เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1492 น าหลักฐานออกมา
หลัวเฟิงไม่ทันปริปาก พ่อของเขาก็ยืนขึ้นก่อน “ในเมื่อพิพากษา
แล้วก็ไม่จำเป็นต้องดูหลักฐานอีก สำเร็จโทษได้เลย”
“พ่อครับ!”
หลัวเฟิงไม่คิดเลยว่าพ่อตัวเองจะพูดแบบนี้
แต่คุณพ่อหลัวไม่ได้มองเขา เอาแต่จดจ้องซู่เซี่ยงหยาง รวมถึง
ชำเลืองมองฉู่ลั่วที่นั่งบนเก้าอี้ด้วยหางตา แล้วรู้สึกหวั่นใจ
หวังว่า…
หวังว่าฉู่ลั่วจะไว้หน้าตระกูลหลัวของพวกเขาอยู่บ้าง
เขาภาวนาในใจ
“ในเมื่อนักโทษไม่ยอมรับก็นำหลักฐานออกมา!”
คุณพ่อหลัวตื่นตกใจ หันมองฉู่ลั่วด้วยความตะลึง “เจ้านิกาย
ต้องทำถึงขนาดนี้จริง ๆ เหรอ”
ฉู่ลั่วตอบ “ถ้าไม่นำหลักฐานออกมา พวกคุณจะยอมรับเหรอคะ”
“ยอมรับ! ฉันยอมรับ!” คุณพ่อหลัวร้องลั่น
ฉู่ลั่วเบนสายตาไปมองผู้บำเพ็ญคนอื่น
ผู้บำเพ็ญคนอื่น ๆ ก็มีสีหน้าไม่สู้ดีเท่าไรแล้วในเวลานี้
การพิพากษาต้องดูที่หลักฐานกันอยู่แล้ว
แต่ถ้านำหลักฐานออกมาจริง ๆ …
พวกเขามองสีหน้าคนตระกูลหลัว ชั่วขณะหนึ่งไม่รู้ว่าควรเลือก
ยังไงดี
คุณพ่อหลัวขมวดคิ้วมองผู้บำเพ็ญรอบ ๆ เห็นพวกเขาต่างนิ่ง
เงียบไม่พูดจา
ฉู่ลั่วเอ่ยขึ้น “ถ้าอย่างนั้นนำหลักฐานออกมาแล้วไต่สวนไปทีละ
คนเลยค่ะ จะได้ไม่มีใครว่าองค์กรของเราได้ว่าปฏิบัติโดยไร้ความเป็น
ธรรม”
“ครับ!”
ซู่เซี่ยงหยางกดปุ่มเปิดหน้าจอใหญ่ ผ่านไปไม่นานก็มีรูปร่างของ
วิญญาณอันเลือนรางปรากฏบนจอ
เป็นวิญญาณของนักศึกษาสาวที่ถูกหลัวเฟิงข่มขืนและทำร้าย
จนถึงแก่ชีวิต ข้าง ๆ เธอยังมีวิญญาณของพ่อแม่ประกบอยู่ด้วย
วิญญาณนักศึกษาสาวเล่าประสบการณ์แสนเจ็บปวดที่ตัวเอง
ได้รับอย่างเชื่องช้า
พ่อแม่ของเธอก็เล่าถึงเหตุการณ์พิศวงที่ตัวเองได้เจอก่อนตาย
พวกเขาขับรถไปเจอผีสาวชุดแดง ถูกผีอำตอนกลางคืน พอขึ้น
ลิฟต์ก็ถูกผีสามสี่ตนคอยตามติด…
พวกเขาเป็นผีไปแล้วจึงเล่าด้วยสายตาว่างเปล่า
จนกระทั่งท้ายที่สุด วิญญาณพ่อกับแม่มองกล้องพร้อมกัน ราว
กับต้องการมองจ้องหลัวเฟิงซึ่งยืนอยู่ด้านนอกผ่านกล้อง
“ทำไมต้องทำร้ายลูกสาวของฉัน”
“ลูกสาวของฉันฉลาดขนาดนั้น สวยขนาดนั้น เป็นเด็กดีขนาด
นั้น ทำไมนายต้องทำร้ายเธอ”
“ฉันได้ยินว่านายเป็นนักพรต นักพรตต้องช่วยเหลือผู้คนไม่ใช่
เหรอ ทำไมถึงทำร้ายผู้คนล่ะ”
“พวกนายทำร้ายคนอื่นได้ยังไง”
พูดไปพูดมา รอยเลือดก็เริ่มซึมออกมาจากดวงตาของพวกเขา
ขณะจดจ้องกล้องด้วยความโกรธแค้นชิงชัง
หลัวเฟิงซึ่งอยู่นอกกล้องอดรู้สึกหวาดกลัวไม่ได้
ผู้บำเพ็ญที่เหลือสะท้านใจกับประโยค ‘นักพรตต้องช่วยเหลือ
ผู้คนไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงทำร้ายผู้คนล่ะ’ ของครอบครัวพวกเขาจน
พูดอะไรไม่ออก
ผู้บำเพ็ญมีหน้าที่กำจัดปีศาจมารร้าย
ถือตนว่าคงอยู่เพื่อผดุงคุณธรรม
แต่ตอนนี้ล่ะ
ผู้บำเพ็ญบางคนละอายใจจนก้มหน้า
และมีบางคนหันมองทางตระกูลหลัวด้วยสายตาเย็นชา
ยังมีผู้บำเพ็ญจำนวนหนึ่งจ้องมองลูกศิษย์หรือญาติของตัวเอง
บนเวที สีหน้าแต่ละคนล้วนกระอักกระอ่วน
หรือว่าต่อไป พวกเขาก็ต้องเผชิญกับการไต่สวนและการคาดคั้น
อย่างนี้เหมือนกัน
ซู่เซี่ยงหยางปิดหน้าจอ แล้วหันไปมองหลัวเฟิง “พวกเราได้ตาม
หาคลิปที่เกี่ยวข้อง และคำบอกเล่าจากพยานตามหลักฐานของอีก
ฝ่าย ยังจะดูต่อไหมครับ”
หลัวเฟิงตกใจจนพูดไม่ออกสักคำ
“ไม่ต้องหรอก” คุณพ่อหลัวยืนนิ่ง น้าเสียงแข็งกระด้าง “ฉันเชื่อ
ใจเจ้านิกาย เชื่อใจองค์กร ในเมื่อเขากระทำความผิด ก็ควร…ถูก
ลงโทษตามกฎหมาย”
“แบบนี้ก็ดี ถึงยังไงเวลาของทุกท่านล้วนมีค่า ไม่ควรเสียไปกับ
พวกไร้ประโยชน์เรื่อย ๆ” ฉู่ลั่วโบกมือ สมาชิกองค์กรคนหนึ่งนำ
เอกสารจำนวนหนึ่งยัดใส่มือคุณพ่อหลัวแล้วกล่าว
“ทั้งหมดนี้คือหลักฐานที่หลัวเฟิงก่ออาชญากรรม”
“คุณลองดูก่อนนะครับ มีตรงไหนไม่พอใจค่อยบอกอีกทีก็ได้
ครับ”
เอกสารปึกหนาถูกวางบนมือคุณพ่อหลัว
คุณพ่อหลัวหัวเราะแห้ง ๆ พลิกดูเพียงไม่กี่หน้าก็หยุดมือ แล้วปิด
เอกสารตามเดิมด้วยสายตาที่เย็นชามากขึ้น
สมาชิกองค์กรนำเอกสารอีกหลายปึกแจกจ่ายไปตามแต่ละ
ตระกูล
“หากทุกท่านมีความเห็นแย้ง สามารถบอกได้ทุกเมื่อครับ”
“นี่เป็นครั้งแรกที่ลัทธิเต๋ารับการลงโทษ รายละเอียดทุกอย่างถูก
กำหนดและตรวจสอบโดยสมาชิกองค์กรกับเจ้านิกาย”
“หลังจากนี้ พวกเราจะจัดตั้งแผนกสอบสวนและพิพากษาของ
ลัทธิเต๋าโดยเฉพาะ ท่านใดเห็นต่างสามารถโต้แย้งได้ครับ”
จะให้ฉู่ลั่วออกโรงเองกับเรื่องอย่างนี้ตลอดไปก็คงไม่ได้!
การตรวจสอบครั้งนี้เป็นไปอย่างละเอียด
อาชญากรรมบางอย่างที่แม้แต่คนในตระกูลตัวเองยังไม่รู้ก็ถูกสืบ
จนพบทั้งหมด