ได้ทุกวี่ทุกวัน จะเร่งทำไม! ตี้จิงของเราก็ต้องการตระกูลฮั่วมาก
เหมือนกันรู้ไหม]
[ลัทธิเต๋าสุดยอดตรงไหนกันถึงกล้าแหย็มแม้แต่กับตระกูลฮั่ว
ขนาดเทพธิดาน้อยของเรายังกล้าดูถูก]
[พวกเธอไม่เห็นข่าวในอินเทอร์เน็ตเมื่อช่วงก่อนเหรอ แต่ละ
อย่างแสร้งทำเป็นคนดีกันทั้งนั้น นอกจากหลอกล่อเหมือนพวกสิบ
แปดมงกุฎแล้ว ไม่มีปัญญาทำอะไรอย่างอื่นทั้งนั้น]
คนทั้งโลกออนไลน์เข้าสู่ช่วงตำหนิลัทธิเต๋าอีกครั้ง
โดยเฉพาะคนในตี้จิงที่ต่างพากันด่าทอทุกคนในลัทธิเต๋ากันจน
ทั่วหน้า
“เรื่องนี้เราไม่ได้เร่งสักหน่อย มีสิทธิ์อะไรมาว่าพวกเรา”
ไจ๋ฉางโยนโทรศัพท์ไปอีกด้านด้วยความโมโห
เขาถลึงตาใส่ไจ๋โหรว “เธอมาทำไม เธออยู่ที่องค์กรนั่นก็ดีอยู่
แล้วไม่ใช่เหรอ”
ไจ๋โหรวยื่นกระดาษในมือไปให้พลางกล่าว “ฉันมาถ่ายทอด
คำสั่งของเจ้านิกาย”
“คำสั่งอะไร”
ไจ๋ฉางรับมาโดยไม่คิดมาก กวาดตาตัวอักษรบนกระดาษเพียง
แวบเดียวก็ผุดลุกขึ้นมาทันที “นี่…นี่มัน…”
“เธอตั้งใจจะทำอะไรกันแน่”
ไจ๋โหรวตอบ “สำเร็จโทษบรรดาผู้บำเพ็ญของลัทธิเต๋าที่ทำร้าย
คนอื่นไงคะ”
ไจ๋ฉางส่งเสียง “ประชาพิจารณ์น่ะเหรอ”
“ใช่ค่ะ!”
“ใช่กับผีน่ะสิ” ไจ๋ฉางอดสบถไม่ได้ มือที่จับกระดาษของเขาสั่น
เทาเล็กน้อย “เธอหมายความว่ายังไง ไม่สนแม้แต่หน้าตาของลัทธิ
เต๋าแล้วเหรอ”
ไจ๋โหรวมีสีหน้าไม่ยี่หระ “ถ้าหัวหน้าตระกูลไม่พอใจจะไม่ไปก็ได้
นะคะ”
ไจ๋ฉางกระแทกกระดาษกับโต๊ะ “ฉันต้องไม่ไปอยู่แล้ว”
“แต่เจ้านิกายบอกว่า ถ้าใครไม่ไปเธอจะมาถามหาเหตุผลถึงที่
ด้วยตัวเอง”
ไจ๋ฉางชะงักกึก
หันกลับไปมองไจ๋โหรวด้วยท่าทางแข็งทื่อ
“ด้วยตัวเอง!”
“มาถึงที่?”
ไจ๋โหรวพยักหน้า
หัวสมองไจ๋ฉางนึกไปถึงหงฟางอย่างอดไม่ได้ รวมถึงจิตสังหารที่
พลุ่งพล่านจากตัวฉู่ลั่วในตอนนั้นด้วย เขาค่อย ๆ หยิบกระดาษแผ่น
นั้นขึ้นมาอีกครั้งแล้วเอ่ย “ฉันขออ่านให้ละเอียดก่อน”
ในใจไจ๋โหรวรู้สึกดูแคลนเหลือแสน เธอกล่าวออกไป “ในเมื่อฉัน
มาแจ้งข่าวแล้วก็ขอตัวก่อนนะคะ ยังมีตระกูลอื่นที่ต้องไปแจ้งข่าวต่อ”
ไจ๋ฉางรีบโบกมือ
ท่าทางอยากให้เธอรีบหายไปซะ
รอจนไจ๋โหรวไปแล้ว ไจ๋ฉางถึงผ่อนลมหายใจออกมาเบา ๆ เขา
จดจ้องตัวอักษรไม่กี่แถวบนกระดาษด้วยสายตาเย็นเยียบ
ประชาพิจารณ์ผู้บำเพ็ญลัทธิเต๋า
การประชาพิจารณ์นี้ต้องเปิดสาธารณะขนาดไหนกัน
แล้วเปิดไปถึงขั้นไหน
ถึงขั้นสั่งให้ทุกคนในลัทธิเต๋าไปให้หมด
ทั้งหมดเหรอ
นี่ไม่ใช่แค่จะตบหน้าลัทธิเต๋าแล้ว แต่ยังเป็นการเตือนลัทธิเต๋า
ด้วย
เพียงไม่นานก็ถึงวันสำเร็จโทษผู้คนในลัทธิเต๋า
ผู้บำเพ็ญทุกคนในลัทธิเต๋าที่แค่มีชื่อในลัทธิล้วนต้องไปถึงที่
และที่นั่น…
ตั้งอยู่ในพิกัดเดียวกันกับองค์กรปัจจุบัน
มันคือสนามกีฬาใหญ่ที่ฉู่ลั่วใช้สู้กับหงฟาง
ไม่รู้ว่าเป็นความจงใจขององค์กรหรือคราบเลือดเหล่านั้นล้าง
ออกได้ยากจริง ๆ
คราบเลือดจากจุดที่หงฟางตกลงมาจนป่านนี้ก็ยังคงอยู่
ทำเอาเหล่าผู้บำเพ็ญของลัทธิเต๋าหวาดหวั่นใจ
รอจนผู้บำเพ็ญมากันครบ ผู้บัญชาการเฒ่าขึ้นเวทีด้วยสีหน้า
แย้มยิ้มตามปกติ เขาหยิบไมค์มาเอ่ยด้วยน้าเสียงนุ่มนวล “ครั้งนี้ที่
เรียกทุกคนมาไม่ได้มีจุดประสงค์อื่น ตอนนี้ชื่อเสียงของลัทธิเต๋าใน
หมู่ประชาชนไม่ค่อยดีเท่าไร”
“ทั้งหมดเป็นเพราะพวกปลาเน่าในเข่ง”
“ขอแค่กำจัดปลาเน่าในเข่งเหล่านี้ออกไป ด้วยความสามารถ
ของลัทธิเต๋า ต้องกอบกู้ชื่อเสียงในหมู่ประชาชนได้อย่างรวดเร็ว
แน่นอน”
“ทางรัฐบาลก็จะสนับสนุนลัทธิเต๋าด้วย”
ผู้บำเพ็ญลัทธิเต๋าหัวเราะแห้ง ๆ
ผู้บัญชาการเฒ่าไม่พูดอะไรมากไปกว่านั้น เขาให้ซู่เซี่ยงหยาง
เริ่มพาเหล่าผู้บำเพ็ญที่กระทำความผิดขึ้นมา
ผู้บำเพ็ญเหล่านี้ต่างอยู่ดีมีสุขในองค์กรจากช่วงที่ผ่านมา
ต่อให้ต้องผ่านการสอบสวนก็เป็นการสอบสวนที่ผ่อนคลาย
สบายใจ
พวกเขาไม่รู้สึกกังวลสักนิดว่าองค์กรจะทำอะไรพวกเขา
ถึงยังไงบางคนในพวกเขาก็เป็นคนจากตระกูลลัทธิเต๋า บางคน
เป็นถึงลูกชายหัวหน้าตระกูล
องค์กรยังจะกล้ามีเรื่องกับตระกูลเหล่านี้เหรอ
เพราะอย่างนั้น ขณะพาตัวพวกเขาขึ้นมา แต่ละคนจึงมีสีหน้าอิ่ม
เอิบ บางคนถึงขั้นยังคุยกันเสียงเบา