เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1493 กลัวทุกท่านจะไม่เชื่อใจ
คนที่ไม่มีอาชญากรในตระกูลจ้องมองคนเหล่านั้นด้วยสายตา
ใคร่รู้ และเห็นว่าหลังจากคนเหล่านั้นอ่านเอกสารแล้วก็ต่างมีสีหน้า
ย่าแย่จนถึงขีดสุด
บางคนไม่แม้แต่จะอ่านต่อ ปิดเอกสารลงทันที “เดรัจฉานอย่างนี้
เชิญลงโทษตามสบายเถอะ!”
“อาจารย์!”
ผู้บำเพ็ญบนเวทีได้ยินน้าเสียงเย็นชาของอาจารย์ตัวเองแล้ว
ร้องไห้ออกมาด้วยความตื่นตระหนก “อาจารย์ต้องช่วยผมนะครับ”
อาจารย์ของเขากลับแค่นเสียงเย็น ออกแรงสะบัดเอกสารในมือ
“ให้ฉันช่วยแก แล้วใครช่วยพวกเขา”
ผู้บำเพ็ญถึงกับสะอึก
นั่นเป็นแค่คนธรรมดาเท่านั้น!
นั่นเป็นเพียงคนธรรมดาที่ช่วยให้เส้นทางฝึกตนของเขาสมบูรณ์
ขึ้นเท่านั้น!
คนธรรมดามีอยู่เป็นล้านคน ชาตินี้ตายไปก็ยังเกิดใหม่ชาติหน้า
ได้อยู่ดี!
ไม่แน่ชาติหน้าอาจจะได้เกิดในที่ที่ดีกว่า
เขาเลือกแต่คนที่รันทดและมีชีวิตแสนอัตคัดในชาตินี้
เขากำลังช่วยคนพวกนั้นอยู่นะ!
คำพูดเหล่านี้เขาโน้มน้าวตัวเองในใจรอบแล้วรอบเล่าก่อนเอา
ชีวิตคนพวกนั้นไป
ตอนนี้เขาอยากพูดโน้มน้าวอาจารย์ตัวเองด้วยประโยคเดียวกัน
แต่เขากลับพูดไม่ออก
เขาไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีกต่อไปแล้ว
ซู่เซี่ยงหยางประกาศบทลงโทษไปทีละคน ไม่มีใครก้าวออกมา
แย้งผลพิพากษาสักนิด
ผู้บำเพ็ญที่เหลือเห็นแล้วมีหรือจะยังไม่เข้าใจอีก
ไม่มีใครถูกใส่ร้ายทั้งนั้น
คนเหล่านี้ได้ทำสิ่งที่ไม่น่าให้อภัยจริง ๆ
หลังซู่เซี่ยงหยางอ่านจบ มักต้องถามทุกครั้ง “มีใครเห็นต่างไหม
ครับ”
ไม่มีใครตอบ
“ในเมื่อไม่มีใครเห็นต่าง ก็ให้สำเร็จโทษได้เลย”
สมาชิกองค์กรทั้งสองลากหลัวเฟิงออกมาอีกครั้ง หลัวเฟิงดีดดิ้น
โวยวายด้วยเสียงอันโหยหวนถึงที่สุด
ฉู่ลั่วเดินเข้ามา
เสียงของหลัวเฟิงพลันสั่นเครือ “เจ้านิกายครับ ผมผิดไปแล้ว!
เจ้านิกาย ผมไม่กล้าทำอีกแล้ว พ่อครับ ช่วยผมด้วย ผมไม่กล้าทำ
แล้วครับ! ผมไม่กล้าแล้วจริง ๆ”
ท่ามกลางเสียงตะโกนของเขา มือของฉู่ลั่วจรดลงเหนือหัว
ทุกคำพูดของหลัวเฟิงชะงักไป
ระดับพลังของเขาห่วยแตกเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ไม่เหมือนนักพรต
หงฟางที่มีพลังวิญญาณแน่นหนา เพียงไม่กี่วินาทีฉู่ลั่วก็ดึงมือ
กลับมา
หลัวเฟิงล้มไปกองกับพื้น
พลังวิญญาณอันน้อยนิดบนตัวสลายออกจากร่างเขา
เขากลายเป็นคนธรรมดาแล้ว
ผู้บำเพ็ญถูกพาตัวขึ้นมาคนแล้วคนเล่า และถูกฉู่ลั่วทำลายจิต
ธรรมญาณ
บางคนที่ก่อคดีร้ายแรงอย่างเช่นหลัวเฟิง หลังถูกทำลายจิตธรรม
ญาณแล้วยังต้องรับบทลงโทษทางกฎหมายต่อด้วย
เขาถูกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพาตัวไปเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ทันที
การสำเร็จโทษเป็นไปอย่างว่องไว
เพียงไม่นานก็ไม่เหลือผู้บำเพ็ญบนเวทีสักคน
ฉู่ลั่วดึงมือกลับ ผู้บำเพ็ญคนสุดท้ายถูกลากออกไป
รอบด้านว่างเปล่าปราศจากเสียงร้องโหยหวน และปราศจากสี
หน้าน่าสะพรึงกลัว
ฉู่ลั่วกล่าว “กับการไต่สวนในวันนี้ ทุกคนมีข้อเสนออะไรไหมคะ”
ข้อเสนอ?
ข้อเสนออะไร?
เธอคนเดียวบดขยี้จิตธรรมญาณคนไปตั้งมากมาย สีหน้าไม่มี
เหนื่อยล้าสักนิดไม่พอ แม้แต่พลังวิญญาณก็ยังเต็มเปี่ยมเป็นพิเศษ
จะให้พวกเขาเสนออะไรได้อีก!
ฉู่ลั่วเอ่ย “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว…”
“เจ้านิกายตั้งใจพามังกรปีศาจทำลายโลกไปยังสถานที่ผนึก
เมื่อไหร่” นักพรตเทียนหลัวก้าวออกมา
วันนี้มีคนจากตระกูลจี้เกิดเรื่องถึงสองคน
พวกเขาถูกทำลายจิตธรรมญาณ หลังจากนี้ก็ต้องรับโทษทาง
กฎหมายด้วย
ฉู่ลั่วหันมองนักพรตเทียนหลัว
นักพรตเทียนหลัวไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย เขาเอ่ย “เจ้านิกายคง
ไม่ได้คิดจะรอให้จัดแจงทุกอย่างที่มณฑลหนานจนเรียบร้อยแล้ว
ค่อยพามังกรปีศาจทำลายโลกไปยังสถานที่ผนึกใช่ไหม”
ฉู่ลั่วตอบ “นี่เป็นเรื่องที่ฉันกำลังจะพูดต่อไปค่ะ เจ็ดวันให้หลัง
ฉันจะพาฮั่วเซียวหมิงไปที่มณฑลหนาน”
“สถานที่ผนึกมีขนาดกว้างใหญ่ ฉันต้องการความช่วยเหลือจาก
ทุกท่าน”
“สถานที่ผนึกมีเงื่อนไขค่อนข้างมาก ต้องอนุญาตให้คนอื่น ๆ
นอกจากฮั่วเซียวหมิงเข้าออกไปได้ตามใจ แล้วยังต้องมีพลังมากพอ
ให้สะกดฮั่วเซียวหมิงด้วย”
“แบบนี้ฉันถึงต้องการความช่วยเหลือจากทุกท่าน รวมไปถึง
ความช่วยเหลือจากตระกูลจี้ด้วยค่ะ”
ม่านพลังของตระกูลจี้ทรงพลังที่สุดในลัทธิเต๋า
นักพรตเทียนหลัวอดเหน็บแนมไม่ได้ “เจ้านิกายเก่งกาจขนาดนี้
กางม่านพลังปิดผนึกคนเดียวไม่ไหวแล้วเหรอ”
หน้าตาฉู่ลั่วเรียบเรื่อยขณะตอบ “ฉันกางม่านพลังปิดผนึกคน
เดียวได้ค่ะ แต่กลัวทุกท่านจะไม่เชื่อใจฉัน”
“…”