เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1495 พันธสัญญาสัตว์เลี้ยงทิพย์
[เทพธิดาน้อยของพวกเรายังเป็นเจ้านิกายอยู่ยังถูกพวกเขา
รังแก! คลิปนั้นล่ะ ทำไมถึงถูกลบออก บัญชีนั้นล่ะ ทำไมถึงถูกลบ
ออก ฉันยังด่าไม่พอด้วยซ้า!]
[ฉันต้องกลับมณฑลหนานแล้วจริง ๆ]
[ไปซื้อบ้านที่มณฑลหนานตอนนี้ยังทันอยู่ไหม]
[บริษัทฮั่วก็จะย้ายไปแล้ว รัฐบาลตี้จิงยอมได้ยังไง]
ชั่วขณะนั้น คนทั้งโลกออนไลน์ต่างฮือฮาขึ้นมาอีกครั้ง และตอน
นั้นเอง ทางศาลได้ประกาศบทลงโทษของบรรดาผู้บำเพ็ญก่อนหน้านี้
คนที่ติดคุกก็ติดคุกไป
คนที่ถูกตัดสินโทษประหารก็ประหารไป
นี่เป็นครั้งแรกที่มีการประกาศบทลงโทษต่อคนลัทธิเต๋าทาง
ออนไลน์
ชาวเน็ตถกเถียงกันอย่างดุเดือด ด้านคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามอง
ตะวันก็ไม่สงบเช่นกัน
“เอาอันนี้ไป”
“อันนี้ก็เอาไปด้วย!”
จิ่งเจียเหยียนยัดของชิ้นแล้วชิ้นเล่าเข้ากระเป๋า “เอาไปให้หมด
เลย”
เฉิงยวนกล่าว “ฝั่งมณฑลหนานยังไม่เรียบร้อย ต่อให้เราไปอยู่ที่
นั่นก็ไม่มีทางได้ห้องใหญ่ขนาดเท่าห้องที่คฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามอง
ตะวันหรอก”
“เจ้านำสิ่งของไปด้วยมากมายขนาดนี้ ให้เก็บไว้ที่ไหน”
“ฉันไม่สน ฉันจะเอาไปด้วย” จิ่งเจียเหยียนยังคงยัดข้าวของลง
กระเป๋าอย่างขะมักเขม้น
หร่วนย่วนย่วนเอ่ย “เธอคงกลัวน่ะ กลัวว่าถึงเวลานั้นแล้ว
ปรมาจารย์จะไม่พาเธอไปด้วย”
จิ่งเจียเหยียนแค่นเสียงเย็น “เธอต้องพาฉันไปด้วยอยู่แล้ว”
เฉิงยวนยืนพิงประตู “พาเจ้าไปด้วย? เจ้าลืมพันธสัญญาสัตว์
เลี้ยงทิพย์ที่เจ้าลงนามไว้กับลูกที่ยังไม่เกิดของผู้กำกับเฉียวโจวแล้ว
หรือ”
“ข้าได้ยินว่าลูกเขาใกล้คลอดแล้ว เหมือนว่าจะเป็นเดือนหน้า”
“เจ้าเป็นถึงสัตว์พิทักษ์ทิพย์ของลูกเขา ไม่ควรไปดูสักหน่อย
หรือ”
จิ่งเจียเหยียนที่กำลังเก็บของชะงักไปโดยพลัน
เธอก้มหน้าเก็บของต่อไปเงียบ ๆ
เฉิงยวนกล่าว “เจ้าอย่าแม้แต่จะคิด ในเมื่อเจ้าลงนามพันธ
สัญญากับลูกเขาแล้ว มีหรือจะผิดสัญญาได้ ตัวเจ้าเองเป็นปีศาจ เจ้า
ยังไม่รู้อีกหรือ”
จิ่งเจียเหยียนพึมพำกับตัวเองสองสามประโยคแล้วเงียบไป
ตอนนั้นเธอไม่รู้นี่ว่าพวกลั่วลั่วจะไปมณฑลหนาน
แล้วที่นั่นยังมีม่านพลังด้วย
ถ้าเธออยู่ที่ตี้จิง ต้องไม่ได้อยู่กับพวกลั่วลั่วบ่อย ๆ แน่
“ลั่วลั่วต้องมีทางออกแน่นอน”
เธอเอ่ยปากอย่างดื้อรั้น
เฉิงยวนพูด “เจ้าอย่าหวังไปเลย ลั่วลั่วไม่มีทางยอมช่วยเจ้า ใน
เมื่อเจ้าลงนามพันธสัญญาสัตว์เลี้ยงทิพย์แล้ว ย่อมต้องคอยติดตาม
อยู่ข้างกายเด็กคนนั้น”
จิ่งเจียเหยียน “…”
เธอมองเฉิงยวนด้วยความตัดพ้อ
เฉิงยวนกล่าว “ต่อให้เจ้าร้องไห้จนตาบอดก็เปล่าประโยชน์ ใน
เมื่อลงนามสัญญาไปแล้ว ย่อมต้องปฏิบัติตาม”
จิ่งเจียเหยียนน้าตาร่วงเผาะ
เฉิงยวนมองค้อนเธอแล้วหันหลังจากไปโดยไม่คิดเห็นใจสักนิด
หร่วนย่วนย่วนก็หมุนกายเดินตามไป
จิ่งเจียเหยียนเอ่ยขึ้น “…ไม่สนใจฉันกันแล้วจริง ๆ เหรอ จะทิ้งฉัน
ไปจริง ๆ เหรอ พวกเธอไปกันหมด ทิ้งฉันไว้ที่นี่คนเดียว ฉันไม่ยอม
นะ!”
“ฉันไม่ยอม!”
เธอกลับร่างเดิม แล้วกลิ้งไปมาในห้อง
เฉิงยวนเดินลงมาชั้นล่าง ห้ามไม่ให้คนอื่นขึ้นไปปลอบจิ่งเจียเห
ยียน
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวกอดตุ๊กตาผีแล้วมองชั้นบนด้วยความสงสารเต็ม
หัวใจ “แต่พี่เจียเหยียนร้องไห้เสียใจสุด ๆ เลยนะคะ”
“นางจะเสียใจก็สมควรแล้ว ใครใช้ให้นางสุ่มสี่สุ่มห้าไปลงนาม
พันธสัญญากัน”
ก่อนหน้านี้จิ่งเจียเหยียนทำให้ภรรยาที่ตั้งท้องอยู่ของเฉียวโจว
เสียขวัญ เพื่อเป็นการชดเชย เธอถึงกับไปลงนามพันธสัญญาสัตว์
เลี้ยงทิพย์กับเด็กที่ยังไม่เกิด
หรือก็คือ ตั้งแต่วันที่เด็กคนนั้นเกิดจนวันที่ตาย จิ่งเจียเหยียน
ต้องคอยปกป้องและเชื่อฟังคำสั่งจากเด็กคนนั้น
นี่เป็นวิชาที่ผู้บำเพ็ญใช้พันธนาการปีศาจ
ไม่เคยมีปีศาจตนไหนเป็นฝ่ายยกตัวเองเป็นสัตว์เลี้ยงทิพย์เองมา
ก่อน
หงอินเอ่ยบ้าง “วู่วามเกินไปจริง ๆ”
มือหนึ่งของเขากอดกระดาษเงินกระดาษทองขณะบอกกับซุน
หย่าจิ้งข้างกาย “เท่านี้พอไหม”
ซุนหย่าจิ้งตอบ “พออะไรกัน นี่เป็นแค่ส่วนน้อยเท่านั้นนะ หลัง
ฉันถูกส่งตัวไปปรโลก ต้องมีพัสดุทยอยส่งมาแน่นอน นายอย่าลืม
เผามาให้ฉันนะ”
“ถ้าไม่เผา ฉันจะมาหลอกให้นายกลัวที่หัวเตียงตอนกลางคืน”
เธอทำท่าหลอกผีใส่
หงอินตาแดงอีกครั้ง
ซุนหย่าจิ้งเบ้ปากอย่างเบื่อหน่าย แล้วสำรวมสีหน้าตัวเองลง
“ผ่านมานานขนาดนี้แล้ว นายร้องไห้จนพอได้แล้วมั้ง”