เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1496 ซุนหย่าจิ้งกลายเป็นเทพแล้ว
หงอินตอบเสียงสะอื้น “เธอจะต้องไปปรโลกให้ได้เลยเหรอ อยู่กับ
พวกเราอย่างนี้ไม่ได้เหรอ”
ซุนหย่าจิ้งบอก “ปรมาจารย์บอกว่าไม่ได้ ก็ต้องมีเหตุผลที่อยู่ต่อ
ไม่ได้แน่นอน”
ถึงยังไงเธอก็เชื่อในคำพูดฉู่ลั่วที่สุด
ผ่านไปครู่หนึ่ง ฉู่ลั่วก็เดินออกจากห้อง “เตรียมของกันเสร็จหรือ
ยัง”
“เตรียมเสร็จแล้ว”
หงอินแสดงทีท่าบอก
ฉู่ลั่วพยักหน้า พาซุนหย่าจิ้งไปอยู่นอกม่านพลังของคฤหาสน์
เมฆใสเฝ้ามองตะวัน
ณ ต้นไม้โบราณข้างถนนต้นหนึ่ง
หงอินกอดกองกระดาษเงินกระดาษทองตามอยู่ด้านหลังฉู่ลั่ว
หลังวางของเหล่านั้นลง เขาก็ปรี่กลับเข้าไปในคฤหาสน์ แล้วยก
โต๊ะบูชาอันใหญ่เข้ามา
ผ่านไปไม่นาน เขาก็ยกเทียนและป้ายวิญญาณมาวางไว้บนโต๊ะ
บูชาทั้งหมด
คนอื่น ๆ ในคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวันต่างยืนอยู่ไม่ไกล คอย
เฝ่าดูห่าง ๆ
จิ่งเจียเหยียนที่ยังใช้อารมณ์อยู่ก็มาด้วย เธอเกาะอยู่บนไหล่ของ
เฉิงยวนพลางเอ่ย “แปลกจัง! ก่อนหน้านี้ที่ลั่วลั่วส่งวิญญาณไป
ปรโลกไม่ได้มีขั้นตอนมากขนาดนี้นี่”
ปกติแล้วเธอพาตรงไปยังปรโลกเลย
เฉิงยวนกล่าว “แปลกอยู่บ้างจริง ๆ”
ซุนหย่าจิ้งเท้าเอวด้วยมือข้างหนึ่ง พลางเชิดคอขึ้นพูด “จะ
เหมือนกันได้ยังไง ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับปรมาจารย์ จะเอา
ไปเทียบกับวิญญาณทั่วไปได้ยังไงล่ะ ฉันต้องได้รับการปฏิบัติเป็น
พิเศษอยู่แล้วสิ”
ฉู่ลั่วมายืนอยู่หน้าโต๊ะบูชา วางเทียนให้เรียบร้อย แล้วหยิบป้าย
วิญญาณว่างเปล่าด้านข้างมาตั้งไว้ตรงกลาง
“มานี่”
ซุนหย่าจิ้งเดินเข้าไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“คุกเข่าลง!”
“หา!”
ซุนหย่าจิ้งผงะ
แต่ก็ยังคุกเข่าบนอาสนะตรงหน้าฉู่ลั่วอย่างเชื่อฟัง เธอมองฉู่ลั่ว
ด้วยความสงสัยเล็กน้อย แล้วหันมองพวกเฉิงยวน
คนที่เหลือไม่เข้าใจ ทว่าสีหน้าเฉิงยวนเปลี่ยนไปฉับพลัน
ซุนหย่าจิ้ง “…”
นี่มันอะไรกัน
หรือเพราะเธอตายอนาถ วิธีส่งเธอไปถึงได้แตกต่างจากคนอื่น
เหรอ
ขณะที่เธอกำลังครุ่นคิด
ฉู่ลั่วประสานอินด้วยมือข้างหนึ่ง ปากท่องคาถา มืออีกข้างวาง
บนจิตธรรมญาณของซุนหย่าจิ้ง
คล้อยตามคาถาของฉู่ลั่ว ซุนหย่าจิ้งรู้สึกแปลกไปเล็กน้อย
ราวกับวิญญาณของเธอถูกมวลอากาศพิเศษบางอย่างส่งผ่าน
เข้ามา
มวลอากาศนั้นกระแทกไปมาในวิญญาณของเธออย่างน่า
ประหลาด ราวกับกำลังตามหาที่พำนัก
รู้สึกแย่นิดหน่อย
แต่ไม่ถึงขั้นทรมาน
ซุนหย่าจิ้งขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอทำท่าจะอ้าปากพูดบางอย่าง แต่
ก็เห็นมวลอากาศเหล่านั้นเหมือนตามหาสถานที่ที่ต้องการได้แล้ว
และมุ่งหน้าไปยังที่แห่งนั้นทั้งหมด
ด้วยการหลั่งไหลเข้ามาของมวลอากาศเหล่านั้น การมองเห็น
เบื้องหน้าเธอจึงเปลี่ยนไป
คล้ายว่าเธอมองเห็นมวลอากาศซึ่งลอยมาจากที่ไกล ๆ กำลังเข้า
มาหาเธอ
มวลอากาศเหล่านั้นต่างเจือไว้ด้วยกลิ่นอันหอมหวาน ยั่วยวนใจ
คนได้เป็นอย่างดี…ไม่สิ ยั่วยวนใจผี
“เอาละ!”
ฉู่ลั่วดึงมือกลับ
ซุนหย่าจิ้งกำลังจะลุกขึ้นก็ถูกฉู่ลั่วกดไล่ให้คุกเข่าลงไปใหม่อีก
ครั้ง
เธอกะพริบตาปริบ ๆ
ฉู่ลั่วจุดเทียนทีละเล่ม แล้วหยิบยันต์ขึ้นมาอีกครั้งพร้อมท่อง
คาถา
ยันต์เหล่านั้นพากันลอยไปจรดบนป้ายวิญญาณไร้นาม
‘เทพแม่สื่อซุนหย่าจิ้ง’
อักษรห้าตัวนี้ปรากฏบนนั้น เปล่งประกายเลือนราง
ทุกคนต่างเบิกตากว้างมองภาพนี้
ฉู่ลั่วเอ่ย “ลุกขึ้น คำนับขอบคุณฟ้าดินและสรรพสิ่ง!”
ซุนหย่าจิ้งมึนงงไปหมด เธอเชื่อฟังคำสั่งของฉู่ลั่วตาม
สัญชาตญาณ คำนับฟ้าดิน แล้วคำนับสรรพสิ่งตามคำบอกของฉู่ลั่ว
“เสร็จสิ้นพิธี”
เทียนที่ตั้งอยู่บนโต๊ะบูชามอดไหม้อย่างรวดเร็วราวกับได้ยินเสียง
นี้ จนกระทั่งเหลือเพียงแสงอันริบหรี่ถึงลอยเข้าร่างวิญญาณของซุน
หย่าจิ้งโดยพลัน
แล้วทะลุเข้าไปทันที
จนซุนหย่าจิ้งตกอกตกใจ
“ฉันช่วยดูให้แล้ว ขุนเขาลำธารที่นี่ล้วนมีเทพเจ้าดูแล มีแค่เขา
จินหลี่ที่ยังไม่มี แล้วเขาจินหลี่ยังมีพื้นที่กว้างขวาง แนวเขาสูงชัน
เหมาะแก่การฝึกฝนของเธอ”
“เพราะอย่างนั้น ฉันจึงตั้งถ้าวิมานของเธอไว้ที่เขาจินหลี่”
เธอหันไปส่งสัญญาณให้หงอินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ “ตอนนี้เผาของ
พวกนี้ได้แล้ว”
หงอินอึ้งงัน
เขานิ่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับเขยื้อน
ซุนหย่าจิ้งก็ตะลึงไปเช่นกัน “ปรมาจารย์ นี่คุณหมายความว่า
ยังไงคะ”
เฉิงยวนได้สติเป็นคนแรก เธออุทานเสียงหลง “ซุนหย่าจิ้ง เจ้าได้
เป็นเทพแล้ว!”