เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1494 ข่มขวัญ
นักพรตเทียนหลัวพูดไม่ออก
ผู้บำเพ็ญจำนวนหนึ่งในที่นี้เองต่างก็มีสีหน้าย่าแย่ลง
พวกเขาไม่วางใจฉู่ลั่วในการกางม่านพลังอยู่แล้ว
ฉู่ลั่วเอ่ยต่อ “เจ็ดวันหลังจากนี้ หวังว่าทุกท่านจะไปยังมณฑล
หนานร่วมกับฉันเพื่อผนึกกำลังกางม่านพลัง”
“เรื่องนี้ก็เป็นความตั้งใจของทุกคนในลัทธิเต๋าไม่ใช่เหรอคะ”
ผู้บำเพ็ญทั้งหมดในนี้ได้แต่ฝืนยิ้มออกมา
ก่อนหน้านี้พวกเขาบีบบังคับให้ฉู่ลั่วผนึกฮั่วเซียวหมิงก็จริง แต่
พอได้ยินประโยคนี้ออกจากปากฉู่ลั่ว ทำไมถึงฟังดูถากถางพวกเขา
ขนาดนี้นะ
เหล่าผู้บำเพ็ญต่างออกจากองค์กรด้วยฝีเท้าหนักอึ้ง
หลังออกมาขึ้นรถที่หน้าประตู พวกเขาต่างหันกลับไปมองฉู่ลั่ว
ซึ่งยืนอยู่ตรงนั้น
เธออยู่ในชุดยาวผ้าฝ้ายสีขาวล้วน ม้วนผมด้วยปิ่นสีเขียวคราม
อันหนึ่ง
ไม่มีชุดคลุมและไม่มีการเกล้าผม เรียบเรื่อยราวกับเด็กสาว
วัยละอ่อนที่เห็นได้ทั่วไปตามท้องถนน
แต่ใครเล่าจะคิดว่าเมื่อครู่เธอบดขยี้จิตธรรมญาณของผู้บำเพ็ญ
ไปกว่าสิบคนได้อย่างง่ายดาย
เมื่อเห็นว่าเธอตอนนี้อยู่ในท่าทีเรียบนิ่ง เหล่าผู้บำเพ็ญต่างรู้สึก
ขนลุกขนพอง
ซู่เซี่ยงหยางเอ่ยขึ้นว่า “คราวนี้พวกเขาคงรู้จักกลัวบ้างแล้วล่ะ
ครับ”
ฉู่ลั่วตอบ “หลังจากนี้ฉันอาจต้องอยู่ที่มณฑลหนานสักพัก ถ้าไม่
ข่มขวัญกันอย่างนี้ ไม่รู้พวกเขาจะก่อเรื่องอีกขนาดไหน”
“ที่เจ้านิกายพูดมาถูกต้องแล้วครับ”
หยางเสียนยืนอยู่ข้างกายเขาขณะเอ่ย “ฉันไม่คิดเลยว่าในลัทธิ
เต๋าจะมีเรื่องราวโสมมมากมายขนาดนี้”
ก่อนหน้านี้มีการจัดการไปครั้งหนึ่งแล้ว เขาคิดว่าตั้งแต่ครั้งนั้น
ลัทธิเต๋าจะสงบเสงี่ยมขึ้นบ้าง
คิดไม่ถึงเลย…
“เป็นฉันไร้ความสามารถเอง”
เขาเป็นเจ้านิกายมาตั้งหลายปี แต่ไม่เคยรู้เลยว่าแท้จริงแล้วมีคน
โฉดชั่วซ่อนตัวอยู่มากมายขนาดนี้
แล้วยังจะมีคนบริสุทธิ์อีกขนาดไหนที่ต้องตายด้วยน้ามือผู้
บำเพ็ญลัทธิเต๋า
ซู่เซี่ยงหยางเอ่ยปลอบ “ไม่ใช่ความผิดของนักพรตชิงหยาง
หรอกครับ ถึงยังไงพวกเขาแต่ละคนก็เสแสร้งกันเก่งสุด ๆ”
ท่าทางทรงคุณธรรม สูงส่งประหนึ่งเทพเซียนจุติ…
ใครจะคิดกันว่ามีความโสโครกซ่อนอยู่ขนาดนี้
หยางเสียนหัวเราะฝืดเฝื่อน “ฉันทำหน้าที่เจ้านิกายได้…”
“แต่ยังดี คนที่เป็นเจ้านิกายในตอนนี้คือสหายฉู่”
“ตอนที่ฉันได้พบสหายฉู่ ก็รู้เลยว่าสหายฉู่ต้องทำได้แน่นอน”
ฉู่ลั่วพูด “…แน่ใจเหรอคะว่าไม่ใช่เพราะอยากสลัดความเละเทะนี้
ทิ้ง”
หยางเสียนถลึงตา “สหายฉู่พูดแบบนี้ได้ยังไง นี่คือตำแหน่งเจ้า
นิกายลัทธิเต๋าเชียวนะ ตำแหน่งที่คนมากมายอยากครอบครองแต่
ครอบครองไม่ได้ ทำไมพอออกจากปากเธอถึง…ฟังดูไม่ดีอย่างนี้”
เขาตบบ่าฉู่ลั่วพลางเอ่ย “สหายฉู่พยายามเข้านะ ฉันขอฝาก
อนาคตไว้กับเธอแล้ว”
ฉู่ลั่ว “…”
หยางเสียนโบกมือ พาเหล่าลูกศิษย์จากวัดชิงอวิ๋นกลับไป
ทันทีที่ขึ้นมานั่งบนรถ สีหน้าเขาเย็นยะเยือกลงทันใด แล้วบอก
กับลูกศิษย์ใต้บัญชาว่า “ฉันจะดูสิว่าหลังจากนี้ ใครในพวกแกจะกล้า
ผลีผลามทำอะไรไม่ดีอีก”
เหล่าลูกศิษย์สีหน้าซีดเซียว “อาจารย์ครับ พวกเราไม่เคยทำ
เรื่องไม่ดีนะครับ! พวกเราใจกล้าที่ไหนกัน”
ถึงแม้พวกเขาไม่เคยกระทำความชั่วจริง ๆ แต่วิธีการของฉู่ลั่วน่า
สะพรึงเกินไปแล้ว
ทำลายจิตธรรมญาณ
โหดร้ายยิ่งกว่าการฆ่าผู้บำเพ็ญ
หยางเสียนกวาดสายตามองลูกศิษย์ตัวเอง “โชคดีที่รอบนี้วัดชิ
งอวิ๋นรอดพ้น ไม่อย่างนั้น…ฉันจะลงมือสะสางด้วยตัวเอง”
เหล่าลูกศิษย์พยักหน้ารัว ๆ จนหัวแทบหลุด
หนึ่งวันต่อมา ทางการปล่อยออกมาอีกข่าว
‘หลังจากนี้ บริษัทในรายชื่อต่อไปนี้อยู่ภายใต้ความร่วมมือกับ
มณฑลหนาน’
ข้างใต้เป็นรายชื่อบริษัทและโครงการต่าง ๆ
บริษัทเหล่านี้ก็ได้รับการยอมรับจากทางการทั้งหมด
‘ตระกูลฉู่ขอสนับสนุนเมฆใสเฝ้ามองตะวัน’
‘ตระกูลซ่งไปด้วยกันนะ! เมฆใสเฝ้ามองตะวัน’
‘รอบนี้ตระกูลอันต้องพาฉันไปด้วย! เมฆใสเฝ้ามองตะวัน’
บริษัทอีกมากมายพากันคอมเมนต์เมฆใสเฝ้ามองตะวันอยู่
ด้านล่างข้อความ
คราวนี้ชาวเน็ตตะลึงกันไปหมด
[เดี๋ยวสิ ที่เขาไปกันได้ล้วนเป็นเพราะเทพธิดาน้อยนะ ไม่ใช่
เพราะความก้าวหน้าของมณฑลหนานเลย!]
[ผิดแล้ว เพราะใครจะไปนั้นไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือหลังบริษัท
พวกนี้ไปแล้ว มณฑลหนานจะเกิดความก้าวหน้า!]
[เวลาแบบนี้ ฉันอดด่าไม่ได้ ลัทธิเต๋าเวรตะไลอะไรกันเนี่ย!]